เทคโนโลยี IIoT Predictive Maintenance จาก Qonnect

0
เทคโนโลยี IIoT Predictive Maintenance จาก Qonnect
เทคโนโลยี IIoT Predictive Maintenance จาก Qonnect

IIoT ย่อมาจาก “Industrial Internet of Things” สำหรับใช้งานในในโรงงานอุตสาหกรรม ซึ่งเป็นการต่อยอดจากการใช้เทคโนโลยี IoT (Internet of Things) เป้าหมายหลัก คือการเชื่อมต่ออุปกรณ์และระบบอุตสาหกรรมเข้ากับอินเทอร์เน็ตหรือเครือข่าย เพื่อให้สามารถรวบรวมข้อมูลและใช้ข้อมูลนั้นในการวิเคราะห์ การจัดการ และการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

IIoT มีการใช้งานในหลายภาคอุตสาหกรรม เช่น การผลิต การขนส่งและโลจิสติกส์ การบริการพลังงาน การเกษตร และอื่นๆ อีกมาก ซึ่งเทคโนโลยีนี้จะช่วยให้ธุรกิจสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ลดค่าใช้จ่ายในการบำรุงรักษา และปรับปรุงการบริการต่อลูกค้าได้ดีขึ้น ด้วยข้อมูลที่ถูกสร้างขึ้นจากเครื่องจักรและอุปกรณ์ต่าง ๆ ในกระบวนการอุตสาหกรรม เช่น เซ็นเซอร์ที่ติดตั้งในเครื่องจักรเพื่อตรวจจับความผิดปกติและความเสี่ยงที่เป็นไปได้ การเชื่อมต่ออุปกรณ์กับระบบคอมพิวเตอร์หรือระบบคลาวด์เพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลและการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ และการใช้งานด้านซอฟต์แวร์และการประมวลผลข้อมูลเพื่อการจัดการและการควบคุมที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

ซึ่งในบทความนี้จะมาแนะนำเทคโนโลยี IIoT สำหรับ Smart Factory โดย BIIC – Qonnect ซึ่งจะสามารถช่วยให้ที่ช่วยตรวจสอบ และเฝ้าระวังความผิดปกติของเครื่องจักรได้ล่วงหน้า จากการวิเคราะห์ด้วยเทคโนโลยี AI และ Machine Learning ซึ่งจะช่วยให้โรงงานของเพื่อนๆ ลดปัญหา ลดความสูญเสีย ทั้งเงิน เวลา และโอกาสมูลค่าหลายสิบล้าน ด้วยโปรแกรมใช้งานง่ายมากๆ จะเป็นอย่างไร เราไปดูรายละเอียดกันครับ

เทคโนโลยี IIoT (Industrial IoT) โดย BIIC – Qonnect

โปรแกรม Qonnect เป็นผู้นำด้าน Digital สำหรับงานอุตสาหกรรมยุค Smart Factory โดยมีความเชี่ยวชาญด้าน IoT อุตสาหกรรมและ AI ซึ่งเชื่อมระบบในโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยการตรวจจับความผิดปกติ และการเพิ่มประสิทธิภาพ (Abnormaly Detection & Optimization) เพื่อปรับปรุงการตัดสินใจที่ขับเคลื่อนด้วยข้อมูล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การลดต้นทุน และการเติบโตที่ยั่งยืน

โดยเทคโนโลยี IIoT จากทาง Qonnect มีฟังก์ชั่นการทำงานโดยภาพรวมด้วยกัน 3 ฟังก์ชั่นคือ

1. IoT Smart Maintenance (Pdm Box)

อุปกรณ์ IoT Sensor แจ้งเตือนความผิดปกติล่วงหน้าก่อนเครื่องจักรหรือมอเตอร์เกิดการ breakdown ที่ประกอบไปด้วย sensors วัดค่า 3 ชนิดในตัวเดียว คือ Vibration , Temperature และ Alignment (X,Y,Z) มาพร้อมกับ AI Platform ที่ช่วย monitor ค่าต่างๆได้แบบ Real-Time และมีการวิเคราะห์ด้วย AI / Machine Learning model แบบ Pattern Recognitionในการ training ข้อมูล เพื่อสําหรับการทํา predictive maintenance

2. IoT Smart Sensor Solution (C-Box)

อุปกรณ์ที่สามารถช่วย convert ข้อมูล sensor เดิมที่ต้องจดบันทึก มาขึ้นออนไลน์ (IoT Convertor) เพื่อนํามาแสดงผลและมอนิเตอร์การ ทํางานได้อย่าง Real time ซึ่งมาพร้อมกับ Dashboard การแสดงกราฟสําเร็จรูป หรือสามารถนําข้อมูลขึ้นแสดงที่ระบบ PowerBI หรือ Excel ที่ทางโรงงานใช้อยู่ได้เช่นกัน – สามารถใช้กับ Sensor ต่างๆ อาทิ Power Meter, Temperature Sensor, Current Sensor เพื่อมอนิเตอร์ค่า ต่างๆว่ามีความผิดปกติหรือไม่

