ERC Sandbox โครงการส่งออก LNG รายได้มากกว่า 580 ล้านบาท

0
pttlng project wallpaper
pttlng project wallpaper

วันนี้เราขอพามาดูโครงการดีๆ ที่ใช้ชื่อ ERC Sandbox ซึ่งเป็นมีหนึ่งในโครงการที่ประสบความสำเร็จของไทยเรา นั้นคือโครงการส่งออก LNG หรือ Liquid Natural Gas ที่สามารถสร้างรายได้มากกว่า 580 บาท ซึ่งสามารถนำมาเสริมศักยภาพการแข่งขันของประเทศเราต่อไป ซึ่งสำนักงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานได้เผยความคืบหน้าโครงการทดสอบนวัตกรรม ERC Sandbox ได้แจ้งว่าโครงการทดสอบระบบการดำเนินการส่งออก LNG (Reloading) ของ ปตท. ร่วมกับ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (PTTLNG) ประสบผลสำเร็จ และนำรายได้ส่งคืนรัฐเพื่อนำไปลดราคาค่าก๊าซธรรมชาติต่อไป

“โครงการทดสอบนวัตกรรมที่นำเทคโนโลยีมาสนับสนุนการให้บริการด้านพลังงาน” หรือ ERC Sandbox ที่ กกพ. เปิดให้เอกชนดำเนินการมาตั้งแต่ 30 ส.ค. 2562 ว่ามีบริษัทเอกชนที่ได้เข้าร่วมโครงการ ERC Sandbox ที่มีทั้งสิ้นจำนวน 34 โครงการ และได้เริ่มทยอยส่งผลการทดสอบมายัง กกพ. แล้ว และคาดว่าทั้งหมดจะเสร็จสิ้นการทดสอบประมาณปี 2565 เนื่องจากแต่ละโครงการกำหนดเวลาทดสอบไว้ไม่เกิน 3 ปี นับจากวันเข้าร่วมโครงการ

สำหรับโครงการ ERC Sandbox แบ่งเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่

1.การศึกษาโครงสร้างตลาดไฟฟ้ารูปแบบใหม่ เช่น Peer to Peer Energy Trading

2.การศึกษาโครงสร้างอัตราค่าบริการรูปแบบใหม่ เช่น Net Metering, Net Billing

3.การศึกษาเทคโนโลยีใหม่เช่น ยานยนต์ไฟฟ้า(EV) และระบบกักเก็บพลังงาน (Energy Storage System)

4.การศึกษาการจัดการและการปฏิบัติการระบบไฟฟ้ารูปแบบใหม่ เช่น ระบบไมโครกริด

5. การศึกษารูปแบบกิจการธุรกิจใหม่ด้านพลังงาน เช่น การซื้อขายไฟฟ้าผ่านคนกลาง ( Supply and Load Aggregator )

6. ก๊าซธรรมชาติ (Natural Gas)

โดยกลุ่มที่เริ่มเห็นผลสำเร็จแล้วคือ กลุ่มก๊าซธรรมชาติ ที่บริษัท ปตท.จำกัด ( มหาชน ) ดำเนินโครงการร่วมกับ บริษัท พีทีที แอลเอ็นจี จำกัด (PTTLNG) ใน โครงการ Regional LNG Hub ที่เป็นการทดสอบระบบการดำเนินการส่งออก LNG (Reloading)

โครงการ ดังกล่าว ปตท. และ PTTLNG ได้ลงนามสัญญา Pilot Agreement for Reloading LNG ร่วมกันเพื่อรองรับการดำเนินธุรกรรมส่งออก LNG (Reloading) และได้ดำเนินการส่งออก LNG ระหว่างวันที่ 25 – 26 มกราคม 2564 ในปริมาณ 62,449 ตัน โดยไม่เกิดปัญหาอุปสรรคด้านเทคนิค

โดยช่วงเวลาการส่งออกดังกล่าวเป็นช่วงที่ตลาดในภูมิภาคทั้งญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และจีนมีความต้องการใช้เพิ่มสูงขึ้นจากสภาพอากาศหนาว

ในขณะที่โครงการผลิต LNG ในมาเลเซีย ออสเตรเลีย และไนจีเรียเกิดเหตุขัดข้อง และการสัญจรของเรือขนส่ง LNG ผ่านช่องแคบปานามาเกิดปัญหาการจราจรติดขัด ทำให้ตลาดเอเชียมีปริมาณเที่ยวเรือเสนอขายลดลง ส่งผลให้ตลาด Asian Spot เกิดภาวะตึงตัวกะทันหันแต่ในภาพรวมความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติในประเทศของไทยกลับลดลงหลังเกิดการแพร่ระบาดของโรค COVID 19 ระลอกใหม่ ที่รัฐบาลกำหนดมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด ส่งผลให้ ปตท. มีปริมาณสำรอง LNG เพิ่มขึ้น จึงมองเห็นโอกาสการส่งออก LNG จากท่ามาบตาพุดไปยังลูกค้าในภูมิภาคที่มีความต้องการในตลาด

โดยราคาขายที่ท่ามาบตาพุดในขณะนั้นอยู่ที่ 14.6 เหรียญสหรัฐฯ ต่อ ล้านบีทียู ในประมาณการต้นทุนซึ่งประกอบด้วยต้นทุนเนื้อ LNG ค่าบริการ Reloading LNG Service ค่าภาษีผ่านท่าเทียบเรือ Corporate Tax และค่าใช้จ่ายอื่นที่เกี่ยวข้องอยู่ที่ประมาณ 8.7 เหรียญสหรัฐต่อล้านบีทียู

ทำให้มีรายได้สูงกว่าค่าใช้จ่ายประมาณ 580 ล้านบาท ซึ่ง ปตท.ได้นำส่งภาครัฐ และ ที่ประชุม คณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) เมื่อวันที่ 9 มีนาคม 2564 และ กพช.เมื่อวันที่ 1 เม.ย.2564 ได้รับทราบการดำเนินการดังกล่าวและให้ กกพ.นำรายได้ที่ส่งให้รัฐไปเป็นส่วนลดราคาค่าก๊าซธรรมชาติต่อไป

สำหรับโครงการ ERC Sandbox อื่นๆ ที่เหลือส่วนใหญ่เป็นโครงการที่ไม่ได้ลงทุนจริง แต่เป็นการเก็บรวบรวมข้อมูล หรือประสานข้อมูลกับทางการไฟฟ้าเพื่อคำนวณความคุ้มค่าและทดสอบการประสานงานด้านเทคนิคต่างๆ ซึ่งกลุ่มนี้มีการรายงานความคืบหน้าให้ กกพ. ทราบบางส่วนแล้ว

แหล่งที่มาของข่าว https://www.energynewscenter.com/

#นายช่างมาแชร์ #Sandbox #LNG #ECONOMIC

Pump [EP.7] : Vertical Sump Pump ปั๊มชนิดจุ่มแบบครึ่งตัว

0
Vertical sump pump wallpaper
Vertical sump pump wallpaper

สวัสดีครับเพื่อนๆกลับมากับซีรี่ย์ที่ยาววววววววว….ที่สุดในเพจของเราอีกครั้งนะครับ นั้นคือซีรี่ย์เรื่องราวของปั้มนั้นเอง ตอนนี้เดินทางได้มาถึงตอนที่ 7 แล้วนะครับ (อาจจะด้วยปั้มในอุตสาห์กรรมมีมากมายหลายรูปแบบมากๆเลย) ซึ่งวันนี้เราจะพามาดูปั้มอีกชนิดนึงที่ทีความยาววววววว และเป็นที่นิยมมากในโรงงานขนาดกลางถึงใหญ่ นั้นคือ Vertical Sump Pump แต่เจ้าปั้มจุ่มชนิดนี้เค้าจะไม่ได้จุ่มลงไปหมดทั้งตัวนะครับ แต่จะจุ่มแค่เฉพาะตัวปั้มที่ยื่นยาวลงไปในบ่อหรือถังพักต่างๆ

ส่วนอีกครึ่งหนึ่งที่เป็นส่วน motor และ accessory ต่างๆจะอยู่ด้านบนทั้งหมดครับ ซึ่งก็จะง่ายต่อการบำรุงรักษา ปั้มชนิดนี้บางชื่ออาจจะเรียกว่า vertical turbine pump ซึ่งก็อาจจะแล้วแต่มาตราฐานนั้นๆในการเรียกนะครับ ซึ่งข้อดีคือ เจ้าปั้มตัวนี้จะจุ่มลงไปในบ่อเลย ซึ่งเป็นการประหยัดพื้นที่การติดตั้งและใช้งานได้มากเลยครับ และยังสามารถสร้างอัตราการไหล (Capacity) และแรงดันความสูง (Head) ได้ค่อนข้างมาก แต่ก็แลกมาด้วยการ overhaul ที่อาจจะลำบากหน่อยนะครับ

เพื่อนๆสามารถกลับไปดูบทความเกี่ยวกับปั้มได้ตามลิ้งค์นี้เลยนะครับ > บทความต่างๆเกี่ยวกับปั้ม

