“ไซยาไนด์” คืออะไร และ อันตรายแค่ไหนกันนะ ??

0
“ไซยาไนด์” คืออะไร และ อันตรายแค่ไหนกันนะ ??
“ไซยาไนด์” คืออะไร และ อันตรายแค่ไหนกันนะ ??

ไซยาไนด์ หรือ Cyanide คือ สารเคมีอันตราย!!! เมื่อเข้าสู่ร่างกาย จะเข้าไปยับยั้งการทำงานของเซลล์จนอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต เป็นสารเคมีที่มีไซยาไนด์ไอออน สัญลักษณ์คือ (CN-) มีความเป็นพิษสูงมาก!! มักพบในรูปของสารประกอบโลหะอัลคาไลด์ที่เป็นของแข็งสีขาว และสารประกอบโลหะหนัก

อาการของผู้ที่ถูกพิษจากไซยาไนด์ จะเริ่มปรากฏมีอาการหลังจากได้ไซยาไนด์ในเวลาสั้นๆ เริ่มจากปวดศีรษะ ใจสั่น หน้าแดง หมดสติ ชัก และอาจจะเสียชีวิตภายในเวลา 10 นาที ลักษณะเฉพาะของคนที่ถูกพิษไซยาไนด์ คือกลิ่นอัลมอนด์ หรือกลิ่นถั่วไหม้ แต่ทว่าไม่ได้พบในผู้ป่วยจากพิษไซยาไนด์ทุกราย

ในเชิงอุตสาหกรรมมีการนำมาใช้ประโยชน์ในการผลิตกระดาษ สิ่งทอ และพลาสติก แต่ทว่าความน่ากลัว คือ เจ้าสารอันตรายนี้สามารถปนเปื้อนได้ทั้งดิน น้ำ อากาศ และอาหารอีกด้วย

ประเภทของไซยาไนด์

โดยไซยาไนด์ แบ่งออกเป็น 3 ประเภทหลักๆ คือ

1) ไซยาไนด์อิสระ (Free Cyanide) คือ ไซยาไนด์ในรูปของก๊าซไฮโดรเจนไซยาไนด์ หรือกรดไซยานิค (HCN) และ ไซยาไนด์ไอออน (CN-) สัดส่วนของกรดไซยานิคต่อไซยาไนด์

2) ไซยาไนด์กับโลหะอัลคาไลน์ เป็นไซยาไนด์ที่รวมกับโลหะอัลคาไลด์ เช่น โพแทสเซียมไซยาไนด์ (KCN), ไทโอไซยาเนต (SCN–) และแอมโมเนียมไซยาไนด์ (NH4CN) เป็นต้น

3) ไซยาไนด์กับโลหะหนัก เป็นสารประกอบไซยาไนด์กับโลหะหนักชนิดต่าง ๆ โดยไม่มีโลหะอัลคาไลด์เป็นส่วนประกอบ เช่น คอปเปอร์ (II), ไซยาไนด์ (Cu(CN)2), ซิลเวอร์ไซยาไนด์ (AgCN) และซิงค์ไซยาไนด์ (Zn(CN)2) เป็นต้น สารประกอบเหล่านี้ละลายน้ำได้น้อยมาก

.

ซึ่งสรุปคือเป็นสารเคมีที่อันตรายมากนะครับ หากเลี่ยงและป้องกันได้จะดีที่สุด และสุดท้ายนี้ก็ขอให้ความจริงปรากฏและจบคดีได้ด้วยดีนะครับ

#นายช่างมาแชร์#ไซยาไนด์#อันตราย#ความปลอดภัย

ผลกระทบของอากาศร้อน และการเพิ่มประสิทธิภาพของ Cooling Tower

0
performance cooling tower hot temperature
performance cooling tower hot temperature

ทุกวันนี้อากาศในประเทศไทยร้อนมากเป็นกำลังใจให้กับนายช่างทุกคนที่ทำงานกลางแจ้งและดูแลสุขภาพกันด้วยนะครับ  แล้วอากาศร้อนแบบนี้ “นายช่าง” จึงขอ “มาแชร์” เรื่องผลกระทบของอากาศที่ร้อนมากๆ จะมีผลกระทบต่อโรงงานอุตสาหกรรมอย่างไรบ้าง?

ซึ่งแน่นอนว่า..ในโรงงานอุตสาหกรรมเกือบทุกโรงงาน จะมี Cooling Tower ใช้สำหรับในการดึงความร้อน (Heat) ออกจาก กระบวนการผลิต (Operating Process) เป็นหลัก เนื่องจากต้นทุนของการผลิต หรือ Operating cost มีความคุ้มค่ามากที่สุด เพราะมีแค่ Cooling tower แค่ Unit เดียวก็สามารถหมุนเวียนน้ำวิ่งวนได้ทั่วทั้งโรงงานเลยนะครับ

สามารถทบทวนหลักการพื้นฐานได้ที่ : Cooling Tower [EP.1] : หลักการทำงานของหอหล่อเย็น – นายช่างมาแชร์

1. ทำไมอากาศร้อนๆแบบนี้จะส่งผลต่อ Cooling Tower ?

ระบบ Cooling Tower จะใช้หลักการนำเอาอากาศมาดึงเอาความร้อนออกจากน้ำร้อนที่มาจากกระบวนการ (Warm Water หรือ Return Water) เพื่อผลิตเป็นน้ำเย็น (Cool Water หรือ Cooling Water Supply) โดยน้ำร้อนจากกระบวนการผลิตจะไหลวนกลับมาที่ด้านบนของ Cooling tower ผ่านหัวสเปรย์ (Spray nozzle) เพื่อกระจายตัวเป็นหยดน้ำ อย่างทั่วๆภายใน Cooling Tower 

Cooling tower assembly inside
ภาพองค์ประกอบอุปกรณ์ภายใน Cooling Tower

จากนั้นตกลงมาสวนกับอากาศที่ถูกดูดขึ้นไปโดยใช้ใบพัดลม (Air Fan) เมื่ออากาศสัมผัสกับหยดน้ำร้อน จะเกิดการทิ้งความร้อนจากหยดน้ำร้อนไปสู่อากาศ โดยการระเหยของหยดน้ำเล็กน้อยแล้วไปเป็นความชื้นในอากาศ เรียกความร้อนแบบนี้ว่า Latent heat (จะมีการสูญเสียน้ำประมาณ 1-2% ระเหยไปจนกว่าความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศจะอิ่มตัว) แล้วจึงกลายเป็นน้ำเย็น 

จากนั้นจะปั๊มน้ำเย็นไปหล่อเย็นในกระบวนการผลิต ผ่านเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนทั่วทั้งโรงงานของเรา

ดังนั้น..ยิ่งอากาศร้อนจะมี Dry Bulb Temperature ที่มากขึ้น จะทำให้การดึงความร้อนจากการระเหยได้น้อยลง แล้วทำให้น้ำเย็นที่เราผลิตมีอุณหภูมิสูงขึ้นบางโรงงานมีผลกระทบที่อุปกรณ์ต่างๆ ไม่สามารถลดอุณหูมิได้และเกิดความเสียหายได้ หรือไม่สามารถรันต่อเนื่องนานๆได้นะครับ

2. ปัจจัยที่มีผลต่อประสิทธิภาพของ Cooling Tower

อากาศที่ร้อนขึ้นแบบนี้ควรเช็ค Performance ของหอหล่อเย็นหน่อยนะครับ ตัวแปรที่จะทำให้ Cooling Water Supply มีอุณหภูมิเย็นแค่ไหนขึ้นกับตัวแปรต่อไปนี้ ซึ่งบางตัวแปรก็สามารถ Modify Unit และปรับปรุงได้โดยใช้เงินลงทุนไม่สูง บางตัวแปรขึ้นอยู่กับอากาศซึ่งอาจจะควบคุมไม่ได้ 

2.1) อุณหภูมิกระเปาะแห้ง (Dry Bulb Temperature)

Dry Bulb Temperature เป็นอุณหภูมิอากาศในสิ่งแวดล้อม เช่น วัดด้วยเทอร์โมมิเตอร์แห้งๆได้เลย ถ้าอากาศมี Dry bulb ยิ่งสูงจะทำให้การดึงความร้อนจากการระเหยได้น้อย อันนี้แหละครับ!! ที่อากาศประเทศเราร้อนแล้วจะมีผลกระทบต่อ Unit นี้ เพราะ ความร้อนที่อยู่ในน้ำร้อนถูกถ่ายเทสู่อากาศ และส่วนมากจะเป็นความร้อนจากการระเหย (Latent Heat) 