3. IoT Smart Production Solution (U-Box)

อุปกรณ์ที่ช่วยดึงข้อมูลจากเครื่องจักรได้โดยตรง ด้วยเทคโนโลยีการเชื่อมต่อข้อมูลจากเครื่องจักรด้วยวิธีพิเศษ (ผ่านใต้อนุสิทธิบัตรของ Qonnect) มาพร้อมกับระบบ Software ที่ช่วยแสดงข้อมูลการผลิตได้แบบ Real time , Status การทํางานของเครื่องจักร รวมถึงการนําข้อมูล ไปทํารายงานเพื่อการวิเคราะห์อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น OEE report, Production Timeline Report, Breakdown & Downtime Report ,Overall daily report และมี function ในการแจ้งเตือนข้อมูลที่สําคัญให้กับทางผู้ปฏิบัติงาน

Qonnect – IoT Predictive Maintenance ที่ช่วย Detect ความผิดปกติของเครื่องจักรได้ล่วงหน้า จากการวิเคราะห์ด้วย AI และ Machine Learning

ปกติหน่วยงานซ่อมบำรุงรักษา หรือทีมงาน Maintenance จะต้องคอยรับมือกับปัญหากับเครื่องจักรในแต่ละวันมากมาย ทั้งงาน PM หรือ CM ต่างๆ ซึ่งเปรียบคือเหมือนเราจะไม่มีทางรู้ล่วงหน้าเลยว่า “เครื่องจักรตัวไหนจะพัง?” แล้ว “พังเพราะอะไร?”

แต่จะดีกว่าไหมถ้าเรามีเทคโนโลยีที่สามารถรู้ล่วงหน้าได้ว่า “เครื่องจักรจะพังเมื่อไหร่ และจากสาเหตุอะไร?”

IIoT Smart Maintenance ~ Qonnect

IIoT Smart Maintenance ทำงานอย่างไร ?

1. การติดตั้งระบบ (IIoT Installation)

ขั้นตอนแรกคือการทำการติดตั้งระบบเครือข่าย IIoT หรือ Industrial Internet of Things เพื่อเชื่อมต่อเครื่องจักร อุปกรณ์ และโรงงานให้เป็นหนึ่งเดียวกัน ด้วยระบบที่ใช้งานง่ายมากๆ แบบ Plug & Play สามารถติดตั้งเสร็จสิ้นอย่างง่ายดายภายใน 30 นาที และส่งข้อมูลของเพื่อนๆได้อย่างราบรื่นผ่านจุดเข้าใช้งาน

2. ทำการเชื่อมต่อระบบ (Connectivity Setup)

ทำการจัดเก็บข้อมูลอย่างปลอดภัยบนคลาวด์ (Cloud) ขจัดความจำเป็นในการลงทุนระบบเซิร์ฟเวอร์ที่แสนแพง

3. ทำการแสดงผล (Visualization Setup)

เชื่อมต่อข้อมูล และทำการแสดงผล (Visualization) ให้ข้อมูลเครื่องจักร และค่าต่างๆเข้าสู่ระบบและเข้าถึงเว็บแอปพลิเคชั่นได้อย่างสะดวก ด้วยมือถือ ,แท็บเล็ต หรือคอมพิวเตอร์จอแสดงผล

4. ระบบติดตามผลและแจ้งเตือน (Monitoring & Alert)

หลังจากนั้นก็จะมีระบบส่งรายงานข้อมูลแบบ Realtime Monitoring และแจ้งเตือนเมื่อเกิดความผิดปกติเมื่อเกินค่าที่ตั้งไว้ ทำให้ทีมซ่อมบำรุง หรือผู้ที่เกี่ยวข้องเข้ามาจัดการได้อย่างรวดเร็ว จากนั้น ระบบ Machine Learning (ML) จะทำการเรียนรู้ข้อมูลจากเครื่องจักร และโรงงานของเราเพื่อฝึกอบรม AI Model ประมาณ 90 วัน เพื่อเป็น AI model ที่จะช่วยเราทำ Predictive ได้อย่างแม่นยำ และมีประสิทธิภาพนั่นเองครับ

สรุปข้อดี-ข้อจำกัดของระบบ IIoT

  1. สามารถเชื่อมต่อระบบเครื่องจักร และโรงงานเป็นหนึ่งเดียวกัน
  2. สามารถ Real-Time Monitoring เครื่องจักรในโรงงาน
  3. สามารถแจ้งเตือน Alert หาผู้เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหาได้ตั้งแต่เนิ่นๆ ด้วยระบบ AI model ที่แม่นยำ
  4. ส่งผลให้ต้นทุนในการซ่อมบำรุงลดลง (Maintenance cost saving) จากประวัติที่เคยทำมา ROI ประมาณ 6 เดือน และประหยัดเงิน 1-30 ล้านบาท/ปี
  5. สามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต (Production) และความเชื่อมั่นในอุปกรณ์ (Reliability)
  6. ติดตั้งง่าย และสามารถนำไปใช้ในระบบได้อย่างรวดเร็ว