งั้นเราลองมาดูรายละเอียดต่างๆในบทความกันเลยนะครับ

มาทำความรู้จัก Vertical Sump Pump กัน

ปั้มจุ่มชนิดนี้ชื่อที่เรียกกันในโรงงานเราจะใช้คำว่า Vertical Sump Pump (อันนี้ของอ้างอิงมาตราฐาน API610 นะครับ) หรือบางที่ที่เป็นมาตราฐานทั่วไปพวก ISO13709 จะใช้คำว่า Vertical Turbine Pump นะครับ

โดยหลักการออกแบบและการทำงานของปั้มตัวนี้คือ จะเป็นปั้มยาวติดตั้งอยู่บนบ่อ หรือถังพัก โดยตัวปั้มจะถูกออกแบบให้มีความยาวและจุ่มลงไปในน้ำให้ท่วม และในส่วนของตัวขับและอุปกรณ์เสริมต่างๆจะอยู่ด้านบนนะครับ (ซึ่งถ้าอยู่หน้างานเราจะเห็นแค่ส่วนด้านบนนะครับ ส่วนด้านล่างคืออยู่ใต้น้ำหมดเลยครับผม)

ภาพ Vertical Sump Pump หน้างาน
ภาพด้านในของ Vertical sump pump เมื่อถูกติดตั้งอยู่บนถัง หรือบ่อพัก

เจ้าปั้มตัวนี้อาจจะมีใช้มากมายหลากหลายชนิดอุตสาหกรรมเลยทีเดียวครับ ไม่ว่าจะเป็นฝั่ง Oil and Gas, โรงปูน, โรงกระดาษ, หรือ การส่งน้ำต่างๆ โดยความสามารถของเค้าสามารถสร้าง Flow ได้ถึง 1000 m3/hr, Head ได้ถึง 150 m และ Operating temperature 350 องศาเซลเซียส เลยทีเดียวครับผม

ย่านการใช้งานของ vertical sump pump ที่ค่อยข้างสูง และครอบคลุม
Banner_SupremeServ_1532x329px_NEU

หลักการทำงานของ Vertical Sump Pump

หลักการทำงานของปั้มชนิดนี้ตัวใบพัดจะจุ่มอยู่ใต้ของเหลว และเมื่อทำงานของเหลวจะถูกดูดเข้าทางจาดูดด้านล่างสุดของปั้ม และของเหลวจะถูกส่งออกไปทางด้านขาออกและเอาไปใช้ในระบบต่อไป

โดยกำลังขับจะถูกส่งผ่าน motor ไฟฟ้า (หรือต้นกำลังแบบอื่นๆ) และกำลังถูกส่งผ่านเพลาที่เป็นท่อนยาวผ่านลงมาจนถึงใบพัด (impeller) โดยมีระบบ Seal Flushing ไปหล่อเลี้ยง Bush bearing ที่ทำหน้าที่รับภาระ load ของปั้ม และมี Mechanical seal หรือ Gland packing กันรั่วที่คอเพลา

ลองชมวีดีโอแสดงการทำงานและส่วนประกอบต่างๆของปั้มชนิดนี้กันนะครับ

วีดีโอแสดงการทำงานของ Vertical Sump Pump

ส่วนประกอบต่างๆของ Vertical Sump Pump

โดยจะมีหน้าตาและส่วนประกอบตามรูปต่างๆดังนี้นะครับ

  1. ท่อขาดูด (Suction Side) ตรงบริเวณตะแกรงด้านล่างนะครับ, จะทำหน้าที่เป็นส่วนที่ดูดน้ำขึ้นมา ด้วยแรงดูดจากใบพัด หรือ impeller
  2. ใบพัด (Impeller) ทำหน้าที่ในการดูดและส่งของเหลวจากขาดูด ออกไปทางด้านขาส่ง (Discharge side) ซึ่งอาจจะมีมากกว่า 1 ใบ เป็น 2 ใบ หรือ 3 ใบก็ได้นะครับ ขึ้นอยู่กับการออกแบบไปใช้งานครับผม
  3. เสื้อปั้ม (Casing) ทำหน้าที่ในการรองรับ (Contain) และออกแบบในลักษณะเป็น Volute ที่เปลี่ยน่ความเร็วของของเหลวที่ถูกใบพัดสร้างมา ให้กลายเป็นแรงดันออกไปทางขาส่ง
  4. เพลา (Shaft) ทำหน้าที่ถ่ายและส่งกำลังจากตัวขับมาถึงด้านล่างที่แสนยาวของเราครับ
  5. แบรรี่ชนิดบูช (Bush bearing) ทำหน้าที่รับภารระ load ของปั้มไม่ว่าจะเป็นแรง และโมเมนต์ ต่างๆนะครับ
  6. ระบบหล่อลื่น (Self flushing) ระบบหล่อเลี้ยง หรือ หล่อลื่น เจ้าปั้มตัวนี้จะใช้วิธีการดึงน้ำจากขาส่งที่มีความดันสูง ไปส่งต่อให้ bush bearing และ mechanical seal ใช้งานในการ flushing อุปกรณ์ต่อไป ; แต่เจ้าระบบนี้ถ้าเจอพวกเศษอะไรไปอุตตันละก็ อายุการใช้งานตัวนี้จะมีปัญหาตามมาแน่นอนนะครับผม อันนี้เป็นจุดตายอีกจุดนึงของปั้มชนิดนี้
  7. แม็คแคนิคอลซีล (Mechanical seal) ทำหน้าที่กันรั่วคอเพลานะครับ แต่บางรุ่นอาจจะใช้เป็น gland packing ก็ได้นะครับผมรายละเอียดเพิ่มเติมในบทความ >>> PUMP [EP.3] : Mechanical Seal อุปกรณ์กันรั่วที่สำคัญที่สุดในปั้มแบบหมุนเหวี่ยง
  8. ตัวส่งกำลัง (Driver) ซึ่งเป็นตัวต้นกำลังขับให้กับปั้มชนิดนี้เลยนะครับ ส่วนใหญ่ (เรียกว่าเห็นแต่แบบนี้) จะใช้เป็นมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นต้นกำลังขับนะครับ

ลองไปชมวีดีโอแสดงส่วนประกอบและการถอดแต่ละชิ้นๆตามวีดีโอด้านล่างกันนะครับ

วีดีโอแสดงส่วนประกอบต่างๆของ Vertical Sump pump
Banner_SupremeServ_1532x329px_NEU

จุดดี-จุดด้อย ของปั้มชนิดนี้

ข้อดี

  • ใช้พื้นที่ในการติดตั้งน้อย (แต่ก็ใช้พื้นที่ในในแนว vertical ที่เยอะมาก)
  • มีย่านการใช้งานครอบคลุม และสามารถจุ่มลงในบ่อได้เลย
  • ไม่จำเป็นต้องสร้างถัง หรือ Tank เพื่อเพิ่ม head สูงๆ
  • อายุการใช้งานยาวนานมากๆ (ถ้า line flushing ไม่ตันอ่ะนะครับ)
  • ใช้งานได้หลากหลาย application มากๆ ตั้งแต่ น้ำคลอง น้ำปลา น้ำยาสารเคมี น้ำมันเชื้อเพลิง และอื่นๆอีกมากมายนะครับ
  • ครอบคลุมหลากหลายมาตราฐาน

ข้อเสีย

  • ถ้าสำหรับงานยกไป overhaul หรือติดตั้งทำได้ลำบาก เรียก crane มายกลูกเดียว ทำ lifting plan บลาๆๆ
  • ค่า overhaul แพง ยิ่งถ้าได้เปลี่ยน casing ด้วยแล้วนั้นปาดเหงื่อเลยครับ
  • ใช้เวลาซ่อมนาน หลายๆ part ดึงไม่ค่อยออก (ใช้หินเจียลงบ่อยๆ)
  • เราไม่สามารถรู้ condition ด้านล่างได้เลย ต้องทำนายจากผล vibration อย่างเดียว
  • ต้นทุนปั้มที่สูง เนื่องจาก dimension ที่มีขนาดใหญ่

ซึ่งเจ้า vertical sump pump ก็มักจะเป็น pain point ของวิศวกรหลายๆโรงงานนะครับ แต่ถ้ามีแผน PM และ Reliability ที่ดีแล้วรับรองได้ว่า เพื่อนๆอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็นด้านล่างที่จุ่มในน้ำของปั้มชนิดนี้เลยทีเดียวนะค้าบบบบบ ^^

แล้วพบกับสาระความรู้ดีๆ เกี่ยวกับงานช่าง และงานวิศวกรรม กับเพจนายช่างมาแชร์นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

ปตท ผนึกกำลัง Foxconn มุ่งดันไทยให้เป็นศูนย์กลาง EV Cars

0

บริษัท ปตท. จำกัดมหาชล ผนึกกำลังกับทาง บริษัท ฟ็อกซ์คอนน์ (Foxconn) มุ่งหวังดันไทยให้เป็นศูนย์กลางผลิตยานยนต์ไฟฟ้าชั้นนำในอาเซียน รุกตลาดยานยนต์ไฟฟ้า หรือ EV cars เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงทิศทางพลังงานในอนาคต โดยมีการร่วมทุนกว่า 1 พันล้านเหรียญสหรัฐ เพื่อศึกษาการสร้างแพลตฟอร์มผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าครบวงจรในประเทศ และกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุน ขานรับนโยบายภาครัฐ ในการส่งเสริมอุตสาหกรรมเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานใน พิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการลงทุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ระหว่าง บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) กับ บริษัท หงไห่ พริซิชั่น อินดัสทรี จำกัด (Hon Hai Precision Industry Co., Ltd.) หรือ ฟ็อกซ์คอนน์ กรุ๊ป (Foxconn Technology Group) ในรูปแบบเสมือนจริง (Virtual MOU Signing Ceremony) จัดขึ้น ณ กรุงเทพฯ ประเทศไทย และ กรุงไทเป ไต้หวัน

ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นการผลักดันให้อุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้าสมัยใหม่ จะส่งเสริมประเทศให้เติบโตและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันในระดับสากลมากยิ่งขึ้น

ความร่วมมือนี้เป็นการผสานความเชี่ยวชาญของ Foxconn ที่เป็นผู้นำการผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของโลก และความสามารถด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยี รวมถึงความแข็งแกร่งด้านธุรกิจพลังงาน ในการพัฒนาแพลตฟอร์มการผลิต และเสริมศักยภาพระบบนิเวศ ด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ตลอดห่วงโซ่คุณค่ายานยนต์ไฟฟ้า ส่งเสริมให้ผู้รับผลิตสินค้า (Original Equipment Manufacturers: OEMs) ในประเทศไทย

ซึ่งรูปแบบการใช้พลังงานในอนาคต จะมุ่งไปด้าน GO GREEN และ GO ELECTRIC มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเชื้อเพลิงแบบดั้งเดิมก็ยังเป็นพลังงานที่สำคัญ แต่ในขณะเดียวกันก็มีความจำเป็นที่ต้องพัฒนาและปรับตัวเพื่อรองรับสู่ทิศทางพลังงานในอนาคต

ปตท. โดยจับมือพันธมิตรทางธุรกิจ ได้เริ่มเข้าสู่ EV Value Chain ในการพัฒนา EV Charging Platform, EV Station, Battery EV cars ดังนั้นการร่วมมือกับทาง Foxconn จะกระตุ้นให้เกิดการลงทุนในประเทศ เสริมสร้างทักษะและอาชีพให้กับคนในประเทศ และเป็นรากฐานสำคัญสู่อุตสาหกรรมเป้าหมายในอนาคต

โดยใน phase เริ่มต้นจากแพลตฟอร์มการผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและส่วนประกอบหลักต่าง ๆ แบบ end-to-end ด้วยเงินร่วมลงทุนขั้นต้นที่ 1-2 พันล้านเหรียญสหรัฐ และจะขยายการลงทุนในอนาคตต่อไป

NOTEWITH : Hon Hai Precision Industry Co., Ltd. (Foxconn) ก่อตั้งขึ้นในไต้หวัน ในปี พ.ศ. 2517 เป็นผู้ผลิตและประกอบอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ที่สุดของโลก  และเป็นผู้ให้บริการเทคโนโลยีโซลูชั่นชั้นนำ เชี่ยวชาญด้านซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ อาทิ Cloud Computing, Mobile Devices, IoT, Big Data, AI, Smart Networks, Robotics, Automation และ Electric Vehicle อีกด้วยนะครับ

Reference
https://tna.mcot.net/business
https://www.thunkhaotoday.com/news/energy/
Facebook Page น้องปอสาม

Steam Turbine ทำงานอย่างไร ?

0

โรงไฟฟ้าความร้อนตามนิวเคลียร์และถ่านหินรวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของการใช้พลังงานของโลก กังหันไอน้ำอยู่ในหัวใจของโรงไฟฟ้าเหล่านี้ พวกเขาแปลงพลังงานความร้อนในการอบไอน้ำให้เป็นพลังงานกล วิดีโอนี้จะอธิบายการทำงานภายในของกังหันไอน้ำและทำไมพวกเขาจะสร้างวิธีการที่พวกเขาอยู่ในขั้นตอนตามลักษณะตรรกะขั้นตอน

Credited by https://www.patreon.com/LearnEngineering

[Free Webinar!!] – “หลักการทำงานและการเลือกใช้ PICV วาล์วอย่างเหมาะสมในระบบปรับอากาศ”

0

คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ร่วมกับ ASHRAE Thailand Chapter

  • จัด Webinar ออนไลน์ในหัวข้อ “หลักการทำงานและการเลือกใช้ PICV วาล์วอย่างเหมาะสมในระบบปรับอากาศ” Free!!!
  • ผู้เข้ารับฟังบรรยายจะได้คะแนน CPD สามารถนำไปเป็นคะแนนในการขอเลื่อนระดับใบประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมของสภาวิศวกรอีกด้วย
  • จัดบรรยายในวันเสาร์ที่ 26 มิถุนายน 2564 เวลา 09:30 ถึง 12:00 น.
  • ผู้สนใจสามารถลงทะเบียนผ่าน QR Code ที่แสดงในรูปเพื่อรับ Link เข้าฟังการบรรยายครับ

หม้อไอน้ำ Boiler [EP.3] – หม้อไอน้ำแบบท่อน้ำ (Water Tube Boiler)

0
IHI water tube boiler

กลับมาอีกครั้งสำหรับซีรี่ย์หม้อไอน้ำกันนะครับผม ตอนนี้เราเดินทางมาถึง EP.3 แล้วนะครับ….ตอนนี้เราจะมาเล่าสุดยอดหม้อไอน้ำขนาดยักษ์ที่สามารถผลิตไอน้ำได้มหาศาล (ถึง 500 kg/s) ความดันไอน้ำที่มากถึง 160 barg และ Superheated steam ได้ถึง 550 °C ซึ่งหม้อไอน้ำที่สามารถทำได้ก็ต้องเป็นแบบ ท่อน้ำ หรือ Water Tube Boiler เท่านั้นนะครับ!!! (ท่อไฟจะได้แค่ย่านต่ำๆกับกลางๆนะครับ)

กลับไปอ่านบทความ หม้อไอน้ำ Boiler [EP.2] : หม้อไอน้ำแบบท่อไฟ Fire Tube Boiler

ซึ่งเจ้าหม้อไอน้ำแบบท่อน้ำนั้นก็จะมีความปลอดภัยกว่าแบบท่อไฟมากๆเลยนะครับ (เพราะถ้าเกิดท่อแตกก็จะเฉพาะ Tube เล็กๆด้านใน) โดยหลักการทำงานคือ น้ำอยู่ในท่อ และไฟอยู่ด้านนอกนะครับ

แต่หม้อไอน้ำชนิดนี้ก็จะพบตามโรงงานอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ เช่น โรงไฟฟ้า โรงปิโตรเคมี โรงซีเมนต์ และโรงกลั่นน้ำมัน เป็นต้นนะครับ (แต่ตามอาคารใหญ่ๆจริงๆ น่าจะมีนะครับ แต่นายช่างไม่เคยเห็น ^^)

แต่เท่าที่เกริ่นๆมาก็ดูจะมีแต่ข้อดีๆใช่มั้ยหละครับ แต่ข้อเสียหลักๆก็มีนะครับ คือต้องการการดูแลและบำรุงรักษาที่มาก และราคาค่าใช้จ่ายสูงนะครับผม งั้นเราลองไปดูหลักการ และพื้นฐานของหม้อไอน้ำชนิดนี้กันนะครับผม

หลักการพื้นฐานของหม้อไอน้ำแบบท่อน้ำ (Principle of water tube boiler)

สำหรับหลักการขอหม้อไอน้ำแบบท่อน้ำ เป็นหลักการที่เบสิค และน่าสนใจมากๆนะครับ เริ่มต้นด้วยส่วนประกอบแบบเบสิคกันก่อนนะครับ ซึ่งสา่วนประกอบหลักๆของเจ้าหม้อไอน้ำชนิดนี้จะประกอบด้วย 3 ส่วนหลักๆนั่นคือ

  1. Steam drum หรือ ถังพักไอน้ำ (ด้านบน) ทำหน้าที่เก็บพักและแยกไอน้ำ ซึ่งจะอยู่ด้านบนของ Boiler
  2. Mud drum หรือ ถังโคลน (ด้านล่าง) จะทำหน้าที่เก็บกักตะกอน ตะกรันของเสีย ซึ่งจะอยู่ด้านล่างของ Boiler
  3. Water tube หรือ ท่อน้ำ (ช่วงท่อตรงกลาง) จะทำหน้าที่แลกเปลี่ยนความร้อนกับไฟที่อยู่ด้านนอกท่อ และไหลเวียนพลังงานความร้อนภายใน Boiler ซึ่งก็แบ่งเป็นท่อ Downcomer และ ท่อ Riser ที่ทำหน้าที่ส่งน้ำขึ้น และลง ตามลำดับ