ภาพแสดง อุณหภูมิกระเปาะแห้ง และกระเปาะเปียก
Credited by ALMECO.EU

2.2) อุณหภูมิกระเปาะเปียก (Wet Bulb Temperature)

Wet Bulb Temperature เป็นอุณหภูมิในอากาศที่มีความชื้นสัมพัทธ์ 100% (Relative humidity) ซึ่งสามารถวัดได้ด้วยการใช้เทอร์โมมิเตอร์ห่อด้วยสำลีชุบน้ำบิดให้หมาดๆ แล้วทำการอ่านค่าออกมา โดยค่านี้จะเป็นค่าต่ำที่สุดที่อุณหภูมิน้ำเย็นจะทำได้ในอุดมคติ ยิ่งค่าของน้ำเย็นที่เราผลิตได้เข้าใกล้ Wet Bulb Temperature แสดงว่าหอหล่อเย็นนี้มี Performance ดีมากๆนั่นเองนะครับ

2.3) พื้นที่ระหว่างน้ำร้อนกับอากาศ (Surface Area) 

พื้นที่ระหว่างน้ำร้อนกับอากาศ (Surface area) อันนี้เป็นตัวแปรที่มีความสำคัญมาก เพราะ “ความร้อนจะดึงออกได้มากเมื่อมีพื้นที่ผิวมาก” ดังนั้นในหอหล่อเย็นทุกหอจึงมีชุดเพิ่มพื้นที่ผิว หรือ Fill Pack วางเรียงอยู่ใต้ Spray nozzle  จะมีลักษณะเป็นพลาสติก เนื้อผิวคล้ายๆฟิวเจอร์บอร์ด วางซ้อนกันด้วยโครงสร้างที่ออกแบบอย่างซับซ้อนเพื่อให้มีการแผ่กระจายน้ำในทิศทางที่ทำให้มีพื้นที่ผิวสัมผัสมากขึ้น

และมีหลายแบบเพื่อให้โรงงานสามารถเลือกประยุกต์กับ Operating Condition ของโรงงานนั้นๆได้นั่นเองนะครับผม

2.4) อัตราการไหลของอากาศ (Air Flow Rate)

อัตราการไหลของอากาศ (Air Flow Rate) ที่เข้าหอหล่อเย็น ยิ่งหอหล่อเย็นมีการไหลอากาศยิ่งมากจะทำให้สามารถลดอุณหภูมิของน้ำเย็นได้มากขึ้น แต่ทว่าตัวแปรนี้เป็นค่าคงที่ของการออกแบบ ถ้าอยากปรับปรุงก็ต้องมีการลงทุนที่ค่อนค้างสูง…ไม่ว่าจะเป็นเปลี่ยนใบพัด เปลี่ยนมอเตอร์ (เป็นการเพิ่ม Fan Power) หรืออาจจะต้องเพิ่มจำนวน Cell ของ Cooling tower จึงไม่ค่อยมีการทำโครงการขึ้นมาใหม่ ยกเว้นแต่มีการขยายโรงงานและเพิ่มกำลังการผลิตนะครับ 

Air cool fan blade cooling tower
ตัวอย่างภาพใบพัดลม หรือ Fan Blade ของ Cooling Tower

2.5) ความต่างของน้ำร้อนที่เข้ากับน้ำเย็น (Temperature Range)

Range คือ ความต่างของน้ำร้อนที่เข้า กับน้ำเย็นที่ออกจากหอหล่อเย็น ตัวแปรนี้ใช้เพื่อดูความร้อน (Heat load) โดยรวมทั้งกระบวนการผลิต ยิ่ง Range มากกว่า หรือเท่ากับค่าที่ออกแบบจะยิ่งดี 

2.6) ความแตกต่างของอุณหภูมิน้ำเย็น (Temperature Approach)

Temperature Approach หรือ ความแตกต่างของอุณหภูมิน้ำเย็นที่ผลิตได้กับ Wet Bulb Temperature ค่ายิ่งต่ำแสดงว่าหอหล่อเย็นนี้มี Performance ที่ดีมากๆ

3. การเลือก Fill Pack เพื่อเพิ่ม Performance ของ Cooling Tower

Fill pack cooling tower

เมื่อเทียบกับตัวแปรอื่นๆ  “Fill Pack ถือเป็นทางเลือกที่ Safe zone มากๆ” เนื่องจากมีราคาถูก ง่าย และได้ผลแน่ๆ โดยไม่มีผลกระทบต่อการออกแบบที่เป็นอยู่ ยิ่งถ้าโรงงานมีอุณหภูมิของน้ำเย็นสูงขึ้น เนื่องจากอากาศที่ร้อนขึ้นอยู่ ยิ่งต้องรีบศึกษาไว้นะครับ 

เริ่มรีวิวจาก Fill Pack ที่โรงงานใช้ปัจจุบัน มีพื้นที่กี่ m2/m3 เป็น , Fill Pack ประเภทไหน? น้ำหนักโดยรวมของ Fill Pack และอื่นๆ เพื่อเทียบกับเทคโนโลยีใหม่ของ Fill Pack ที่นับวันจะพัฒนาล้ำๆไปเยอะ ถ้ามี Gap ในการพัฒนาเยอะก็ยิ่งน่าทำ  

ผมแนะนำให้ปรึกษากับ Vendor Fill Pack ที่มีความเชี่ยวชาญและได้มาตรฐาน ว่า Cooling tower ของโรงงานเราปัจจุบันสามารถที่จะพัฒนา Fill Pack ได้หรือไม่ ? 

ถ้าทำได้ จะได้พื้นที่เพิ่มขึ้นผิวเท่าไร ? และสามารถลดอุณหภูมิของน้ำเย็นที่ออกจากหอหล่อเย็นได้เท่าไร ? สามารถนำไปคิด Benefit จากการทำน้ำให้เย็นลงได้ ? 

ทาง Vendor เขาจะเลือก Type ที่เหมาะสมกับการปรับปรุง เพื่อให้ลงทุนคุ้มค่าที่สุด  ในส่วนของ Vendor ก็มีเยอะมาก จะต้องเลือกเจ้าที่เชื่อถือได้ มี Software ทำ Simulation ได้ (ต้อง Validate กับ Existing data โรงงานเราได้ด้วยนะครับ)  

===================================================================

ถ้านายช่างท่านใดอยากทำโครงการปรับปรุง Fill Pack ของหอหล่อเย็น

สามารถติดต่อทาง Synergy service ผู้เชี่ยวชาญด้าน Cooling Tower มากกว่า 17 ปี และได้มาตรฐาน CTI

Synergy-Banner-Cooling-Tower-2

ให้บริการครบวงจรตั้งแต่การออกแบบ ก่อสร้าง ติดตั้ง ตรวจสอบ และการซ่อมบำรุงรักษา ด้วยอะไหล่และอุปกรณ์ที่ได้มาตรฐาน ด้วยความไว้วางใจจากทางบริษัทชั้นนำของประเทศไทย เช่น PTT, SCG, TRRP เป็นต้น

ติดต่อ :
Sales team
K. Khanittha Saejier (Bella)
Tel: 065-469-2499
Email: [email protected]

Website: www.synergyservices.co.th
Facebook: https://www.facebook.com/synergycoolingtower
LinkedIn: https://www.linkedin.com/company/synergyservicesth
LINE official: https://page.line.me/synergyservices

===================================================================

#นายช่างมาแชร์ #Synergy #CoolingTower #FillPack #หอหล่อเย็น




การลดต้นทุนในโรงงานง่ายๆ เพียงเลือกซัพพลายเออร์ที่ใช่

0
ลดต้นทุนในโรงงานง่ายๆ เพียงเลือกซัพพลายเออร์ที่ใช่
ลดต้นทุนในโรงงานง่ายๆ เพียงเลือกซัพพลายเออร์ที่ใช่

ในการทำธุรกิจโรงงานอุตสาหกรรมการมีซัพพลายเออร์ (Supplier) หรือคู่ค้า (Partners) ที่ดีนั้นนับว่าเป็นเรื่องที่สำคัญมากเป็นการส่งเสริมความได้เปรียบทางการแข่งขันของธุรกิจในด้านต่างๆอาทิเช่นการช่วยลดต้นทุนในโรงงานอุตสาหกรรมช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานและลดความปวดหัววุ่นวายที่คนทำงานต้องเผชิญในแต่ละวัน

สำหรับบทความนี้ทางนายช่างมาแชร์จะขอพาเพื่อนๆมาดูวิธีการเลือกคู่ค้าหรือซัพพลายเออร์ว่าจะมีปัจจัยอะไรบ้างกันนะครับผม

ต้นทุน (Cost) ในโรงงานของเรามีอะไรบ้าง ??