ช่องทางการติดต่อกลับ (Product Sales Channel)

Sales Engineer : 062-604-2603

Email : [email protected]

Website : https://www.qonnect.ai/

ข้อมูลเพิ่มเติม

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

Between Bearing Pump ปั้มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

0
Between Bearing Pump
Between Bearing Pump

หากพูดถึงปั้มขนาดใหญ่ที่มี Capacity สูงๆ เราจะต้องเลือกใช้ปั้มที่มีการออกแบบในการวางใบพัดตรงกลางระหว่าง Bearing หรือตรงตามชื่อเลยคือ Between Bearing นั่นเองครับ
.
ซึ่งการออกแบบในลักษณะนี้จะส่งผลให้ “ปั้มมีความแข็งแรง” และมี Rigidity ที่สูงมาก ทำให้สามารถรับแรงกระทำ หรือภาระ (Load) ได้มากนั่นเองครับ ซึ่งปั้มแบบนี้จะแข็งแรงแบบ Overhung pump แน่นอนครับ
.
แต่ก็จะมีข้อเสีย คือ จะมีราคาที่สูง และค่าซ่อมบำรุงที่แพงกว่าปกติ มากกว่าอย่างน้อย 2 เท่าแน่นอนครับ เพราะมี Bearing, Mechanical Seal เพิ่มขึ้นมาถึง 2 ตัวนั่นเองครับผม

Banner_SupremeServ_1532x329px_NEU

แอมโมเนียก๊าซพิษอันตราย ดมไปถึงตายได้ เจอบ่อยๆในโรงงานทำความเย็น

0
แอมโมเนียก๊าซพิษอันตราย ดมไปถึงตายได้ เจอบ่อยๆในโรงงานทำความเย็น
แอมโมเนียก๊าซพิษอันตราย ดมไปถึงตายได้ เจอบ่อยๆในโรงงานทำความเย็น

แอมโมเนีย (Ammonia) คือ สารเคมีชนิดหนึ่ง ประกอบด้วย ธาตุไนโตรเจน (N) 1 อะตอม และไฮโดรเจน (H) 3 อะตอม โดยสูตรทางเคมี คือ NH3

แอมโมเนีย ถือเป็นก๊าซพิษ และมีความกัดกร่อนกัดกร่อน มีกลิ่นฉุนเฉพาะตัว ซึ่งเราสามารถสัมผัส กลิ่นแอมโมเนียได้หากมีความเข้มข้นมากกว่า 5 ppm หากเข้าไปเพียงเล็กน้อย จะทำให้น้ำตาไหล ออกฤทธิ์กระตุ้นหัวใจอย่างแรง และทำให้เสียชีวิตจากภาวะหัวใจล้มเหลวได้ง่าย!!!

ประโยชน์ของสารแอมโมเนีย:

(i) นิยมใช้สำหรับการทำความเย็น เนื่องจากมีราคาที่ถูกเมื่อเปรียบเทียบกับสารอื่น ๆ

(ii) นิยมนำมาใช้งานอย่างกว้างขวางในอุตสาหกรรมย้อมผ้า ยา เส้นใยสังเคราะห์ พลาสติก ปุ๋ย วัตถุระเบิด อุตสาหกรรมอาหารแช่แข็ง โรงกลั่นน้ำมัน และไอศกรีม

สรุปแอมโมเนียมีทั้งประโยชน์ แต่ก็มีความอันตรายต่อผู้ปฏิบัติงาน ดังนั้นควรมีมาตรการการตรวจสอบปริมาณแอมโมเนียในสถานที่ทำงานอยู่สม่ำเสมอเพื่อความปลอดภัยของผู้ปฏิบัติติงาน โรงงาน และสิ่งแวดล้อม

#นายช่างมาแชร์#แอมโมเนีย#ammonia#toxic#gas

เทคโนโลยีเครื่องตั้ง Alignment รุ่น AT400 เซ็นเซอร์ขั้นสูง 2 แกน

0

AT-400 เซ็นเซอร์ทรงพลังรุ่นใหม่ เครื่องตั้งศูนย์เพลาด้วยเลเซอร์ ทำงานผ่าน Tablet ได้ง่าย สะดวกใช้งานได้ทุกฟังก์ชัน ช่วงการวัดที่ขยายมากยิ่งขึ้น วัดได้ไกลถึง 20 เมตร+- ประสิทธิภาพสูง รับข้อมูลได้แม่นยำ มีทีมงานพร้อมสอนให้เข้าใจ ไร้กังวล

สัมผัสประสบการณ์การตั้งศูนย์เพลาที่เหนือระดับด้วย Laser shaft alignment AT-400 เครื่องมือตั้งศูนย์เพลา 2 แกน ที่เป็นนวัตกรรมใหม่ ที่จะปฏิวัติวงการ ด้วยความแม่นยำและประสิทธิภาพที่ไม่เคยมีมาก่อน ข้ามขีดจำกัดเดิมๆ และยกระดับการตั้งศูนย์เพลาของคุณไปอีกขั้น