จากในภาพ Diagram ด้านบนอยากให้เพื่อนสังเกตเฉพาะตัวที่ highlight สีแดง ที่เป็นส่วนประกอบหลักกันก่อนนะครับ โดยหลักการคือ เมื่อน้ำในท่อถูกให้ความร้อนจากด้านนอก น้ำก็จะร้อนขึ้น (ตามหลักการทางฟิสิกส์ น้ำที่อุณหภูมิสูงจะเบากว่าน้ำที่อุณหภูมิต่ำ; จากทฎษฎีความหนาแน่นนะครับ) ดังนั้นน้ำที่มีอุณหภูมิสูงจะวิ่งขึ้นไปตามท่อ water tube (Riser tube) ไปยังถังพักไอหรือ Steam drum

จากนั้นในถังพักไอจะแยกระหว่างน้ำ และไอน้ำออกจากกัน ไอน้ำก็จะวิ่งเข้าสู่ช่วง Superheater เพื่อผลิตไอดง (หรือ superheated steam ที่มีความเป็นไอน้ำที่แห้ง) และนำไปใช้ประโยชน์ต่อไปในระบบ

และในขณะเดียวกันน้ำร้อนบริเวณด้านล่าง steam drum ก็จะนอนก้นอยู่ด้านล่างและน้ำที่มีอุณหภูมิเย็นกว่าก็จะหนักกว่าและวิ่งไปถังพักน้ำด้านล่างไปพร้อมๆกับเศษตะกรัน หรือสิ่งแปลกปลอมต่างๆด้านล่างเพื่อนำไปแยกทิ้งต่อไป

ภาพ Overview ของ Water Tube Boiler

แต่ถึงอย่างไร Water tube boiler ก็ยังแบ่งออกเป็นหลายชนิดนะครับ ซึ่งถ้าเป็น package ขนาดเล็กก็จะเป็นสำเร็จรูปมาเลย แต่ถ้าเป็น Boiler ขนาดใหญ่ก็จะ Fabricate ให้เหมาะสมกับ ณ โรงงานอุตสาหกรรมนั้นๆ หรือตามที่ Licensor ออกแบบมาครับ แต่สำหรับตัวอย่างก็จะเป็นหลักการเบื้องต้นเท่านั้นนะครับ ซึ่งรายละเอียดด้านในก็ยังมีให้ศึกษาอีกเยอะเลยครับ

PBS Boiler Final banner

ส่วนประกอบของหม้อไอน้ำแบบท่อน้ำ (Water Tube Boiler Component)

เราลองมาดูส่วนประกอบอื่นๆของหม้อไอน้ำแบบท่อน้ำ หรือ Water Tube Boiler กันนะครับ

3 ลำดับแรกของ copy ของเดิมมาก่อนนะครับ

  1. Steam drum หรือ ถังพักไอน้ำ (ด้านบน) ทำหน้าที่เก็บพักและแยกไอน้ำ ซึ่งจะอยู่ด้านบนของ Boiler
  2. Mud drum หรือ ถังโคลน (ด้านล่าง) จะทำหน้าที่เก็บกักตะกอน ตะกรันของเสีย ซึ่งจะอยู่ด้านล่างของ Boiler
  3. Water tube หรือ ท่อน้ำ (ช่วงท่อตรงกลาง) จะทำหน้าที่แลกเปลี่ยนความร้อนกับไฟที่อยู่ด้านนอกท่อ และไหลเวียนพลังงานความร้อนภายใน Boiler ซึ่งก็แบ่งเป็นท่อ Downcomer tube และ Riser tube (ในภาพเขียน Water Tube นะครับ) ที่ทำหน้าที่ส่งน้ำขึ้น และลง ตามลำดับ
  4. Safety valve หรือ วาล์วนิรภัยทำหน้าที่ระบายแรงดัน (ตัวนี้สำคัญที่สุดเลยนะครับ) เพราะเมื่อเกิดการ overpressure โดยวาล์วจะเปิดระบายไอน้ำบางส่วนออกจาก boiler ไป ป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุจากความดันเกินในระบบและทำให้หม้อไอน้ำเสียหาย
  5. Fuel (Burner) หรือแหล่งกำเนิดความร้อน ซึ่งก็มีได้มากมายหลายแบบเลยนะครับ ตั้งแต่ เชื้อเพลิงแข็ง เชื้อเพลิงเหลว และเชื้อเพลิงก๊าซ ซึ่งถ้าเป็นดังรูปจะใช้เชื้อเพลิงเหลว หรือก๊าซ ผ่านหัวเผา หรือ burner ในการจุดไฟ และให้ความร้อนสู่หม้อไอน้ำนะครับ แต่สำหรับบางที่อาจจะใช้เช้อเพลิงของแข็ง เช่น ถ่านหิน ฟืน ถ่านไม้ แกลบ ขี้เรื่อยเป็นต้น ที่นำมาเผาเป็นแหล่งกำเนิความร้อน
  6. Level Sight glass (ในภาพไม่มี) ซึ่งเป็นกระจกทำหน้าที่คอยดูระดับในหม้อไอน้ำ ซึ่งอาจจะติดเป็นสัญญาณ monitoring ต่างๆเข้าไปดูใน control room ได้นะครับ
  7. Pressure gauge (ในภาพก็ไม่มีอีกเช่นกัน) ตัวนี้ถือว่าสำคัญมากๆเลยนะครับ เพราะจะเป็นตัวช่วยดู และ monitor ความดันภายในหม้อไอน้ำ ซึ่งก็ควรมีการ calibrate ตามรอบระยะเวลานะครับ

หลังจากเราทราบหลักการทำงานเบื้องต้น และส่วนประกอบหลักๆของ Water Tube Boiler แล้ว เราลองรับชมวีดีโอแสดงการทำงานของ water tube boiler ในลักษณะของโรงงานอุตสาหกรรมกันนะครับ

[VIDEO] – Water Tube Steam Boiler

หม้อไอน้ำแบบท่อน้ำประเภทต่างๆ (Type of water tube boiler)

หม้อไอน้ำชนิดนี้มีน้ำไหลในท่อดังนั้นคุณภาพในการใช้จึงต้องปรับปรุงคุณภาพให้เหมาะสมอยู่เสมอ ถ้าไม่อย่างนั้นอายุการใช้งานของหม้อไอน้ำจะมีอายุใช้งานสั้นแน่นอน และอาจจะเปลืองพลังานบวกกับประสิทธิ์ภาพที่ลดลง ดังนั้นหม้อไอน้ำแบบท่อน้ำ จึงแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักคือ ชนิดท่อตรง และ ชนิดท่อโค้ง ซึ่งแต่ละชนิดมีรายละเอียดดังนี้นะครับ

1. หม้อไอน้ำชนิดท่อตรง (Straight Tube Boiler)

หม้อไอน้ำชนิดนี้จะมีท่อลักษณะตรง แต่สามารถติดตั้งในลักษณะวางตั้ง วางขวาง หรือ วางเอียงก็ได้ครับ

1.1 หม้อน้ำตั้งท่อวางตั้ง (Simple vertical boiler)

ลักษณะวางหม้อน้ำแบบตั้ง และการเรียงตัวของท่อน้ำเป็นแบบวางตั้ง และขดเป็นก้นหอย ระหว่างท่อก็เป็นฉนวนเพื่อทำเป็น Path ทางวิ่งของก๊าซเชื้อเพลิงและวิ่งออกไปทางปล่องเตาต่อไปครับผม

หม้อไอน้ำแบบท่อน้ำตั้งวางตั้ง (Simple vertical boiler)

1.2 หม้อน้ำตั้งท่อวางขวาง (Vertical Cross Tube Boiler)

โดยหม้อไอน้ำชนิดนี้มีลักษณะวางตั้ง ส่วนท่อวางขวาง โดยด้านเปลือกหม้อน้ำจะเจาะช่องไว้เพื่อทำความสะอาด ส่วนมากมีการนำมาใช้โรงงานทำเส้นก๋วยเตี๋ยว

หม้อน้ำตั้งท่อวางขวาง (Vertical Cross Tube Boiler)

1.3 หม้อน้ำตั้งท่อวางเอียง (Babcock and Wilcox Boilers)

หม้อน้ำตั้งท่อวางเอียงเป็นหม้อน้ำที่มีกำลังผลิตตั้งแต่ปานกลางจนถึงใหญ่ ซึ่งถูกประดิษฐ์โดย Babcock และ Wilcox (ซึ่งแทบจะเรียกว่าเป็น commercial boiler แบบแรกของลูกเลยนะครับ) โดยหลักการทำงานคือ เชื้อเพลิงจะถูกเผาไหม้ใต้ช่วงท่อน้ำ จากนั้นก๊าซร้อนก็จะลอยตัวกลับไปด้านบนและถูกบังคับให้วกมาให้ความร้อนอีกรอบนึง และจากนั้นจึงออกปล่องออกไปสู่บรรยากาศ

Babcock and Wilcox Boilers

2. หม้อไอน้ำชนิดท่องอ (Bent – Tube Boiler)

หม้อน้ำชนิดนี้มีตั้งแต่กำลังผลิตเล็กๆ จนไปถึงกำลังผลิตขนาดใหญ่จนมากกว่า 500 Tons/hr ซึ่งจุดเด่นที่สุดคือ สามารถสร้างไอน้ำความดันสูงๆได้ดี