ก่อนจะไปดูเรื่องปัจจัยของการเลือก “ซัพพลายเออร์” เราขอพาเพื่อนๆมาดูต้นทุนในโรงงานอุตสาหกรรมก่อนนะครับว่ามีอะไรบ้าง?

(1) ต้นทุนที่เป็นตัวเงิน (Direct Cost)

ต้นทุนที่เป็นตัวเงิน หรือ ต้นทุนโดยตรง (Direct Cost) เป็นต้นทุนที่เราต้องควักเงินจ่ายออกมาจริงๆ ซึ่งถ้าเป็นฝั่งการเงินก็ถือว่าเป็นยอดที่กระทบบัญชีโดยตรงเลย ขอยกตัวอย่างที่เห็นภาพง่ายๆ เช่น ต้นทุนการผลิต (Operating Cost), ต้นทุนขายสินค้าและบริการ (Cost of Goods Sold) ,ค่าแรงงาน (Man-power Cost) และต้นทุนสำหรับสินค้าที่ชำรุดเสียหาย (Defect) จนถึงค่าใช้จ่ายเบ็ดเตล็ดทั่วไปที่เราต้องดำเนินการในการผลิตนะครับ

(2) ต้นทุนด้านเวลา (Opportunity Cost)

อาจจะเป็นปัจจัยที่เรียกว่าทางอ้อม แต่ก็มีผลกระทบมาเป็นต้นทุนอยู่ดี ซึ่งต้นทุนทางอ้อมที่มีผลมากที่สุดนั่นคือ “เวลา” นั่นเองครับ ซึ่งแน่นอนว่าหากเราเอาเวลาที่สูญเสียโดยไร้ประโยชน์นำมาผลิตเป็นสินค้า เราก็จะสามารถสร้างเงินจากเวลาตรงนั้นได้ ซึ่งมูลค่าที่เกิดจากเวลาที่สูญเสียไปตรงนี้นี่แหละครับที่เรียกว่า “ค่าสูญเสียโอกาส” หรือ Opportunity Cost

ยกตัวอย่างเช่น เวลาเราทำธุรกิจกับซัพพลายเออร์หลายๆ เจ้าเนี่ย เราจะต้องติดต่อพูดคุย ต่อรองราคา ดีลข้อเสนอต่างๆ ขอเอกสารใบเสนอราคา เช็ครอบส่งของ ขอเครดิตเทอม ตีกลับไปกลับมาจนกว่าจะตกลงร่วมกันได้ ซึ่งก็ต้องดีลไม่รู้กี่เจ้ากว่าจะได้ข้อเสนอที่ลงตัว ซึ่งรายละเอียดเหล่านี้เป็นเรื่องที่เสียเวลาและวุ่นวายสุดๆ หากเราสามารถจบได้ที่เจ้าเดียวก็จะช่วยลดต้นทุนด้านเวลา และค่าสูญเสียโอกาสในการเอาเวลาไปบริหารงานด้านอื่นๆ  ที่เกิดประโยชน์กับธุรกิจ

ซึ่งปัญหาเหล่านี้จะเบาบางลงไป…ถ้าคุณเลือกซัพพลายเออร์ที่ดี ที่สามารถเป็น One Stop Solutions ให้โรงงานของคุณรันงานสะดวก ไม่สะดุด แต่จะมีปัจจัยในการเลือกอะไรบ้าง เราตามไปดูกัน

เกณฑ์การตัดสินใจของการเลือกซัพพลายเออร์ที่ดี

(1) ความน่าเชื่อถือของซัพพลายเออร์จัดจำหน่าย

จะทำการค้า หรือการขายกับใคร ของถูกไม่ใช่สิ่งที่เราต้องพิจารณาอันดับแรกนะครับ เพราะของราคาถูกหากผิดพลาดขึ้นมาอาจสร้างความเสียหายกลับมาเป็นหลักล้านได้เลยนะครับ ในโลกของโรงงานอุตสาหกรรม เรียกว่า เสียน้อยเสียยาก..เสียมากเสียง่าย แต่ปัจจัยแรกที่เราต้องดูคือ “ความน่าเชื่อถือ” (Reliability) นั่นเองนะครับ

ในส่วนของคำว่า “น่าเชื่อถือ” คือ มีประสบการณ์ ,เป็นที่รู้จักและมีการรีวิวที่ดี, จดนิติบุคคลบริษัทถูกต้องตามกฏหมาย และที่สำคัญต้องจำหน่ายสินค้าคุณภาพที่มีมาตรฐานเท่านั้น (พวกมาตรฐาน ISO,DIN,JIS,EN ต่างๆตามหมวดหมู่สินค้านั่นๆนะคับ) เพราะถ้าหากร้านซัพพลายเออร์จำหน่ายสินค้าไม่ได้รับมาตรฐานและทำโรงงานเราหยุดผลิตไปหลายๆวัน เด่วงานจะเข้านะครับ TT

(2) ความหลากหลายของสินค้าที่จำหน่าย

จะดีมากหากซัพพลายเออร์ที่คุณเลือกมีสินค้าครบ ตอบโจทย์ความต้องการคุณแบบครบ จบ ในที่เดียว เพราะคุณจะประหยัดเวลา และด้วยตัวเลือกที่หลากหลายเพื่อนๆก็สามารถเลือกสเปค รุ่น หรือ แบรนด์ให้ตรงตามที่โรงงานต้องการที่สุดครับ แถมยังสามารถที่จะประหยัดทุนได้มหาศาลอีกด้วยครับ เพราะในกรณีที่เรามีการซื้อปริมาณมากๆ เราสามารถต่อรองขอราคาพิเศษได้ ผ่านการติดต่อเจ้าที่เป็น Authorized Dealer เพื่อนๆก็สามารถที่จะได้ราคาถูกลง ช่วยคุมงบโรงงานอีกด้วย

(3) บริการทดลองสินค้าก่อนตัดสินใจเลือกซื้อ

ในข้อนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ สำหรับโรงงานอุตสาหกรรมเลยนะครับ เพราะว่า เราสามารถทดลองใช้งาน หรือทดสอบจนมั่นใจได้ว่า สินค้าที่เรากำลังจะเลือกซื้อดีจริงหรือไม่ ?? และไม่ใช่ซัพพลายเออร์ทุกเจ้าจะสามารถให้ทดลองสินค้าก่อน บางทีก็ต้องลุ้นหลังสั่งซื้อ (ถึงแม้ว่าจะมีการรับประกันหลังการขายก็เถอะ…กว่าจะทะเลาะกันจบก็หมดสัญญากันไปแล้ว)

ดังนั้นหากซัพพลายเออร์ที่มีการบริการสินค้าทดลองใช้ก่อน จะทำให้โรงงานอุตสาหกรรมได้ประโยชน์ไปเต็มประตูเลยครับ และยังทำให้ลูกค้าประทับใจและตัดสินใจง่ายขึ้น อีกทั้งจะดียิ่งขึ้นหากมีการรับประกันความพึงพอใจ เพราะจะทำให้คุณมั่นใจ และอุ่นใจในการเลือกซื้อมากขึ้นนั่นเองครับผม

(4) สิทธิประโยชน์ และบริการอื่นๆรองรับ

ก่อนจะตัดสินใจเลือกร้านซัพพลายเออร์ ควรเข้าใจถึงนโยบายร้านค้าว่ามีข้อตกลงอย่างไรบ้าง เป็นสิ่งสำคัญอย่างมากที่ต้องรู้ เช่น ซัพพลายออร์มีนโยบาย สิทธิประโยชน์ที่ช่วยอำนวยความสะดวกให้ ซัพพอร์ตการทำงานของโรงงานคุณราบรื่นหรือไม่ เช่น สิทธิประโยชน์ทางด้านการเงินอย่างเรื่องเครดิตเทอม มีราคาพิเศษให้หากสั่งซื้อจำนวนมาก ค่าส่งสินค้า รอบการจัดส่งสินค้า ระบบการสั่งซื้อ การรับประกันสินค้า จนถึงความสะดวกของช่องทางการติดต่อสั่งซื้อ/สอบถาม หรือการบริการหลังการขายที่ดี ด้วยนะครับ