เพิ่มพลัง และเสริมมาตรฐาน การผลิตและประสิทธิภาพด้วยเซ็นเซอร์ขั้นสูงและการวัดแบบ 2 แกนที่แม่นยำ ให้ผลลัพธ์ที่แม่นยำ อินเทอร์เฟซที่ใช้งานง่าย สำหรับผู้ใช้ทั่วไปก็สามารถเข้าใจได้ง่าย เพิ่มประสบการณ์ให้กับผู้ใช้งาน พึงพอใจมากยิ่งขึ้น ความแม่นยำที่ล้ำหน้าในขนาดที่กะทัดรัด พกพาสะดวก พบกับเซ็นเซอร์ 2 แกน ที่บางที่สุดในตลาด โดยมีน้ำหนัก 306 กรัม ด้วยช่วงการวัดที่ 20 เมตร ปฏิวัติการใช้งานที่มีความแม่นยำสูง

ขยายขอบเขตการตรวจจับ ด้วยเซ็นเซอร์ขนาดใหญ่ 20×20 มม. และความละเอียดสูง 0.001 มม. คุณจะได้สัมผัสกับการตรวจจับตำแหน่งที่แม่นยำและการวัดที่หลากหลายอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน

Softfoot คือสภาวะของเครื่องจักรทั้ง 4 ข้างไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน เกิดจากขา หรือแท่นวาง ที่ชำรุด หรือสึกหรอไปตามการใช้งาน กำจัดปัญหา Soft foot อย่างง่ายดาย ด้วยฟังก์ SoftCheck™  เพื่อจัดตำแหน่งอย่างแม่นยำ เชื่อถือได้

  • Target values เฝ้าระวังอุณหภูมิของเครื่องจักรเพื่อลดผลกระทบที่จะก่อให้เกิดความเสียหายต่อเครื่องจักรด้วย Target values
  • Spacer Shaft Function ฟังก์ชั่นระยะห่างของเพลาเครื่องจักร จะใช้เมื่อมีการจัดตำแหน่งเครื่องจักรโดยใช้คัปปลิ้งแบบ membrane
  • Multiple Feet บางเครื่องจักร มีขาตั้งมากกว่าสองคู่ เพื่อการจัดตำแหน่งที่เหมาะสม ฟังก์ชัน Multiple Feet จะช่วยให้คุณ จัดการงานได้ง่ายขึ้น
  • VertiZontal™ ปรับแนวเครื่องจักรในทิศทางแนวนอนและแนวตั้งด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวด้วยคุณสมบัติ Acoem VertiZontal™ และประหยัดเวลาได้มาก

“คุ้มค่าทุกฟังก์ชันการใช้งานแบบครบ จบที่เครื่องเดียว เกิดมาเพื่อเครื่องจักรในทุกโรงงานและวงการอุตสาหกรรม”

Laser Shaft Alignment – AT400

More Information:

Contact Us:

website :https://www.faadtech.co.th/

Facebook : FAADTECH

Line : @FAADTECH

โทร : 061-519-8139

เตรียมรับมือ Cooling Tower ให้พร้อมสำหรับหน้าร้อน

0
เตรียมรับมือ Cooling Tower ให้พร้อมสำหรับหน้าร้อน
เตรียมรับมือ Cooling Tower ให้พร้อมสำหรับหน้าร้อน

ฤดูร้อนและร้อนมาก เริ่มมาเยือนประเทศไทยแล้ว ยิ่งช่วงเดือนเมษาเป็นเดือนที่ประเทศไทยร้อนที่สุด ตอนนี้อุณหภูมิพุ่งสูงไปถึง 50 องศากันเลย ซึ่งอุณหภูมิที่สูงขึ้นนี้ ส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตทุกชนิด ตลอดจนอุปกรณ์เครื่องมือต่างๆ ทำให้เกิดปัญหาตามมาได้ เช่น หากเป็นสิ่งมีชีวิตก็อาจจะเกิดปัญหาสุขภาพหรือส่งผลต่ออาการของโรคประจำตัว ส่วนอุปกรณ์ เครื่องมือหรือเครื่องจักร อาจมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานลดลง ทำงานได้ไม่เต็มกำลัง

โดยเฉพาะอุปกรณ์ เครื่องจักร ที่มีระบบการทำงานเกี่ยวข้องกับอุณหภูมิ มีการติดตั้งอยู่กลางแจ้ง อย่างเช่น คูลลิ่งทาวเวอร์ อาจมีผลกระทบพอสมควร ดังนั้นการเตรียมตัวในการดูแลตนเองหรืออุปกรณ์เครื่องมือ เพื่อรับมือกับสภาพอากาศที่ร้อนมากเป็นเรื่องสำคัญนะครับ