2.1 หม้อน้ำชนิดท่องอบางส่วน

หม้อไอน้ำชนิดนี้เป็นที่นิยมมากๆในอุตสาหกรรม ขนาดปานกลาง ถึง ใหญ่มาก ซึ่งเป็นที่นิยมใช้ในโรงไฟฟ้า เป็นค้น โดยหลักการของประเภทนี้ก็จะเหมือนตัวอย่างที่เรายกมาตอนแรกเลยนะครับ ที่ว่ามี steam drum, mud drum และ water tube ซึ่งหากแบ่งเจ้าหม้่อไอน้ำลูกนี้จะแบ่งได้ตามลักษณะของ flow เช่น natural flow, forced flow หรือ ตามการจัดเรียงตัวของท่อนะครับผม

Bent – Tube Boiler

2.2 หม้อน้ำชนิดท่อน้ำขด (หรือนิยมเรียก Package Boiler)

หม้อไอน้ำชนิดนี้ส่วนมากมีขนาดเล็กไปจนถึงปานกลาง และ สามารถผลิตไอน้ำที่มีอัตราสูง เรียกว่า พกพา เคลื่อนย้ายได้ง่ายครับ แต่ก็มีการดูแลและซ่อมแซมค่อนข้างลำบากครับ

หม้อน้ำชนิดท่อน้ำขด

ข้อดี-ข้อด้อย ของหม้อไอน้ำชนิดท่อน้ำ

เราขอมาสรุปแบบเนื้อเน้นๆถึงข้อดี ข้อด้อยของ water tube boiler กันนะครับ

ข้อดี

  • ใช้ภายใต้ความดันได้สูง
  • ผลิตไอน้ำได้รวดเร็วกว่า (อัตราการผลิตสูง)
  • มีความปลอดภัยในการใช้งานสูง
  • ตรวจสภาพท่อภายนอกได้ง่าย

ข้อเสีย

  • ราคาแพง
  • ค่าดูแลและซ่อมบำรุงสูง เนื่องจากการเกิดตะกรันภายในท่อ
  • ต้องการน้ำคุณภาพดีมาก
  • ถ้าในระบบมี load ที่ไม่นิ่ง ความดันก็จะไม่คงที่ตามไปด้วย

ก็จบไปแล้วสำหรับหม้อไอน้ำ EP.2 กันนะครับ หากผิดพลาดประการใด หรือเพื่อนๆมีประสบการณ์มาแชร์กัน ก็สามารถทักหาได้ทาง Facebook page โดยตรงได้เลยนะครับ เรามีทีมวิศวกรที่เชี่ยวชาญมาคอยอธิบาย หรือตอบคำถามให้เพื่อนๆกันนะครับ สำหรับวันนี้ขอบ๊ายบายยยย see u กันใหม่ใน EP หน้านะค้าบบบ สวัสดีครับ -/\-

==================================================

และสุดท้ายนี้ขอขอบคุณสปอนเซอร์ใจดีจาก “บริษัท โปรเฟสชั่นแนล บอยเลอร์ จํากัด” ผู้แทนจําหน่ายเครื่องกําเนิดไอนํ้า IHI อย่างเป็นทางการ

หากเพื่อนๆสนใจรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถคลิกเข้าไปดู

ติดต่อฝ่ายขาย เบอร์โทรศัพท์ 092-223-7742 

หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เบอร์ 02-321-3650 

Website : www.oncethroughboiler.com

Facebook page : facebook.com/oncethroughboiler

Youtube : https://www.youtube.com/@oncethroughboiler

==================================================

แล้วพบกับสาระความรู้ทางด้านงานช่าง และงานวิศวกรรมได้ในโพสต์ถัดๆไปนะครับ หรือสามารถตามสื่อตามๆของเราด้านล่างเลยนะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

Reference
https://www.spiraxsarco.com/learn-about-steam/the-boiler-house/water-tube-boilers
https://www.electrical4u.com/water-tube-boiler-operation-and-types-of-water-tube-boiler/
http://xn--q3cbvai3ckfa5c1m6be0d.com/
https://www.elprocus.com/water-tube-boiler-working-principle-types-of-water-tube-boilers/
https://www.mechanicalbooster.com/2017/01/babcock-and-wilcox-boiler.html


Semitransparent solar cells ที่จะเปลี่ยนโลกของ Solar cells ในอนาคต

0

เพื่อนรู้กันอยู่แล้วว่าแผง Solar cell ที่เราติดใช้งานกันนั้น เป็นแผงที่เป็นสีน้ำเงินดำ ที่จะช่วยลดการใช้พลังงานและสามารถขายไฟฟ้าคืนให้ทางการไฟฟ้าและได้เงินกลับมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน ของบ้านและโรงงานของเราได้

จะเห็นว่าประโยชน์ของ Solar cell นั้นเป็นเรื่องของการประหยัดไฟฟ้าที่ได้จากแสงอาทิตย์ ซึ่งเป็นพลังงานที่ฟรี และสะอาด แต่ถ้าเทคโนโลยีที่สามารถผลิตแผงที่เป็นกระจกใส และติดตามหน้าต่าง หลังคา ของบ้านและโรงงาน ซึ่งจะเป็น Solar cell ที่รับแสงอาทิตย์นำมาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้าใช้งานต่อ

โดยตอนนี้ทางคุณ Kai Wang ผู้เป็น Assistant research professor จาก Materials science and engineering ของ Penn State University ซึ่งเป็นผู้วิจัยและสำเร็จในเรื่อง “การทำ Solar cell แบบใส ที่มีประสิทธิภาพ (Semitransparent solar cells)”

ทุกๆ วันนี้ แผง Solar cell ที่เราใช้งานอยู่ทุกวันนี้นั้นทำมาจากซิลิกอน (Silicon) ซึ่งทางนักวิทยาศาสตร์เชื่อว่ายังคงมีข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยีที่จะทำให้ประสิทธิภาพสูงกว่านี้ โดยทั่วไปอยู่ประมาณ 15 – 23% และตอนนี้นักวิทยาศาสตร์และนักวิจัยจากทาง Penn State University นั้นสามารถทำอิเลกโทรดที่บาง ที่เป็นแผ่นฟิล์มทอง ซึ่งจะทำให้การนำไฟฟ้าได้ดี ในขณะเดียวกันก็ไม่สวยเสียเรื่องของการดูดซับพลังงานจากแสงอาทิตย์

แผง Perovskite Solar cells ที่ทางทีม Penn State พัฒนานั้นมีประสิทธิภาพที่ 19.8% สำหรับแผง Semitransparent solar cells ที่มาจากทอง (Gold electrode) และเมื่อใดก็ตามได้ไปรวมการใช้งานร่วมกับแผง Solar cell ที่ทำมาจากซิลิกอน นั้นจะทำให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นจาก 23.3% เป็น 28.3%

อย่างที่เราทราบกันว่า Solar cell ในประเทศไทยนั้นได้ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวาง และกำลังเป็นที่นิยมตามบ้านและโรงงาน ที่นำมาใช้ทั้ง Solar farm, Solar roof top หรือที่กำลังเริ่มเป็นที่นิยม Solar floating ซึ่งเราก็หวังว่าจะได้เห็นแผง Solar cell ที่เป็นกระจก และสามารถถูกตกแต่งอยู่ที่บ้านและโรงงาน เพื่อผลิตกระแสไฟฟ้ามาใช้งานได้มากขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้นะครับ

สำหรับวันนี้ขอขอบคุณแหล่งข้อมูลดีๆจากทาง Scitechdaily และทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยนะครับ

แล้วพบกับสาระดีๆทางด้าน งานช่าง งานวิศวกรรม และงานอุตสาหกรรม แบบนี้ได้ในเพจนายช่างมาแชร์นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์

Electric Motor [EP: 2] – มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (DC Motor)

4

เพื่อนๆ รู้ไหมว่าในชีวิตประจำวันของเรานั้น มีอุปกรณ์ไฟฟ้าที่มีส่วนเกี่ยวกับมอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) อยู่ตลอด จะมายกตัวอย่างให้ดูกันนะครับ ว่ามีอะไรบ้าง เช่น ปั้มน้ำ (Pump), ระบบทำความเย็น (Air Conditioner), พัดลม (Fan) เป็นต้น เห็นไหมครับ ว่าอุปกรณ์ไฟฟ้าพวกนี้ล้วนมีมอเตอร์ไฟฟ้าเป็นหลัก และเป็นอุปกรณ์สำคัญที่ทำให้สามารถทำงานได้ตามฟังก์ชัน

นอกจากในชีวิตประจำวันแล้วนั้น ในโรงงานอุตสาหกรรมนั้นก็มีมอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่สำคัญชนิดหนึ่งที่เป็นกลไกทำให้กระบวนการผลิตสามารถเดินเครื่องได้อย่างต่อเนื่องและธุรกิจของบริษัท ยังคงไปได้อย่างต่อเนื่อง โดยในโรงงานนั้นจะมีมอเตอร์ไฟฟ้าอยู่เยอะมากที่ใช้ในหลากหลาย Application เช่น ปั้ม (Pump), Compressor, Blower, Fin Fan เป็นต้น

ใน EP แรกนี้เราจะได้รู้จักว่ามอเตอร์คืออะไร และมีทั้งหมดกี่ประเภท รวมถึงจะไปเล่าหลักการทำงานของมอเตอร์ประเภทหนึ่งก่อนนะครับ .

มอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) คือ อะไร?

มอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) คือ อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่ในการแปลงพลังงานไฟฟ้าที่ได้จากแหล่งจ่ายของมอเตอร์ เป็นพลังงานจลน์ ซึ่งการแปลงพลังงานดังกล่าวนี้จะทำให้เกิดการหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้าได้ ซึ่งมอเตอร์ไฟฟ้ามีหลายประเภทที่สามารถนำไปใช้งานในทั้งบ้านเรือนและอุตสาหกรรมต่างๆ

ตัวอย่างการทำงานในการเปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานจลน์ ของมอเตอร์ไฟฟ้า

ประเภทของมอเตอร์ไฟฟ้า

มอเตอร์ไฟฟ้า (Electric Motor) ที่ใช้งานทั่วไปนั้นจะมี 2 ประเภทหลักๆ คือ

  1. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (DC Motor)
  2. มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Motor)

ซึ่งใน EP นี้เราจะมาเล่าในส่วนของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงก่อนว่าหลักการทำงานเป็นอย่างไร และนำไปใช้ประโยชน์ทางด้านไหน รวมถึงจะเล่าถึงวิธีการดูแลรักษาในเชิงอุตสาหกรรม ที่สามารถนำไปปรับใช้ในบ้านเรือนได้

หลักการทำงานของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (DC Motor)

DC Motor ย่อมาจาก Direct Current Motor ซึ่งเป็นมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงที่มีโครงสร้างภายในแตกต่างจาก AC Motor หรือ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ ซึ่งเราจะมีดูโครงสร้างของ DC Motor กันก่อนนะครับ ว่ามีอะไรบ้าง

ในส่วนของโครงสร้างมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง หรือ DC Motor นั้นจะมีส่วนประกอบไปด้วย 2 ส่วนใหญ่ๆ ดังนี้

  1. ส่วนที่อยู่กับที่ เราจะเรียกว่า Stator ที่มีขดลวดสนาม (Field Coil)
  2. ส่วนที่เคลื่อนที่ เราจะเรียกว่า Rotor โดยในส่วนนี้นั้นจะประกอบไปด้วยขดลวดอาร์เมเจอร์ (Armature) และแปรงถ่าน (Brush)

หลักการพื้นฐานของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง หรือ DC Motor ประกอบด้วยขดลวด 2 ชุด ซึ่งขดลวดชุดหนึ่งอยู่ที่ Stator เรียกว่าขดลวดสนาม (Field winding) ที่ทำหน้าที่สร้างสนามแม่เหล็กถาวร ซึ่งแหล่งจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงที่จ่ายมานั้นจะมาจากแหล่งเดียวกันกับขดลวดอาร์เมเจอร์ แต่ในบางครั้งสำหรับมอเตอร์เล็กๆ นั้นจะใช้แม่เหล็กถาวรแทนการใช้ขดลวดเพื่อสร้างสนามแม่เหล็กถาวร และขดลวดชุดที่สองที่อยู่ในส่วนของ Rotor จะเรียกว่าขดลวดอาร์เมเจอร์ (Armature winding) ซึ่งจะจ่ายไฟฟ้ากระแสตรงเข้าขดลวดอาร์เมจอร์ผ่านแปรงถ่าน (Brush) และชุด Commutator ซึ่งตัวขดลวดนั้นจะทำให้เกิด Torque ในการหมุนของ Rotor ที่เกิดมาจากการกระทำระหว่างขั้วแม่เหล็กของขดลวดใน Stator และ Rotor ที่ต่างขั้วกันและผลักกันทำให้เกิดการหมุนขึ้นได้ในที่สุด

ประเภทของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง และการนำไปใช้งาน

ประเภทของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงนั้นจะขึ้นอยู่กับการต่อระหว่างขดลวดสนาม (Field Coil) และ ขดลวดอาร์เมเจอร์ (Armature Coil) ว่าเป็นการต่อแบบไหน ซึ่งมีวิธีการต่อดังนี้

1. Shunt DC Motor เป็นการต่อขดลวดสนาม (Field Coil) และ ขดลวดอาร์เมเจอร์ (Armature Coil) เป็นแบบขนานกัน ดังนั้นกระแสะไฟฟ้าที่ไหลผ่าน Field Coil และ Armature Coil จะไม่เท่ากัน

คุณสมบัติของประเภทนี้ คือ มีแรงบิด Torque ปานกลาง และความเร็วรอบคงที่

การนำไปใช้งานนั้น จะนิยมกับมอเตอร์เครื่องเจาะ มอเตอร์เครื่องกลึง เป็นต้น

2. Serie DC Motor เป็นการต่อขดลวดสนาม (Field Coil) และ ขดลวดอาร์เมเจอร์ (Armature Coil) เป็นแบบอนุกรมกัน ซึ่งกระแสไฟฟ้าที่ไหลผ่านขดลวดทั้ง 2 นั้นจะมีค่าเท่ากัน ซึ่งปริมาณกระแสไฟฟ้าที่ไหลนั้นจะขึ้นอยู่กับภาระโหลดหรือภาระที่แกนมอเตอร์ โดยความเร็วของมอเตอร์จะลดลงเมื่อโหลดเพิ่มขึ้น

คุณสมบัติของประเภทนี้ คือ มีแรงบิด Torque สูงมาก และความเร็วของมอเตอร์ชนิดนี้จะลดลงถ้าภาระโหลดมากขึ้น

การนำไปใช้งานนั้น จะนิยมกับมอเตอร์สตาร์ทเครื่องยนต์ มอเตอร์ยกของ มอเตอร์ขับเคลื่อนรถไฟฟ้า เป็นต้น

3. Compound Motor เป็นมอเตอร์ที่มีขดลวดสนาม (Field Coil) 2 ชุด โดย ชุดที่ 1 จะต่ออนุกรมกับ ขดลวดอาร์เมเจอร์ (Armature Coil) ก่อนและค่อยมาขนานกับขดลวดสนาม (Field Coil) ชุดที่ 2

คุณสมบัติของประเภทนี้ คือ เป็นการรวมคุณสมบัติของแบบ Shunt DC Motor และ Serie DC Motor เข้าด้วยกัน ทำให้มอเตอร์ประเภทนี้มีแรงบิด Torque มากกว่า Shunt DC Motor แต่ไม่เท่ากับ Serie DC Motor และมีความคงที่ที่ดีกว่า Serie DC Motor แต่ไม่ดีเท่า Shunt DC Motor

การนำไปใช้งานนั้น จะนิยมกับมอเตอร์ตัดโลหะ มอเตอร์เครื่องกดอัด เป็นต้น

เป็นอย่างไรกันบ้างกับ DC Motor ใน EP นี้ครับ ใน EP ต่อไปนั้นเราจะมาเล่ากันต่อกับ AC Motor กันนะครับ

แล้วพบกับสาระความรู้ทางด้านงานช่าง และงานวิศวกรรมได้ในโพสต์ถัดๆไปนะครับ หรือสามารถตามสื่อตามๆของเราด้านล่างเลยนะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

Heat exchanger [EP.2] – เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนด้วยอากาศ หรือ Air Cooled Heat Exchanger (fin-fan)

0
air cooled heat exchangers wallpaper

หลังจากที่เราแชร์ประเภทของ heat exchanger แบบ Shell & tube ที่มีใช้ค่อนข้างมากในโรงงานอุตสาหกรรม ดังนั้นใน Ep.2 นี้อาจจะขอพาไปดูเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบใช้ “ลม” ในการระบายความร้อน ที่นิยมใช้ในทั้ง ระบบ Cooling tower ระบบทำความเย็น, ระบบแอร์, ระบบ refrigerant รวมไปถึง ระบบระบายความร้อนในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ ซึ่งเจ้าชื่อเต็มของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนด้วยอากาศ คือ Air cooled heat exchanger นะครับ

กลับไปอ่านบทความ Heat Exchanger [EP.1] : ประเภทของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนแบบ Shell & TUBE

แต่เราก็อาจจะคุ้นชินกับคำว่า fin-fan หรือ Air cooler กันบ่อยๆนะครับ ซึ่งเหตุผลที่ตัวนี้ค่อนนข้างได้รับความนิยม เพราะ ราคาที่สุดแสนประหยัดนั้นเองครับ งั้นวันนี้เราลองตามไปดูดีกว่าว่า รายละเอียดของเจ้าอุปกรณ์ตัวนี้นั้นมีอะไรบ้างครับ.

เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนด้วยลม หรือ Air cooled heat exchanger

ภาพแสดงเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนด้วยอากาศ (โดยรวม)

เครื่องแลกเปลี่ยนความร้อน มีหลักการง่ายๆคือ “ใช้ลมในการระบาย หรือแลกเปลี่ยนความร้อนกับสารที่อยู่ด้านใน” ผ่านท่อความร้อน (Tube buddle) ซึ่งในท่อก็จะติดคลีบ หรือ fin เพื่อเพิ่มพื้นที่ และประสิทธิภาพในการแลกเปลี่ยนความร้อน ระหว่างอากาศ กับสารด้านในครับผม และโดยส่วนใหญ่จะใช้พัดลมในการพาอากาศที่อยู่รอบๆดึงขึ้นไปในการแลกเปลี่ยนความร้อน (ในเมืองหนาวๆ ก็อาจจะมีการหยุดพัดลมกันบ่อยๆ และเปิดช่องระบายลมขึ้นไปแทนครับ)

ภาพแสดง : การแลกเปลี่ยนความร้อนของอากาศ (สีน้ำเงิน) และ สารที่อยู่ด้านใน (Process) ผ่าน FinTube

ดังนั้นด้วยหลักการดังกล่าวทำให้ระบบนี้ไม่ต้องการที่ติดตั้งเยอะ ไม่ต้องการ utility ในการใช้งาน เช่นน้ำหล่อเย็น หรือ cooling water ในการเดินท่อมาติดตั้ง ทำให้ต้นทุนแลกเริ่มต่ำอีกด้วยครับ ซึ่งถ้าเปรียบเทียบกับสิ่งใกล้ๆตัวที่เห็นภาพ ก็จะเป็นการ์ดจอที่มีใช้ในคอมพิวเตอร์ทั้งหลาย, หม้อน้ำในรถยนต์ หรือมอเตอร์ไซด์ต่างๆครับ เพียงแต่ในไซด์อุตสาห์กรรมจะมีขนาดและกำลังที่ใหญ่กว่ามากครับผม

เปรียบเทียบระบบระบายความร้อนด้วยอากาศแบบใกล้ๆตัวเราครับ^^

โดยอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนด้วยลม จะนิยมได้ยินในชื่อ Air-cooler และ Fin-fan แต่ถ้าชื่ออย่างเป็นทางการตามมาตราฐานสากลชื่อ Air Cooled Heat Exchanger หรือ ACHEs นะคร้าบบบ

*ซึ่งของโน๊ตไว้ที่นี้นะครับว่าหลักการทำงานเหมือนกัน แต่มาตราฐานต่างกันเราอาจจะใช้คนละชื่อนะครับ แต่ในบทความนี้นายช่างขออ้างอิงในส่วนของ Process air cooler ก่อนนะครับ 🙂

แต่ถ้าจะให้เข้าใจหลักการแบบ “อ่ออออ” แนะนำให้ดูวีดีโอด้านล่างที่แสดงให้เห็นหลักการทำงานกันเลยนะครับ

วีดีโอแสดงหลักการทำงานของเครื่องแลกเปลี่ยนความร้อนด้วยอากาศ

ส่วนประกอบต่างๆของ Air Cooled Heat Exchanger

ต่อมาลองดูส่วนประกอบต่างๆของ Air Cooled Heat exchanger กันนะครับว่า มีอะไรบ้าง?

ภาพแสดงส่วนประกอบหลัก ของ Air Cooled Heat Exchanger

จริงๆ ผมขอแบ่งส่วนประกอบของ Air Cooled Heat Exchanger เป็น 2 ส่วนดังนี้นะครับ

ฝั่งแรก Tube Buddle (สีชมพู) : เป็นฝั่งของ Tube bundle ที่ด้านในแบกรบ Hot process เอาไว้ โดยลักษณะจะเป็นกล่อง และแตกออกเป็นท่อ Fin Tube หลายๆเส้นครับ โดยหน้าตาจะเหมือนภาพด้านล่างนะครับ ซึ่งก็แบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ Plug header และ cover plate นะครับ

Tube bundle ของ Air Cooled Heat Exchanger
ส่วนประกอบต่างๆด้านใน Tube Bundle

ฝั่งสอง ชุดพัดลม (สีน้ำเงิน) : เป็นฝั่งของพัดลมที่ทำหน้าที่ในการพาลม ขึ้นไประบายความร้อนกับ Tube bundle นะครับ โดยเจ้าพัดลมนี้ก็จะมีต้นกำลังจากมอเตอร์ไฟฟ้านะครับ ซึ่งกำลังก็จะถูกส่งผ่านชุดขับไม่ว่าจะเป็น

ภาพตัวอย่างของชุดส่งกำลังของพัดลม
  • ชุดขับสายพาน (Belt drive)
  • ชุดเกียร์ (Gear box driver)
  • ชุดคัปปลิ้ง (Coupling)

ก็ขึ้นอยู่กับการออกแบบนะครับ แต่สำหรับ Hot process จะใช้สายพานครับ เนื่องจากซ่อมบำรุง ง่าย และรวดเร็ว แต่ในระบบ Cooling ส่วนใหญ่จะเป็น Gear box ครับ เพราะเจอน้ำตลอดเวลา

ภาพตัวอย่างของ Fan blade ใน Air Cooled Heat Exchanger

หลังจากผ่านชื่อขับมาก็จะถึงชึดใบพัด หรือ Blade ซึ่งตัวนี้เป็นหัวใจสำคัญในการพาลมมาก หรือลมน้อยขึ้นไปในการระบายความร้อนเลยนะครับ ซึ่ง Blade ก็อาจจะสามารถปรับมุมเองได้อัตโนมัติ เพื่อเพิ่ม หรือลด ปริมาณลมได้ในกรณีที่ช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง หรือมีการเพิ่ม/ลด กำลังผลิตได้อีกด้วยนะครับ

สุดท้ายลมก็จะถูกเป่าผ่าน plenum chamber และออกไปสู่บรรยากาศนะครับผม

ประเภทของ Air Cooled Heat Exchanger

โดยอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อนด้วยอากาศ หรือ Air cooled heat exchanger จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ ตามลักษณะการดึงลมขึ้นไปดังนี้นะครับ

ประเภทของ Air Cooled Heat Exchanger

1. Induced draft

Air cooled heat exchanger แบบ Induce draft จะเป็นลักษณะ “การดูดลม” ขึ้นไปด้วยพัดลมที่อยู่ด้านบน กับ tube bundle ที่อยู่ด้านล่างเพื่อไปแลกเปลี่ยนความร้อน ซึ่งการทำแบบนี้ก็จะมีประสิทธิภาพในการใช้พัดลมที่สูง แต่ทว่าก็จะใช้กับพวกการระบายความร้อนที่อุณหภูมิสูงมากๆไม่ได้ (ซักประมาณ 120 องศาเซลเซียส) เพราะจะทำให้ตัวใบพัดเองเสียหาย รวมถึงการขึ้นไปถอดเจ้าตัวใบพัดออกเพื่อทำการ Maintenance ที่ยากอีกด้วยครับ

2. Forced draft

Air cooled heat exchanger แบบ Force draft จะเป็น “การเป่าลม” ขึ้นไปด้วยพัดลมที่อยู่ด้านล่าง เพื่อไปแลกเปลี่ยนความร้อนกับ Tube bundle ที่อยู่ด้านบน ซึ่งการออกแบบในลักษณะนี้นั้นก็จะมีประสิทธิภาพที่ต่ำกว่าแบบแลก แต่ก็สามารถใช้กับอุณหภูมิสูงๆได้ รวมถึงการทำงานซ่อมบำรุงที่ง่าย และสะดวกกว่ามาก

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายๆอย่างในการเลือก (Selection) และงานวิศวกรรม (Engineering)

บททิ้งท้ายนะครับ

แต่จากประสบการณ์ของนายช่างเอง ถ้าใน Hot process ในโรงงานประเภท Oil & Gas หรือ โรงไฟฟ้าเอง ก็มักจะใช้แบบ Forced draft เรียกได้ว่า 90% กันเลยทีเดียวครับ

ซึ่ง EP นี้อาจจะขอเกริ่นๆภาพรวมไปก่อนสำหรับ Air cooled heat exchanger นะครับผม หากมีข้อสงสัย สามารถเข้ามาสอบถามได้โดยตรงในเพจ Facebook เลยนะครับ

แล้วพบกับสาระความรู้ดีๆ เกี่ยวกับงานช่าง และงานวิศวกรรม กับเพจนายช่างมาแชร์นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

Solar Cell System [EP:2] – ประเภทของแผงโซล่าเซลล์ (Solar Panel)

0
solar cell wall2

SOLAR CELL SYSTEM เป็นพลังงานสะอาดที่ได้จากพลังงานแสงอาทิตย์ ที่ฟรี และไม่ก่อให้เกิดมลภาวะ ซึ่งการจะได้พลังงานแสงอาทิตย์นั้นมาเปลี่ยนเป็นพลังงานไฟฟ้านั้นจะต้องมี “แผงโซล่าเซลล์ (SOLAR PANEL) จาก EP : 1 เพื่อนๆ ได้รู้จักเกี่ยวกับ Solar cell รวมถึงหลักการทำงานของ Solar cell และได้รู้เกี่ยวกับการเชื่อม Solar cell หลายๆ แบบที่นิยมใช้กันในบ้านและอุตสาหกรรม

อย่างไรก็ตาม Solar cell นั้นที่เพื่อนๆ รู้กันจะมี Solar Panel หรือว่า แผงโซล่าเซลล์ที่เป็นเหมือนตัวรับแสงและเปลี่ยนมาเป็นพลังงานไฟฟ้าให้เราได้ใช้งาน ซึ่งในขณะนี้จะมี Solar Panel หลายๆ แบบที่สามารถเลือกใช้งานได้

ดังนั้นใน EP นี้ เราจะมาทำความรู้จัก Solar Panel แต่ละแบบ ซึ่งจะบอกกรรมวิธีในการผลิต, ประสิทธิภาพของแต่ละแผง รวมถึงราคาในเชิงเปรียบเทียบของแต่ละชนิด และจะปิดท้ายด้วยการเลือกแผงที่เหมาะสมนะครับ

ประเภทของแผงโซล่าเซลล์ (Solar Panel)

ก่อนที่เราจะไปรู้จักในแต่ละประเภทของ Solar Panel อยากให้เพื่อนได้ทวนหลักการทำงานของ Solar Panel อีกครั้งตาม Video ด้านล่างนี้นะครับ.