================================================================

หากพูดถึงซัพพลายเออร์ที่ดี และน่าเชื่อถือ ต้อง OfficeMate เลยครับ เขามีประสบการณ์กว่า 28 ปี และจัดจำหน่ายสินค้าโรงงานจากแบรนด์ชั้นนำกว่า 30,000 รายการ+ ครบทุกอย่างที่โรงงานต้องใช้แบบ ครบ จบ ในที่เดียว สามารถไปเลือกชม เลือกช้อปได้ทันทีที่ หรือคลิก

นอกจากสินค้าครบแล้ว OfficeMate ก็ตอกย้ำการเป็น One Stop Solutions ผ่านบริการ และสิทธิประโยชน์ที่เข้าใจคนทำธุรกิจจัดเต็ม ไม่ว่าจะเป็นเครดิตเทอมสูงสุด 30-60 วัน*, ส่งฟรีภายในวันทำการถัดไป*, สามารถขอราคาพิเศษตามจำนวนสั่งซื้อได้ และมีการรับประกันเปลี่ยน/คืนภายใน 30 วัน* ทำให้โรงงานของคุณมั่นใจได้ทั้งเรื่องการบริการ ราคา และความสะดวกที่พร้อมซัพพอร์ตธุรกิจโรงงานจัดเต็ม (*ตามเงื่อนไขที่บริษัทฯ กำหนด)

ยิ่งกว่านั้น ถ้าคุณเป็นโรงงานขนาดใหญ่ OfficeMate มี OFMBiz e-procurement แพลตฟอร์มจัดซื้อออนไลน์ที่สามารถตอบโจทย์องค์กรและลูกค้าธุรกิจได้เป็นอย่างดี จัดเต็มฟังก์ชันและสิทธิประโยชน์เพื่อธุรกิจ ทั้งช่วยลดต้นทุนจัดซื้อสูงสุด 30%* พร้อมเครดิตเทอม 30-60 วัน* โดยสามารถกำหนดรายการสินค้าได้เอง ช่วยคุมงบประมาณจัดซื้อ และกำหนดลำดับขั้นในการอนุมัติคำสั่งซื้อได้ตามนโยบายของแต่ละบริษัท และที่สำคัญทุกขั้นตอนทำงานผ่านระบบออนไลน์ ทำให้ประหยัดเวลาการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพให้การจัดซื้อได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัว นอกจากนี้ยังสามารถเชื่อมต่อกับ ERP หรือระบบ Procurement ระดับโลก อาทิ SAP, ORACLE และ COUPA 

สามารถสมัครใช้งาน OFMBiz ได้ฟรี! พร้อมมีผู้เชี่ยวชาญด้านระบบจัดซื้อออนไลน์ให้คำปรึกษาและเคียงข้างตลอดการใช้งาน สอบถามเพิ่มเติมโทร 1281 หรือคลิก

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯกำหนด

================================================================

#นายช่างมาแชร์ #OfficeMate #OFMBiz

ทำไม ?? ค่าไฟขึ้นเพราะอะไร?! เรามาดูกันนะครับว่าเพราะอะไรบ้าง

0
ค่าไฟฟ้า แพง สาเหตุ เพราะอะไร
ค่าไฟฟ้า แพง สาเหตุ เพราะอะไร
  1. อากาศร้อนขึ้นแค่ 1 องศา ทำค่าไฟฟ้าขึ้นถึง 3% เป็นเหตุผลว่าใช้ไฟฟ้าเท่าเดิม แต่ค่าไฟฟ้ากลับเพิ่มขึ้น !! แปลว่าถ้าเราเปิดแอร์ที่อุณหภูมิเท่าเดิม แต่แอร์จะต้องทำงานหนักขึ้นและกินไฟมากขึ้น
  2. ปริมาณก๊าซธรรมชาติในอ่าวไทย ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงต้นทุนต่ำที่เคยใช้ผลิตไฟฟ้า (และมีผลต่อการคิดค่าไฟฟ้าผันแปร FT) ลดลงค่อนข้างมากต่อเนื่องจาก 800 เหลือ 200 ล้านลูกบาศก์ฟุตต่อวัน หรือลดลง 20-30% 
    .
    จึงทำให้เราต้องซื้อก๊าซธรรมชาติ LNG ราคาแพงจากผลพวงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน เพื่อมาทดแทนปริมาณก๊าซต้นทุนต่ำจากอ่าวไทยที่ขาดหายไป
  3. ความต้องการใช้ไฟ Peak ปี 2566 กลับมาสูงสุดในรอบ 3 ปี โดยมีค่าสูงถึง 30,936 MW เนื่องจากอากาศร้อน ประกอบกับมีการเปิดประเทศและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐ ส่งผลให้การใช้ไฟฟ้าสูงขึ้น ซึ่งตอนนี้ทางภาครัฐ และ กกพ. ก็ได้มีการสนับสนุนให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์และพลังงานหมุนเวียนต่างๆ ด้วยนะครับ ก็อาจจะรอดูโปรโมชั่นดีๆจากทางส่วนนี้ในอนาคตกันครับ

ซึ่งตอนนี้ทางภาครัฐ และ กกพ. ก็ได้มีการสนับสนุนให้ติดตั้งโซลาร์เซลล์และพลังงานหมุนเวียนต่างๆ ด้วยนะครับ ก็อาจจะรอดูโปรโมชั่นดีๆจากทางส่วนนี้ในอนาคตกันครับ

แต่ถ้าถามว่า “วันนี้เราทำอะไรได้บ้าง?” ก็คงเป็นเรื่องการประหยัดและใช้ไฟฟ้าให้มัประสิทธิภาพมากที่สุดนะครับ 

#นายช่างมาแชร์ #ค่าไฟฟ้าแพง

[งานสัมมนา] เสริมทัพการทำงานของวิศวกรซ่อมบำรุง ให้ทำงานได้อย่างติดปีก! เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย

0
สุดยอดสัมมนาที่จะช่วยเสริมทัพการทำงานของวิศวกรซ่อมบำรุง ให้ทำงานได้อย่างติดปีก! เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย
สุดยอดสัมมนาที่จะช่วยเสริมทัพการทำงานของวิศวกรซ่อมบำรุง ให้ทำงานได้อย่างติดปีก! เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย

สุดยอดสัมมนาที่จะช่วยเสริมทัพการทำงานของวิศวกรซ่อมบำรุง ให้ทำงานได้อย่างติดปีก! เพื่อยกระดับอุตสาหกรรมไทย

หากคุณ? เป็นคนหนึ่งที่พร้อมติดปีก

คลิก link ลงทะเบียน >>

เพื่อเข้าร่วมฟังสัมมนาดีๆ จาก FACTORIUM ระบบซ่อมบำรุงออนไลน์

พบกับวิทยากรมากความสามารถ คุณสรวิชญ์ ศูนย์กลาง วิศวกรผู้เชี่ยวชาญเรื่องงานซ่อมบำรุง เจ้าของเพจดัง “นายช่างมาแชร์”

แล้วพบกันในศุกร์ที่ 19 พฤษภาคม 2566 เวลา 09.00-16.00 น. ณ โรงแรม คามิโอ แกรนด์ ระยอง

=======================================

หากเพื่อนๆกำลังมองหาระบบ CMMS ที่คุณภาพ มีมาตราฐานสากลระดับโลก ที่สำคัญใช้ฟรี ไม่ต้องโหลดโปรแกรม สามารถใช้ได้ในมือถือ ทั้งระบบ android และ iOS

นายช่างมาแชร์ขอแนะนำโปรแกรม Factorium ระบบ CMMS ยุคใหม่ โปรแกรมซ่อมบำรุงบนสมาร์ทโฟน สำหรับโรงงานยุค 4.0 ครับผม  (www.factorium.tech)

ติดต่อฝ่ายขายและปรึกษาโทร : 096-034-7506 (เนย) , 083-932-4654 (เกว)

=======================================

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ #Maintenance #CMMS #FACTORIUM

ปั๊มและวาล์ว “โรงงาน” กับ “ที่บ้าน” เหมือนหรือต่าง?