การเตรียม Cooling Tower ให้พร้อมรับมือกับหน้าร้อนที่กำลังมาเยือนประเทศไทยนั้นหรือจริงๆ จะเรียกได้ว่าหน้าร้อนไม่เคยหายไปจากประเทศไทยเลย มีแต่ร้อนกับร้อนมากขึ้น การเตรียมความพร้อมจึงเป็นเรื่องสำคัญ เพื่อป้องกันปัญหาที่จะเกิดตามมาได้ 

วิธีการเตรียมคูลลิ่งทาวเวอร์ให้พร้อม 

1. ตรวจสอบระบบของคูลลิ่งทาวเวอร์

ตรวจสอบว่าระบบของ Cooling Tower ทำงานอย่างถูกต้องหรือไหม โดยการตรวจสอบระบบการทำงานทั้งหมดภายในคูลลิ่งทาวเวอร์ ทั้ง Rotating Part และ Static Part อย่างเช่น ตรวจสอบการทำงานของใบพัดคูลลิ่งทาวเวอร์หรือตรวจสอบท่อกระจายน้ำว่ามีการรั่วไหลหรือมีความเสียหายใดๆ ที่อาจส่งผลกระทบต่อประสิทธิภาพของระบบคูลลิ่ง

2. Preventive Maintenance (PM)

ทำการซ่อมบำรุงและตรวจสอบการปรับตั้งค่าอุปกรณ์ Rotating ให้ทำงานอยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะสำหรับอุปกรณ์ Rotating ในคูลลิ่งทาวเวอร์เป็นอุปกรณ์สำคัญ หากเกิดความเสียหายอาจส่งผลกระทบต่ออุปกรณ์ส่วนอื่นได้

ภาพที่ 1 : ซ่อมบำรุงและตรวจสอบการปรับตั้งค่าอุปกรณ์ Rotating

3. รักษาความสะอาด

การรักษาความสะอาดของ Cooling Tower โดยเฉพาะแผงระบายความร้อนหรือที่เราเรียกกันว่า Fill pack หากมีการใช้งานมานานแล้วอาจเกิดตะกรัน(Fouling) ขึ้นได้ ทำให้พื้นที่แลกเปลี่ยนความร้อนลดลง จะต้องทำการล้างด้วย High-pressure water jet หรือถ้ามีตะกรันเยอะ จะต้องเปลี่ยนใหม่ครับ หากท่านไม่อยากเปลี่ยน Fill pack บ่อยๆ ผมแนะนำให้ดูแลตั้งแต่ต้นเลย คือเรื่องของคุณภาพน้ำ คุณภาพน้ำที่ดีจะทำให้ Fill pack ไม่อุดตันด้วยFouling และยืดอายุการใช้งานได้ยาวนานขึ้น

ภาพที่ 2 : Fill pack สกปรก

4.  ตรวจสอบระดับน้ำ

ต้องตรวจสอบระดับน้ำใน Cooling Tower สม่ำเสมอ เนื่องด้วยสภาวะอากาศร้อนทำให้น้ำสามารถระเหยได้เร็วขึ้นกว่าปกติ การเติมน้ำเพิ่มจะช่วยให้ระบบคูลลิ่งมีความสมดุลและคงประสิทธิภาพการทำงานที่ดีไว้

ผมขอแถมอีก 2 ข้อ ที่ไม่ใช่วิธีการเตรียมตัวคูลลิ่งทาวเวอร์ แต่เรียกว่าเป็นกรณีศึกษาแบบสั้นๆดีกว่าครับ
ศึกษาไว้ก่อนทำการติดตั้งอุปกรณ์หรือไว้ตรวจสอบคูลลิ่งทาวเวอร์

Innovek Co.,Ltd

กรณีศึกษานี้ได้มาจากการเข้าไปแก้ไขปัญหาให้ลูกค้าเหมือนเดิม เพราะเดือนนี้ทางผมได้รับการติดต่อมาจากลูกค้าหลายรายว่า Cooling tower ช่วงนี้ มีการทำงานที่ผิดปกติ ไม่สามารถลดอุณหภูมิของน้ำได้เหมือนก่อนหน้านี้ โดยปัญหาหลักๆที่ผมเจอ สรุปได้ตามนี้

คูลลิ่งทาวเวอร์ของลูกค้า ณ โรงงานน้ำตาลแห่งหนึ่ง ไม่สามารถลดอุณหภูมิได้ตามสเปคที่ออกแบบไว้ โดยสเปคที่ออกแบบไว้คือ คูลลิ่งทาวเวอร์ต้องทำอุณหภูมิลดลง 13 องศา แต่เมื่อทดสอบระบบหลังทำการก่อสร้างคูลลิ่งเรียบร้อย ปรากฏว่า คูลลิ่งทาวเวอร์ทำอุณหภูมิลดลงได้แค่ 8 องศา ทำให้คูลลิ่งทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ ลูกค้าสูญเสียโอกาสในการผลิตมหาศาล  