1. แผงโซล่าเซลล์โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells)

แผงโซล่าเซลล์โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells) นั้นเป็นที่นิยมอย่างมากในการติดตั้ง Rooftop solar และในอุตสาหกรรม

แผง Solar Cell โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells)

กรรมวิธีการผลิต (Construction)

เป็นแผงโซล่าเซลล์ที่ทำมาจาก “ผลึกซิลิคอนเชิงเดี่ยว (Mono-Si)” ซึ่งเป็นซิลิคอนที่มีความบริสุทธิ์สูง แต่ละ Cells ผ่านกระบวนการ Czochralski process ที่อุณหภูมิสูง ทำให้ซิลิคอนเกิดผลึกเกาะกันที่แกนกลาง จนทำให้เป็นทรงกระบอก นำมาตัดเป็นสี่เหลี่ยมบางๆ พร้อมทั้งลบมุมทั้ง 4 ด้านออก และมีสีเข้ม

โดยทั่วไป แผงโซล่าเซลล์ชนิดนี้จะมี Solar Cell ประมาณ 60 – 72 Cells ขึ้นอยู่กับขนาดของแผง

ประสิทธิภาพ (Performance)

แผงโซล่าเซลล์โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells) จะมีประสิทธิภาพสูงทึ่สุดของทุกชนิด ซึ่งได้ค่า Efficiency ประมาณ 17 – 22% ซึ่งมีสาเหตุมาจากการที่ทำมาจาก ผลึกซิลิคอนเชิงเดี่ยว (Mono-Si) และอิเล็กตรอนสามารถเคลื่อนที่ได้ง่าย ซึ่งจากข้อดีดังกล่าวนี้สำหรับแผงชนิดนี้ จึงทำให้ค่าพลังงานที่ได้ออกมานั้นมากกว่าแผงโซล่าเซลล์ชนิดอื่น ซึ่งจะเหมาะกับพื้นที่น้อยแต่อยากได้ค่าฟลังงานที่นำมาใช้ที่มากกว่า

ราคา (Cost)

เนื่องจากกระบวนการผลิตของแผง Monocrystalline Silicon Solar Cells และประสิทธิภาพที่สูงกว่าแผงชนิดอื่น จึงทำให้ราคาของแผงชนิดนี้สูงกว่าชนิดอื่นด้วย

2. แผงโซล่าเซลล์โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Silicon Solar Cells)

แผงโซล่าเซลล์โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Silicon Solar Cells) ซึ่งบางครั้งจะใช้ชื่อ Multicrystalline Silicon Solar Cells ซึ่งจะนิยมกันมากสำหรับผู้ที่งบประมาณที่จำกัด

แผง Solar Cell ชนิด โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Silicon Solar Cells)

กรรมวิธีการผลิต (Construction)

กระบวนการผลิตของ แผงโซล่าเซลล์โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Silicon Solar Cells) จะเกิดจาก Crystal เล็กจำนวนมากมาประกอบกัน ซึ่งสามารถเรียกได้ว่าเป็นปรากฎการณ์ “Metal flake effect” จนมาเป็นแผง ซึ่งทำให้เซลล์เป็นรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส ไม่มีการตัดมุม สีของแผงน้ำเงินไม่เข้มมาก และมีลวดลายของผลึกบนแผง ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแผงชนิดนี้

จำนวน solar cell จะอยู่ที่ประมาณ 60 – 72 Cells เหมือนกับแผงโซล่าเซลล์โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells)

ประสิทธิภาพ (Performance)

แผงโซล่าเซลล์โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Silicon Solar Cells) มีประสิทธิภาพประมาณ 15 – 17% เนื่องจากการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนที่ยากกว่า

แต่อย่างไรก็ตามด้วยเทคโนโลยีในสมัยนี้ทำให้ประสิทธิภาพของแผงชนิดนี้สามารถเพิ่มขึ้นได้ใกล้เคียงกับแผงโซล่าเซลล์โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells)

ราคา (Cost)

ราคาของ แผงโซล่าเซลล์โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Silicon Solar Cells) นั้นถูกกว่า แผงโซล่าเซลล์โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells) แต่อาจจะต้องคำนึงถึงประสิทธิภาพและค่าพลังงานที่ต้องการให้เหมาะสมกับการลงทุน

3. แผงโซล่าเซลล์ฟิล์มบาง (Thin-film Solar Cells)

แผงโซล่าเซลล์ฟิล์มบาง (Thin-film Solar Cells) แตกต่างจากแผงทั้ง 2 ชนิดที่กล่าวมาข้างต้นอย่างสิ้นเชิง ซึ่งแผงชนิดนี้จะมีสีดำ ปราศจากโครงสร้างซิลิกอนทั่วไป บนแผง แต่จะเป็นแบบ ฟิล์มบาง ที่น้ำหนักเบา และสามารถทนต่อการโค้งงอได้ จึงทำให้ง่ายต่อการติดตั้ง

แผงโซล่าเซลล์ ชนิด ฟิล์มบาง (Thin-film Solar Cells)

กรรมวิธีการผลิต (Construction)

แผงโซล่าเซลล์ฟิล์มบาง (Thin-film Solar Cells) เกิดจากการจัดเรียงของสาร Photovoltaic ที่บาง เช่น Amorphous silicon (a-Si), Cadmium telluride (CdTe), Copper indium gallium selenide (CIGS) หรือ Dye-sensitized solar cells (DSC) บนพื้นผิวที่แข็งเหมือนแก้ว ซึ่งกระบวนการผลิตนี้สุดท้ายแล้วจะทำให้แผงชนิดนี้เบาและสามารถโค้งงอได้

ประสิทธิภาพ (Performance)

แผงโซล่าเซลล์ฟิล์มบาง (Thin-film Solar Cells) มีชื่อเสียเนื่องมาจากมีประสิทธิภาพที่ต่ำที่สุดของชนิดแผงทั้งหมด ประมาณ 10 – 13% ซึ่งการที่เลือกใช้แผงชนิดนี้นั้นจะทำให้ต้องมีพื้นที่และเพิ่มแผงเพื่อให้ได้ค่าพลังงานที่ต้องการ ถ้าเทียบกับแผงชนิดอื่น และอายุการใช้งานที่สั้น จึงไม่เหมาะสมและไม่นิยมนำมาติดตั้งในบ้านและอุตสาหกรรม

ราคา (Cost)

ราคาของแผงโซล่าเซลล์ฟิล์มบาง (Thin-film Solar Cells) ถูกที่สุดในบรรดาชนิดของแผงทั้งหมด เนื่องจากประสิทธิภาพที่ต่ำ แต่อย่างไรก็ตามแผงชนิดนี้ติดตั้งได้ง่ายกว่าแผงชนิดอื่นเนื่องจากสามารถโค้งงอได้

แผงชนิดไหนที่ดีที่สุดสำหรับเรา ?

โดยทั่วไป แผงโซล่าเซลล์ฟิล์มบาง (Thin-film Solar Cells) จะติดตั้งง่ายและถูก แต่ไม่เหมาะจะเอามาใช้งานเนื่องจากประสิทธิภาพที่ต่ำและได้พลังงานออกมาได้น้อย

สำหรับการติดตั้งตามบ้านที่พื้นที่จำกัด แผงโซล่าเซลล์โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells) น่าจะตอบโจทย์มากกว่า แต่ต้องยอมรับในเรื่องของงบประมาณในการลงทุนที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตามประสิทธิภาพและพลังงานที่ได้รับมานั้น คุ้มค่ากับงบประมาณที่ลงทุนไป

แต่ !!! ถ้ามีงบประมาณที่จำกัดนั้น อาจจะหันมาเลือก แผงโซล่าเซลล์โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Silicon Solar Cells) แทน

ดังนั้นเลือกใช้ชนิดแผงระหว่าง แผงโซล่าเซลล์โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Silicon Solar Cells) และ แผงโซล่าเซลล์โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Silicon Solar Cells) จะเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ขึ้นอยู่กับคุณที่ต้องการ อย่างไรก็ตามเลือกยี่ห้อและผู้ติดตั้งที่ดีนั้นก็เป็นปัจจัยที่สำคัญ

แล้วพบกับสาระความรู้ทางด้านงานช่าง และงานวิศวกรรมได้ในโพสต์ถัดๆไปนะครับ หรือสามารถตามสื่อตามๆของเราด้านล่างเลยนะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์