0
Pump Valve EP.2 Home vs Industry grade FB Wallpaper
Pump Valve EP.2 Home vs Industry grade FB Wallpaper

ต่อจาก EP.1 ในเรื่องของ ทำความรู้จัก Pumps และ Valves ในอุตสาหกรรมกันเถอะ เรามาแนะนำหลักการทำงานเบื้องต้นของปั๊มและวาล์วกันแล้วนะครับ แต่เพื่อความเข้าใจมากขึ้น เด่วเราจะยกตัวอย่างเปรียบเทียบ “ปั้มและวาล์วที่บ้าน กับ ที่โรงงานอุตสาหกรรม” แบบหมัดต่อหมัด กันนะครับว่าจะแตกต่างกัน และเหมือนกันอย่างไรบ้าง? ถ้าพร้อมแล้วไปรับชมกันนะครับผม.

(1) ปั๊มที่บ้าน VS ปั๊มโรงงาน

สำหรับปั๊มที่บ้าน หากเทียบกับปั๊มที่โรงงาน ผมขอยกตัวที่เป็นรุ่นยอดนิยมทั้งสองฝั่งเลยนะครับ ซึ่งทั้งสองตัวทั้งฝั่งบ้านและโรงงานจะทำหน้าที่ส่งน้ำเข้าระบบเพื่อนำไปใช้งานเหมือนกันเป๊ะ โดยมีการควบคุมแรงดันให้คงที่เช่นกัน

  • ปั๊มที่บ้าน : Hitashi WM-P 150
  • ปั๊มโรงงาน : Goulds 3196 i-Frame

งั้นขอมาเล่ารายละเอียดแบบพื้นฐานกันก่อนนะครับ โดยเริ่มจาก

1. ปั๊มที่บ้านยอดนิยม Hitashi WM-P 150

โดยขอเล่า Spec คร่าวๆนะครับ Hitashi WM-P 150 เป็นปั๊มน้ำแบบอัตโนมัติแรงดันคงที่
– อัตราการไหล (Capacities) : 30 ลิตร/นาที (1.8 m3 /h)
– ความดัน (Head) : 30 เมตร
– อุณหภูมิ (Temperature) : อุณหภูมิทั่วไป
– กำลัง (Power) : 150 Watt
– ประเภทปั๊ม (Type) : Centrifugal
– ขนาด (Size) : 312 x 348 x 322 mm
– มีสวิตซ์อัตโนมัติ, ถังดูดซับแรงดัน, Water-Timing Deley
– ของไหลด้านใน (Process Liquid) : น้ำเท่านั้น

2. ปั๊มที่โรงงานยอดนิยม Goulds 3196

โดยขอเล่า Spec คร่าวๆนะครับ Hitashi WM-P 150 เป็นปั๊มน้ำแบบอัตโนมัติแรงดันคงที่
– อัตราการไหล (Capacities) : 1,590 m3 /h
– ความดัน (Head) : 223 เมตร
– อุณหภูมิ (Temperature) : 371 oC
– กำลัง (Power) : 2400 Watt (ขึ้นอยู่กับการ Design)
– ประเภทปั๊ม (Type) : Centrifugal
– ขนาด (Size) : 1,400 x 500 x 550 mm
– อุปกรณ์เสริมต้องติดตั้งเพิ่ม
– ของไหลด้านใน (Process Liquid) : สารเคมีตามมาตรฐาน ANSI Standard

*ขนาดและคุณสมบัติเป็นตัวเลขประมาณการเพื่อความเข้าใจง่ายเท่านั้น*

โดยหากเทียบขนาดจากของอัตราการไหลได้โดยคร่าวๆ คือปั้มโรงงานจะมีขนาดใหญ่กว่าปั๊มที่บ้านถึง 800 เท่า!!! ถ้านึกให้เห็นภาพคือ ปั๊มโรงงาน 1 ตัว จะเทียบเท่าปั๊มน้ำที่บ้าน 800 ตัว (อันนี้เปรียบเทียบคร่าวๆให้เห็นภาพนะครับ) และนอกเหนือจากนั้นความดันและอุณหภูมิที่ใช้จะสูงมากๆ ในทางกลับกันความอันตรายและความต้องการความแข็งแรงของปั๊มโรงงานก็มากกว่ามากๆเลยครับ และปั๊มโรงงานก็สามารถใช้กับสารเคมีต่างๆได้มากมายหลายชนิดตามมาตรฐานการออกแบบนั้นๆนะครับ

ดังนั้นการใช้งานที่มี Load หรือ ภาระของปั๊มโรงงานถือว่าสูงกว่าปั๊มที่บ้านมากๆเลยนะครับ ส่งผลให้การออกแบบทั้งในเรื่องของขนาดจึงมีความใหญ่มากๆ, และความหนาก็จะมีความหนาที่มากกว่ามากๆเลยนะครับ ส่วนเรื่องชนิดของปั๊มก็มีมากมาย หลายสิบๆแบบเลยครับซึ่งก็จะมีการออกแบบตามหลักของวิศวกรรม (Engineering) ที่น่าสนใจมากๆเลยนะครับ

หากสนใจชนิดต่างๆของปั๊มอุตสาหกรรมสามารถอ่านบทความ
Pump [EP.9] – OVERHUNG PUMP ปั้มพิมพ์นิยมใช้มากที่สุดในโลก
Pump [EP.10] : ปั๊มแบบปริมาตรแทนที่ Positive Displacement Pump

(2) วาล์วที่บ้าน VS วาล์วโรงงาน

สำหรับวาล์วทางนายช่างขอยกตัวอย่างวาล์วเปิด-ปิด ละกันนะครับ (โดยวาล์วบางประเภทสามารถเปิด-ปิด ได้อย่างเดียวนะครับ หากนำไปหรี่ หรือนำไปควบคุมอัตราการไหล จะทำให้เกิดความเสียหายได้ครับผม) โดยขอเปรียบเทียบไซด์ท่อมาตราฐานที่นิยมออกแบบในโรงงานละกันนะครับ

  • โดยวาล์วน้ำที่บ้าน ขนาด 1/2 นิ้วนะครับ, ใช้เปิด-ปิด น้ำเท่านั้น ,ชนิด Ball Valve ขนาด 11.00 cm L x 5.00 cm, น้ำหนัก 0.25kg, อัตราการไหล 1.5 GPM
  • สำหรับวาล์ว ขนาด 16 นิ้ว คลาส 150 นะครับ ใช้เปิด-ปิด ของไหลตามมาตรฐานเท่านั้น ชนิด Gate Valve, ขนาด 174.00 cm L x 40.6 cm, น้ำหนัก 456 kg , อัตราการไหล 6,600 GPM

สำหรับวาล์วบ้าน เมื่อเทียบวาล์วโรงงานจะเห็นได้ว่าตัวอัตราการไหลของวาล์วโรงงานมากกว่าวาล์วบ้านถึง 4,400 เท่า และความดัน อุณหภูมิที่สูงกว่ามากๆเลยนะครับ ถ้าเปรียบให้เห็นภาพอาจจะประมาณจักรยานกับรถถังละกันนะครับ ซึ่งแน่นอนว่าภาระการใช้งาน (Load) ของฝั่งวาล์วโรงงานจะเยอะมาก ดังนั้นการออกแบบจึงมีความหลากหลายและหลายประเภทมากๆเลยครับ

หากเพื่อนสนใจสามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่ Basic of Valve [EP.01] : วาล์วประเภทต่างๆในอุตสาหกรรม

จบไปแล้วสำหรับ EP นี้นะครับ จะเห็นได้ว่าปั๊มและวาล์วในโรงงานอุตสาหกรรมมีความอลังการในการใช้งานมากกว่าวาล์วบ้านเยอะมากๆเลยนะครับ และสำหรับเพื่อนๆที่มีคำถามสามารถทักเข้ามาพูดคุยใน เพจนายช่างมาแชร์ ได้เลยนะครับผม