ส่วนวิธีการตรวจสอบสาเหตุที่คูลลิ่งลดอุณหภูมิไม่ได้ตามการออกแบบนั้น จะต้องตรวจสอบว่ามีการใช้งานคูลลิ่งตรงตามการออกแบบหรือไม่ เช่น การตรวจสอบ Flow น้ำ, เช็ค Air Flowและอุณหภูมิน้ำที่ส่งเข้าคูลลิงทาวเวอร์ หากตรวจสอบทั้งหมดแล้วไม่พบความผิดปกติ นั้นหมายความว่า ความผิดปกติที่เกิดขึ้นเกิดจากการออกแบบคูลลิ่งทาวเวอร์ การแก้ไขคือต้องแก้ที่การออกแบบหรืออัพเกรดคูลลิ่งทาวเวอร์ แต่ถ้าอยากแก้ที่ต้นต่อจริงๆ ผมแนะนำให้เลือกผู้ให้บริการคูลลิ่งทาวเวอร์ที่มีความน่าเชื่อถือ ดูที่ประสบการณ์ของทีมงาน​และ​customers reference ของผู้ให้บริการ โดยเน้นที่คุณภาพไม่เน้นที่ราคานะครับ

กค้าใช้ใบพัดที่ประหยัดพลังงาน 40% แต่ไม่ได้ประหยัดอย่างที่คิด โดยเทคนิคที่ผู้ให้บริการคูลลิ่งบางรายใช้ในการทำให้ใบพัดประหยัดพลังงานนั้น คือการลดมุมใบพัดลง ซึ่งมันคือเรื่องจริงครับ มุมใบพัดลดลงก็จะกินพลังงานน้อยลง แต่ผลที่ตามมาคือ Air Flow ที่ได้ไม่เต็ม พอถึงช่วงอากาศร้อนขึ้น Air Flow ทำงานไม่ได้ประสิทธิภาพจากที่จะประหยัดกับสูญเสียพลังงานมากยิ่งขึ้น 

Fan blade cooling tower


ซึ่งวิธีการแก้ไขคือ ทำการปรับมุมใบพัดขึ้นให้ปริมาณลมตรงกับที่ออกแบบไว้ตั้งแต่แรกครับ ซึ่งเรื่องเกี่ยวกับใบพัดประหยัดพลังงานผมเคยเขียนไว้นานแล้ว หากต้องการศึกษาอย่างละเอียด คลิกที่นี่ นะครับ ไม่ว่าผมจะเขียนผ่านไปกี่บทความ ผมยังคงย้ำเสมอว่า ให้เลือกผู้ให้บริการคูลลิ่งทาวเวอร์ที่มีความน่าเชื่อถือ ได้มาตรฐาน มีประสบการณ์ที่เชียวชาญ คูลลิ่งทาวเวอร์ของท่านก็จะทำงานเต็มประสิทธิภาพ ไม่มีปัญหาเล็กๆน้อยๆ มาให้กวนใจ

===========================

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ต่อท่านผู้อ่าน หากท่านมีคำถามคูลลิ่งทาวเวอร์ หรือมีไอเดียสำหรับบทความถัดไปของเรา เสนอแนะและพูดคุยกันได้ที่อีเมล [email protected] นะครับ เราให้คำปรึกษา/ตอบคำถาม ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย

Innovek Asia

หากท่านชื่นชอบบทความของเราและอยากติดตามอัพเดทเพื่อไม่ให้พลาดบทความใหม่ๆ >> คลิกที่นี่ << เพื่อกด Like และกด Follow เพจของเราไว้ ทุกครั้งที่มีบทความใหม่ๆเราจะโพสต์บนเพจของเรา หากไม่สามารถคลิกได้ ท่านสามารถค้นหาคำว่า Innovek Asia ในช่องค้นหาของ Facebook ได้เลยครับ หรือหากไม่สะดวกจะติดตามกันที่ Facebook ท่านสามารถเพิ่มเพื่อนเราทาง LINE: @innovek เมื่อมีบทความหรือข่าวสารใหม่ๆ ท่านจะได้รับการแจ้งเตือนเหมือนกันกับการกดติดตามในเพจ Facebook เลยครับ

===========================

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

นักวิจัย มจพ. พัฒนาเทคโนโลยีควบคุมอัตโนมัติจากระยะไกล หวังผลลดต้นทุนภาคการเกษตร

0
นักวิจัย มจพ. พัฒนาเทคโนโลยีควบคุมอัตโนมัติจากระยะไกล หวังผลลดต้นทุนภาคการเกษตร
นักวิจัย มจพ. พัฒนาเทคโนโลยีควบคุมอัตโนมัติจากระยะไกล หวังผลลดต้นทุนภาคการเกษตร

รศ.ดร.ฐิติพงษ์ เลิศวิริยะประภา นำทีมผู้ประสานงานเข้าตรวจเยี่ยมประเมินปิดโครงการ ภายใต้ทุนอุดหนุนการวิจัยจากทุนพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2566 ร่วมกับ บริษัท กรีนเวอร์เทค จำกัด

โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ณัทเดชาธร พวงเงินมาก สาขาวิชาเทคโนโลยีพลังงานและการจัดการ คณะวิทยาศาสตร์ พลังงานและสิ่งแวดล้อม เป็นหัวหน้าโครงการ

ทำวิจัย สร้าง และออกแบบพัฒนาซอฟท์แวร์และอุปกรณ์ควบคุมการเคลื่อนที่ระยะไกล เพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถควบคุมการทำงานระยะไกลแบบไร้สายในพื้นที่เสี่ยงต่ออันตราย เช่น การพ่นสารเคมี และหุ่นยนต์แบบเคลื่อนที่บนภาคพื้นดินที่สามารถบรรทุกน้ำหนักได้มากและสามารถเคลื่อนที่ในพื้นที่ขรุขระและไม่ราบเรียบได้ อีกทั้งยังสามารถลดต้นทุนด้านแรงงานหรือพัฒนาระบบอัตโนมัติทางการเกษตร ลดต้นทุนการนำเข้าจากต่างประเทศ ณ บริษัท มหาธานีอุตสาหกรรม จำกัด จ.สมุทรสาคร

โครงการนี้จัดขึ้นเพื่อสนับสนุนการวิจัย การสร้างนวัตกรรม การถ่ายทอดเทคโนโลยี สร้างธุรกิจนวัตกรรม และส่งเสริมการใช้ประโยชน์ผลงานวิจัยและนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ รวมถึงสนับสนุนความร่วมมือ หรือร่วมลงทุนกับผู้ใช้ประโยชน์จากภาคเอกชนไปสู่การใช้งานจริงในภาคอุตสาหกรรม

ทุนพัฒนานวัตกรรมเชิงพาณิชย์ (TRADE) ปีงบประมาณ 2568 กำลังเปิดรับข้อเสนอโครงการ วันนี้ ถึง 19 เมษายน 2567 (16:00น.)

ดาวน์โหลดแบบฟอร์มขอรับทุน : https://bit.ly/3walraA
ยื่นข้อเสนอผ่านระบบ DRMS http://kmutnb.drms.in.th

#KMUTNB#research#STRI #บริษัทกรีนเวอร์เทคจำกัด#บริษัทมหาธานีอุตสาหกรรม

#ทุนเงินรายได้มหาวิทยาลัย#TRADE

#สำนักวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

FRP tank สามารถผลิตประกอบหน้างานประหยัดเวลาก่อสร้างเบากว่าโครงสร้างเหล็กและไม่เป็นสนิม

0
FRP tank สามารถผลิต ประกอบหน้างาน ประหยัดเวลาก่อสร้าง เบากว่าโครงสร้างเหล็ก และไม่เป็นสนิม
FRP tank สามารถผลิต ประกอบหน้างาน ประหยัดเวลาก่อสร้าง เบากว่าโครงสร้างเหล็ก และไม่เป็นสนิม

ในโรงงานอุตสาหกรรมจะเก็บสารเคมีต่างๆ ไว้ในถัง (Tank) ซึ่งมีหลายขนาด ตั้งแต่ถังขนาดเล็กเหมือน ถังน้ำในบ้านเรา จนไปถึงขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลางมากกว่า 20 เมตร สูงมากกว่า 10 เมตร

เราจึงเห็นถังในโรงงานเต็มไปหมด แต่ถังที่ใช้ในโรงงานที่เราเห็นมีหลายประเภท ต้องใช้ให้เหมาะกับเงื่อนไข (Conditions) ของกระบวนการ เช่น ความดัน อุณหภูมิ ประเภทของสารเคมี เป็นต้น คนส่วนใหญ่อาจคุ้นเคยกับถังเหล็ก เช่น Carbon steel หรือ Stainless steel แต่ถังเหล่านี้แม้จะหนา หรือแข็งแรงเพียงใดก็ไม่สามารถใช้เก็บสารเคมีได้ทุกชนิด หากใช้กับสารเคมีที่มีฤทธิ์กัดกร่อนสูงๆ วัสดุโลหะจะถูกกัดกร่อนอย่างรวดเร็วและทำให้ถังรั่วและแตกได้

โรงงานทุกโรงงานจึงเน้นเรื่องการป้องกันการรั่วไหลอย่างมาก เพราะเสี่ยงต่อการบาดเจ็บของคนงาน สารเคมีติดไฟ ในโรงงานบางทีจะเรียกอุบัติภัยการรั่วไหลของสารเคมีว่า “LOPC หรือ Loss of Primary Containment” ดังนั้น การเลือกใช้ถังทางวิศวกรรม ถือเป็นเรื่องสำคัญ จำเป็นต้องเลือกวัสดุให้ถูกต้องเหมาะสมกับสารเคมีที่ใช้ (Material compatibility)