=======================================================================

เทคโนโลยีปั้มและวาล์วอุตสาหกรรมมีความสำคัญและเป็นหัวใจของการก้าวเข้าสู่อุตสาหกรรมสีเขียว หากเพื่อนคนไหนสนใจ ไม่อยากให้พลาดกับงาน PUMPS AND VALVES ASIA 2023 (PVA) ครั้งที่ 24 เป็นงานสำคัญที่ผู้ประกอบการไม่ควรพลาด โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้ธีม “เร่งการเปลี่ยนผ่านสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนอย่างยั่งยืนผ่านอุตสาหกรรมสีเขียว” เป็นงานแสดงเฉพาะทางหนึ่งเดียวในประเทศไทยที่รวมเทคโนโลยีด้านปั๊ม วาล์ว ท่อ และอุปกรณ์สำหรับอุตสาหกรรมต่างๆ จากบริษัทชั้นนำของโลก เป็นโซลูชันสำหรับการประหยัดพลังงาน การลดต้นทุน และรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ยังมีการสัมมนาที่สำคัญของกรมโรงงานอุตสาหกรรม ในหัวข้อ “ยกระดับโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียวอย่างปลอดภัยและยั่งยืน” และพื้นที่บูธให้คำปรึกษาจากกรมโรงงานฯ เรื่องความปลอดภัยในโรงงานและการขอใบอนุญาตต่างๆ .งานจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 30 สิงหาคม ถึง 1 กันยายน2566 ที่ ฮอลล์ 1-4 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

เปิดลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ววันนี้! เพื่อความสะดวกและรวดเร็วในการเข้าชมงาน ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.pumpsandvalves-asia.com

PV_THW_23_Banner_Barter1450x180 (1)

=======================================================================

#นายช่างมาแชร์ #ปั๊ม #วาล์ว #PVA

ทำความรู้จัก Pump และ Valve ในอุตสาหกรรมกันเถอะ

0
Pump and Valve Wallpaper EP.1
Pump and Valve Wallpaper EP.1

หากพูดถึงโรงงานอุตสาหกรรมแล้ว การใช้งานหลักๆที่จะขาดไม่ได้ คือ การส่งถ่ายของไหล (Liquid Transfer) ไม่ว่าจะเป็น การส่งน้ำ, ไอน้ำ (Steam), น้ำยาเคมี (Chemical Process), น้ำมันและสารไฟไวไฟต่างๆ (Oil & Gas), หรือ พวกสารตั้งต้น หรือ ผลิตภัณฑ์ต่างๆในโรงงานที่เป็นสถานะทั้งของเหลว​ (Liquid) และก๊าซ (Gas) เพื่อนๆรู้ไหมว่าอุปกรณ์ที่เป็นตัวหลักที่ใช้ในการควบคุมการส่งถ่าย นั่นคือ “ปั้มและวาล์ว” (Pump & Valve) นั่นเองคับผม ; ขอไม่นับรวมพวกงานท่อ Piping นะครับ

โดยในบทความนี้ทางนายช่างมาแชร์จะขอนำพาไปสู่โลกของปั้ม และวาล์วในอุตสาหกรรม กันครับว่าจะมีความอลังการและยิ่งใหญ่แค่ไหนกันครับผม

Pump และ Valve ในโรงงานอุตสาหกรรม

หากพูดถึงปั๊มและวาล์วในอุตสาหกรรมแล้ว จะมีมากมายหลากหลายรูปแบบ หลายวัสดุ และมาตรฐานมากๆเลยครับ โดยในฝั่งอุตสาหกรรมจะมี “ขนาดที่ใหญ่กว่าที่เราใช้ในบ้านมากๆเลยครับ” ซึ่งบางชิ้นนั้น “ใหญ่เท่าบ้านเรากันเลย” ทีเดียวเลยด้วยแหละครับ ก็ด้วยความที่โรงงานอุตสาหกรรมเค้าต้องการกำลังผลิตที่มากกว่าดังนั้นแล้ว อัตราการไหล (Flow rate), ความดัน (Pressure) หรือ อุณหภูมิ (Temperature) จะมากกว่าการใช้งานทั่วๆไป เป็น สิบๆร้อยๆ เท่าเลยครับ

Largest Pump and Valve Photos
ภาพตัวอย่างของ Pump และ Valve ในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ Credited by pressurewashr.com, nasa.gov

ดังนั้นด้วยความเยอะของโรงงาน…จึงส่งผลให้ ความหนา และความใหญ่โตของอุปกรณ์พวกนี้จะมีความอลังการกว่าที่เราเคยเห็นที่บ้าน อาคาร หรือตามสวนแน่นอนครับผม

แต่ก่อนอื่นทางนายช่างขอมาเล่าถึงหน้าที่การทำงานของปั๊มและวาล์วกันก่อนนะครับ

Banner_SupremeServ_1532x329px_NEU

หน้าที่ของปั๊ม (Pump) ในโรงงานอุตสาหกรรม

โดยหน้าที่หลักของปั๊ม คือ “ส่งของไหลจากจุดๆหนึ่งไปยังอีกจุดๆหนึ่ง” ด้วยวิธีการควบคุมแรงดันและอัตราการไหลให้เหมาะสมนั้นเองครับ โดยขอให้นึกภาพว่าสมัยก่อนตอนไม่มีปั๊มถ้าเราจะเอาน้ำจากบนภูเขามาที่บ้านนั้น เราจะทำยังไงครับ ? คำตอบที่ง่ายที่สุดคงจะเป็นการนำน้ำใส่ถังและแบกไปถูกมั้ยครับ ถ้าปริมาณน้ำเยอะหน่อยก็ใช้คนเยอะ และถ้าไกลหน่อยก็เดินไกลและลำบากหน่อย ซึ่งนั่นแหละครับปั๊มคือทำหน้าที่แทนกลุ่มคนเหล่านั้นนั่นเอง ถ้าปริมาณน้ำเยอะหน่อยก็ใช้อัตราการไหลที่เยอะส่วนถ้าไกลหน่อยก็ต้องใช้แรงดันที่เยอะนั่นเองครับผม

โดยถ้าเป็นปั๊มอุตสาหกรรมก็จะมีมากมายหลายชนิดมากๆเลยนะครับ แต่จะขอแบ่งเป็นแบบปั๊มหอยโข่ง (Centrifugal Pump) และปั๊มแบบลูกสูบ (Reciprocating Pump) นะครับ ซึ่งขนาดก็จะมีตั้งแต่ตัวเท่าลูกแมว จนไปถึงตัวเท่าห้องหนึ่งห้องกันเลยทีเดียวนะครับ

pump ep.1 wallpaper
ภาพตัวอย่างปั๊มในอุตสาหกรรม

หน้าที่ของวาล์ว (Valve) ในโรงงานอุตสาหกรรม

สำหรับวาล์วหน้าที่ของวาล์วคือ “ควบคุมการไหลในการส่งถ่าย” ไม่ว่าจะเป็นท่อทางหรือดัก (Duct) แบบต่างๆนะครับ โดยการควบคุมก็จะมีตั้งแต่ ทิศทางการไหล (Direction), การเปิด-ปิด (On-Off, Shutoff), การควบคุมอัตราการไหล (Flow rate control), การควบคุมแรงดัน (Pressure Regulation) รวมถึงด้านความปลอดภัยต่างๆ จำพวก Safety Valve ด้วยนะครับ

แต่สำหรับพื้นฐานขอยกวาล์ว เปิด-ปิด และควบคุม อัตราการไหล ที่เหมือนก๊อกน้ำในอ่างล้างมือที่บ้านนะครับ เวลาเราเปิด-ปิด หรือ หรี่วาล์ว สำหรับ วาล์วอุตสาหกรรมก็จะทำงานแบบนั้นเช่นกัน

แต่ทว่าขนาดของวาล์วและวิธีการเปิดจะยิ่งใหญ่และใช้แรงเยอะกว่ามาก เนื่องจากอัตราการไหลมีปริมาณเยอะมากๆเลยนะครับ

วาล์ว อุตสาหกรรม Valve Industry
ภาพตัวอย่างของวาล์วในอุตสาหกรรม

สำหรับ EP.1 เรื่องปั๊มและวาล์วในอุตสาหกรรมก็จบเพียงเท่านี้นะครับ สำหรับตอนถัดไปจะพาเพื่อนๆไปดูการเปรียบเทียบระหว่าง ปั๊มวาล์วที่บ้าน และ ปั๊มวาล์ว ที่โรงงานว่าแตกต่างกันแค่ไหนและเพราะอะไรกันนะครับผม

Banner_SupremeServ_1532x329px_NEU

#นายช่างมาแชร์ #ปั๊ม #วาล์ว #PVA

สจล คิดค้น “แบตเตอรี่ กราฟีน” นวัตกรรมสู่ EV Car โดยคนไทย

0
สจล คิดค้น "แบตเตอรี่ กราฟีน" นวัตกรรมสู่ EV Car โดยคนไทย
สจล คิดค้น "แบตเตอรี่ กราฟีน" นวัตกรรมสู่ EV Car โดยคนไทย

ปัญหาหนึ่งที่ไม่กล้าตัดสินใจซื้อ “รถยนต์ไฟฟ้า” เพราะมีข้อจำกัดด้าน “ระยะทางที่สามารถขับขี่” และแบตเตอรี่ของตัวรถที่ใช้เวลานานในการชาร์ตเพื่อใช้งานในแต่ละครั้ง “แบตเตอรี่” กราฟีน จึงจะตอบโจทย์โลกแห่งอนาคต ให้ใช้ชีวิตง่ายขึ้น ประหยัดเวลา ประหยัดค่าใช้จ่าย พร้อมการนำกลับมาใช้ใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อสิ่งแวดล้อม

จากความสำเร็จของ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง  ได้ประกาศความสำเร็จในการคิดค้น “แบตเตอรี่” กราฟีน สำเร็จแห่งแรกของประเทศไทย 

“แบตเตอรี่กราฟีน” สำเร็จแห่งแรกในไทย เตรียม ‘วิจัย’ ใช้ใน ‘รถยนต์ไฟฟ้า’ รองรับอุตสาหกรรมใหม่ก้าวเป็นฮับ EV

รศ.ดร.เชรษฐา รัตนพันธ์ ทีมวิจัยนวัตกรรม “แบตเตอรี่กราฟีน” โดยวัสดุ กราฟีน (Graphene) เป็นสิ่งที่นานาประเทศเชื่อมั่นว่าเป็นวัสดุแห่งอนาคต โดยเป็นชั้นอะตอมของคาร์บอนที่เรียงตัวต่อกันเป็นโครงสร้าง 6 เหลี่ยม (Hexagonal) ซึ่งโดดเด่นด้วยคุณสมบัติสุดพิเศษหลายด้าน คือบางที่สุดในโลก แข็งแกร่งกว่าเพชรและเหล็กกล้าถึง 200 เท่า นำไฟฟ้าได้ดี น้ำหนักเบาแต่พื้นผิวมาก กราฟีน 1 กรัม จะมีพื้นผิวเท่ากับ 10 สนามเทนนิส 

ทีมวิจัย คณะวิทยาศาสตร์ “สจล” ได้คิดค้น 3 นวัตกรรมที่ใช้กราฟีน “แบตเตอรี่” กราฟีน เป็นนวัตกรรมแรกจากกราฟีน ที่คว้ารางวัลการวิจัยแห่งชาติปี 2566 สำหรับใช้กับยานยนต์ ปัจจุบัน “สจล” เป็นแห่งเดียวในไทยที่สามารถผลิตวัสดุกราฟีนได้เองจากโรงงานต้นแบบผลิตกราฟีน ในด้วยกำลังผลิตเดือนละ 15 กก. ทดแทนการนำเข้าซึ่งมีราคากิโลกรัมละกว่า 10 ล้านบาท

นับเป็นความสำเร็จในเฟสที่ 1 และวันนี้เป็นความสำเร็จในเฟสที่ 2 ทีมวิจัยคิดค้นพัฒนา “แบตเตอรี่” กราฟีน ครั้งแรกในประเทศไทย และในอนาคตเป็นการพัฒนาเฟสที่ 3 และ 4 สามารถใช้ได้กับยานยนต์ไฟฟ้า EV มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า สามล้อไฟฟ้า เพื่อรองรับอุตสาหกรรมใหม่ก้าวเป็นฮับ EV และสังคมที่ยั่งยืน

ข้อมูลที่มาจาก ​: https://www.komchadluek.net, https://www.springnews.co.th

#นายช่างมาแชร์ #แบตเตอรี่ #Evcars #นวัตกรรม

5 ข้อระวังในการติดตั้ง Cooling Tower

0
Cooling tower wallpaper 5
Cooling tower wallpaper 5

Cooling tower เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้ระบบต่างๆในโรงงาน ทำงานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ การเลือกติดตั้งหรือการเลือกใช้งานคูลลิ่งทาวเวอร์จึงมีความจำเป็นอย่างมาก ที่ผู้ติดตั้งจะต้องศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดรอบคอบ เพราะการเลือก cooling tower มีผลโดยตรงต่อกระบวนการผลิต หากเลือกได้ดีก็จะดีไป แต่ถ้าเลือกได้ไม่ดี บอกเลยครับว่าแย่แน่ๆ ครับ

วันนี้ผมเลยสรุปรวมเฉพาะ “ปัญหาหลักๆ” เรียกว่าเป็นปัญหาทั่วไปที่หากคุณลูกค้าทราบล่วงหน้าก่อน ก็สามารถป้องกันความเสียหายที่จะตามมาภายหลังได้ คิดว่าคงเป็นประโยชน์มากครับกับท่านผู้อ่านที่อาจจะยังไม่เจอปัญหาเหล่านี้ หรือเจอปัญหาเหล่านี้บ้างแล้วแต่หาสาเหตุไม่ได้

ปัญหาหลายๆอย่างที่เกิดกับคูลลิ่งทาวเวอร์ของท่านส่วนใหญ่ที่สรุปได้ในบทความวันนี้ หากต้นเหตุไม่ได้เกิดจากการพยายามลดต้นทุนค่าใช้จ่ายมากเกินไป

“เน้นของถูก ระวังโดนหลอกติดตั้งคูลลิ่งทาวเวอร์ที่ไม่ได้ประสิทธิภาพนะครับ”

บทความนี้ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากทาง :
Innovek Asia ผู้ผลิตคูลลิ่งทาวเวอร์ได้มาตรฐานระดับโลก มีทีมงานที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญด้านสินค้าและบริการมากกว่า 15 ปี

1. ปรับลด Safety Factor เพื่อทำให้ค่าใช้จ่ายถูกลง

Safety Factor หรือในภาษาไทย หมายถึง ค่าความปลอดภัยที่ถูกกำหนดมาให้สิ่งปลูกสร้าง หรือวัสดุ หรืออุปกรณ์ ให้ทำงานได้อย่างปลอดภัย การปรับลดความปลอดภัยบางอย่างลง ทำให้ค่าใช้จ่ายต่ำลง แต่ความเสี่ยงมากขึ้น 

แบบคูลลิ่งทาวเวอร์ที่ทางอินโนเว็คออกแบบ

ข้อแนะนำ : ค่าความปลอดภัยเป็นอะไรที่สำคัญไม่ควรปรับลดเลยครับ สำคัญต่อท่านและต่ออายุการใช้งานของคูลลิ่งทาวเวอร์ของท่านด้วย

2. ใช้เพลาขับรถยนต์ มาขับระหว่าง Gear และ Motor

เนื่องจากมันสามารถรับการเยื้องศูนย์ได้มาก (จาก Universal Joint) จึงมีการนำมาใช้ขับระหว่าง Gear และ Motor ในคูลลิ่งทาวเวอร์ และข้อดีที่สุดของการใช้เพลาขับรถยนต์ในคูลลิ่งทาวเวอร์ที่เถียงไม่ได้เลยครับ คือ ราคาถูก..

และข้อเสีย!!! ที่เถียงไม่ได้เหมือนกันคือ “อายุการใช้งาน Gear ของท่านจะสั้นลง” เนื่องจากความไม่ Balance

ข้อแนะนำ : ใช้เพลาตรง เพลาตรงมีน้ำหนักเบา ลดการรับภาระน้ำหนักของ Gear และ Motor ได้ อย่าลืมดูเรื่องการตั้งค่า alignment ให้ถูกต้อง ยืดอายุการใช้งานให้ได้ยาวนานขึ้นครับ 

3. ใช้อุปกรณ์เกรดต่ำ เพื่อทำให้ค่าใช้จ่ายถูกลง

Cooling Tower ที่ถูกประกอบด้วยอุปกรณ์ภายในที่มีคุณภาพ อายุการใช้งานยาวนานเป็น 10 ปีครับ แต่เรื่องราคาก็ต้องยอมรับว่าคนละเรทกับการใช้อุปกรณ์เกรดต่ำ และที่สำคัญ.. ทำให้คูลลิ่งทาวเวอร์อายุการใช้งานสั้นมากๆ ผมเคยเจอแบบที่ว่า พอระยะเวลารับประกันหมดปุ๊บ.. คูลลิ่งทาวเวอร์เกิดความเสียหายทันทีก็มีครับ.. ซึ่งแน่นอนว่าไม่คุ้มค่ากับการ Unplanned Shutdown ระบบแน่นอนครับ

ข้อแนะนำ : เลือกอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ Tier 1 หรือ เกรด A เลยยิ่งดี อายุการใช้งานอย่างน้อย 10 ปี ยังไงก็คุ้มค่ากว่าซื้อของถูก ที่ต้องซ่อมหรือเปลี่ยนใหม่ทุก 3 ปี 5 ปีครับ

4. การออกแบบ Gear ผิดพลาด

คำนวณค่าความเร็วรอบของ Gear ผิด คลาดเคลื่อน หรือคำนวณไม่เหมาะสมกับตัวอุปกรณ์ ไม่อยู่ในระดับมาตรฐาน ล้วนแล้วแต่ส่งผลเสียต่อ Gearbox ทั้งนั้นครับ ยิ่งถ้าในกรณีที่คำนวณพลาดนิดเดียว ตั้งค่าความเร็วรอบของ Gear สูงเกินไป ส่งผลให้เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ทำให้ Gearbox พังเร็วกว่าปกติ

ตัวอย่างชุดเกียร์ (Gear Box) ในอุตสาหกรรม
ตัวอย่างชุดเกียร์ (Gear Box) ในอุตสาหกรรม

5. ไม่ได้ออกแบบเผื่อพื้นที่ ให้สามารถใช้ Anchor Bolt ในการยึดฐาน Gear และ Motor ได้

การยึดฐานด้วย Chemical Bolt มีลักษณะตรง ใช้สารเคมีในหลอดเป็นตัวยึดกับฐานของโครงสร้าง เมื่อใช้ไปสักระยะหนึ่ง จะเกิดการหลวมและหลุดออก ซึ่งอาจทำให้ Gear และใบพัดพังลงพร้อมกันได้ ต่างกับการยึดฐานด้วย Anchor Bolt มีลักษณะคล้ายตัว L หรือตัว J ที่สามารถยึดเกี่ยวกับฐานปูนของโครงสร้าง ทนต่อแรงสั่นสะเทือนต่อเนื่อง ไม่หลวมหรือหลุดออกได้ง่ายๆ

ความเสียหายที่เกิดจากการใช้ Chemical Bolt

เท่าที่อ่านดู หลายท่านอาจจะคิดว่า “จ่ายแพง ได้อุปกรณ์ที่คุ้มค่า ได้คูลลิ่งทาวเวอร์ที่ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ” เอาจริงๆก็ไม่เสมอไปอีกครับ เพราะมันก็มีกรณีที่โหดร้ายกว่านี้คือ “การเอาของถูกมาขายแพง” การเลือกคูลลิ่ง(cooling tower) ไม่ว่าจะอยู่ในรูปแบบไหน การออกแบบจะดีหรือไม่ดี คูลลิ่งทำงานได้เต็มประสิทธิภาพไหม หลักๆเลยผมคิดว่า ส่วนสำคัญน่าจะขึ้นอยู่กับการเลือกใช้ผู้ให้บริการของท่าน

หากผู้ให้บริการที่ท่านเลือกมีความชำนาญและไว้ใจได้.. เรื่องอื่นๆที่เป็นปัญหาท่านจะแทบไม่ต้องคิดเลยครับ ผู้ให้บริการของท่านจะช่วยท่านคิดทั้งหมด ให้คำปรึกษาท่านได้ ยกตัวอย่างเช่น หากท่านมี budget ที่ค่อนข้างจำกัด และจำเป็นต้องปรับลดสเปคของคูลลิ่งทาวเวอร์ ท่านก็จะได้ทราบทั้งจุดดีและจุดด้อยของสิ่งที่ท่านเลือก และยอมรับความเสี่ยงได้ตั้งแต่แรก ไม่โดนหลอก และไม่มีเหตุการณ์เซอร์ไพรส์เกิดขึ้นแบบที่ท่านไม่ได้ระวังไว้ครับ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่าน หากท่านมีคำถามคูลลิ่งทาวเวอร์ หรือมีไอเดียสำหรับบทความถัดไปของเรา เสนอแนะและพูดคุยกันได้ที่อีเมล [email protected] นะครับ เราให้คำปรึกษา/ตอบคำถาม ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย 

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

โรคฮีทสโตรก (Heat Stroke) หรือโรคลมแดด ภัยอันตรายใกล้ตัว

0
การปฐมพยาบาล งานช่างอุตสาหกรรม
การปฐมพยาบาล งานช่างอุตสาหกรรม


หลายๆจังหวัดในประเทศไทย ช่วงนี้มีอุณหภูมิทะลุสูงกว่า 40 oC และด้วยอากาศที่ร้อนมากๆ จะทำให้มีความเสี่ยงต่อโรคลมแดดและที่สำคัญมีอันตรายถึงชีวิตเลยนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำงานช่างหน้างานที่แดดร้อนจัดๆ ก็ยิ่งเสี่ยงมากๆเลยครับ ซึ่งเคยมีผู้เสียชีวิตด้วยโรคฮีทสโตรกถึง 18 ราย และคาดการณ์ว่าจะมีผู้เสียชีวิตสูงขึ้นเรื่อยๆ จากภาวะอากาศร้อนที่เพิ่มขึ้นในแต่ละปี

โรคลมแดด (Heatstroke) คืออะไร?

โรคลมแดด หรือ ฮีทสโตรก (Heatstroke) เป็น “ภาวะที่เกิดจากร่างกายมีความร้อนสูงเกินไป” ซึ่งมักเกิดจากการทำงาน ใช้แรงงาน หรือออกกำลังกายอย่างหนักในภาวะแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูง มักเกิดขึ้นเมื่ออุณหภูมิร่างกายสูงถึง 40 องศาเซลเซียส หรือมากกว่า

มักจะเกิดในช่วงฤดูร้อนหรือบริเวณที่มีความชื้นในอากาศสูง ซึ่งอาจทำให้เกิดอันตรายต่ออวัยวะสำคัญ เช่น หัวใจ ปอด ไต สมอง และกล้ามเนื้อ โดยหากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องอย่างทันท่วงที จะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อนที่อันตรายจนถึงขั้นพิการและเสียชีวิตได้

กลุ่มคนที่มีโอกาสมากกว่าคนอื่น เช่น เด็กเล็ก และผู้สูงอายุ (อายุเกิน 65 ปี) เหตุผลเพราะว่ามีการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงได้ช้า และเสี่ยงต่อภาวะขาดน้ำได้ง่าย, ช่างหน้างาน, กลุ่มคนโรงงานที่ทำงานหนักๆ ผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับอากาศร้อน หรือเคยเป็นโรคลมแดดมาก่อน ก็จะมีโอกาสเป็นมากกว่าคนอื่นนะครับ

อาการของโรคลมแดด

อาการที่สังเกต หรือการตรวจเช็คได้ง่ายๆ คือ อุณหภูมิร่างกายสูงเกิน 40.5 องศาเซลเซียส มีอาการผิดปกติ เช่น ลุกลี้ลุกลน พูดช้า สับสน ชัก เพ้อ หมดสติ ต่อมเหงื่อทำงานผิดปกติไป เช่น อยู่ในสถานที่ร้อนจัด แต่ไม่มีเหงื่อออก คลื่นไส้ อาเจียน ผิวหนังและหน้าเปลี่ยนเป็นสีออกแดง เหนื่อย หายใจเร็ว ใจสั่น ชีพจรเต้นเร็วผิดปกติ ปวดศีรษะ หรือไตวาย ปัสสาวะสีเข้มผิดปกติ เอนไซม์ในกล้ามเนื้อสูงผิดปกติ

วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น

ผู้ป่วยที่มีอาการควรรีบหลบแดด ย้ายมาอยู่ในที่ร่มและมีอาการถ่ายเท ทำให้ร่างกายเย็นด้วยวิธีต่างๆ เช่น รดตัวด้วยน้ำเย็น เช็ดตัวด้วยน้ำเย็นโดยเฉพาะที่บริเวณหลังคอ ข้อพับ และขาหนีบ เป่าพัดลมที่มีไอน้ำเย็น เปิดแอร์ ดื่มน้ำ และน้ำเกลือแร่ให้มากๆ เพื่อไม่ให้ร่างกายขาดน้ำ และป้องกันไม่ให้ร่างกายสูญเสียเกลือแร่ นะครับ

Reference : https://www.synphaet.co.th/, https://www.bangkokhospital-chiangmai.com