ตัวอย่างสารเคมีที่ไม่สามารถใช้ถังเหล็กธรรมดาได้คือ กรดแก่ (Strong acid) ด่างแก่ (Strong base) เช่น Sulfuric acid 98%, Hydrochloric acid, กรดไนตริก โซดาไฟ (Sodium hydroxide) โซเดียมไฮโปคลอไร หรือแม้แต่น้ำเสียบางโรงงานไม่เหมาะสมกับการเก็บสารในถังโลหะ

รูปถังเหล็กโดนกัดกร่อนจากการใช้กับสารเคมีไม่เหมาะสม


ด้วยคุณสมบัติที่โดดเด่นของ FRP tank  คือความทนทานต่อการกัดกร่อนสูง
จากน้ำเสียหรือสารเคมีชนิดต่างๆจึงทำให้ถัง FRP มีอายุการใช้งานยาวนาน

ปัจจุบัน โรงงานผลิตสารเคมี โรงงานผลิตอาหาร โรงงานผลิตไฟฟ้าจากกากอ้อย โรงงานบำบัดน้ำเสีย หรือ ระบบผลิตน้ำประปา จึงหันมาใช้ FRP tank เพื่อจัดทำเป็นถังเก็บน้ำ (Water storage tank) ถังน้ำดับเพลิง ถังเก็บน้ำเสีย (Waste Water Tank) ถังเก็บสารเคมี (Chemical storage tank) ถังเก็บน้ำยา และถังบำบัดก๊าซ (Scrubber tank) ซึ่งล้วนเป็นถังขนาดใหญ่กันอย่างแพร่หลาย

FRP TANK มีรูปทรงหลายลักษณะ

ผู้ผลิตสามารถผลิต FRP tank ได้ตามความต้องการใช้งาน ทั้งทรงกระบอก ทรงกลม ทรงสี่เหลี่ยม โดยการเลือกรูปทรง FRP tank จะขึ้นอยู่กับการใช้งาน หรือข้อกำหนดของแต่ละโรงงานอุตสาหกรรม เนื่องจากการผลิต FRP Tank มีทั้งแบบ Storage Tank และ Pressure Tank และถัง FRP Tank ขนาดใหญ่ ผลิตแยกชิ้นส่วน (Panel) นำไปประกอบและติดตั้งที่หน้างาน ดังนั้นผู้ผลิตจะออกแบบไปตามข้อกำหนดของแต่ละอุตสาหกรรม หรือ ตามประเภทการใช้งาน

มาตรฐานที่นิยมใช้ในการผลิต FRP tank 

  • ASTM D 3299 สำหรับการผลิตถังใส่สารเคมีแบบ Filament-wound Glassfiber reinforced thermosetting resin corrosion resistant tanks
  • ASTM D4097 เป็นมาตรฐานที่ใช้ในการผลิตถังขนาดใหญ่แบบ Contact-molded Glassfiber reinforced thermosetting resin corrosion resistant tanks
  • ASME RTP-1 เป็นมาตรฐานการผลิตถังแบบ Reinforced thermoset plastic corrosion resistance equipment 
  • BS 4994 มาตรฐานการผลิตถังสี่เหลี่ยม
  • ANSI/AWWA D120 มาตรฐานการผลิต Thermosetting fiberglass reinforced plastic tank
  • TIS 435 มาตรฐานมอก. สำหรับผลิตถัง Glassfiber reinforced plastic tank

ทบทวนกันหน่อยครับ ทำไม FRP tank สามารถเป็นวัสดุทางเลือกใช้ผลิตถังแทนวัสดุโลหะได้

คำว่า FRP นั้น ย่อมาจาก (Fiberglass Reinforced Plastic) หรือแปลตรงตัวว่า “พลาสติกเสริมเส้นใยแก้ว” หรืออาจจะเป็นที่รู้จักในชื่อ “GRVE” (Glass-fiber reinforced vinyl ester) หรือ “GRE” (Glass-fiber reinforced epoxy) ซึ่งเป็นวัสดุที่เกิดจากการผสมกันของวัสดุตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป (Composite material) วัสดุผสมเหล่านี้จะไม่เป็นเนื้อเดียวกันแต่จะแยกกันเป็นเฟสได้อย่างชัดเจน ทำให้มีคุณสมบัติใหม่ที่โดดเด่นกว่าวัสดุตั้งต้นที่นำมารวมกัน

1. Thermosetting polymer

Thermosetting polymer เป็นวัสดุประเภทพอลิเมอร์โครงสร้างแบบร่างแห ที่มีจุดเด่นทำหน้าที่ต้านทานการกัดกร่อนของสารเคมี (Corrosion) ได้ดี มีคุณสมบัติเชิงกลที่ดี แข็งแรงสามารถใช้งานที่อุณหภูมิสูงได้ดีมาก 

2. เส้นใยแก้ว (Fiberglass)

เส้นใยแก้ว (Fiberglass) เป็นวัสดุที่มีองค์ประกอบหลักเป็นซิลิกา (Silica) จะทำหน้าที่เสริมความแข็งแรงให้กับพลาสติก (reinforcement) ใยแก้วมีสมบัติเชิงกลที่แข็งและยืดหยุ่นได้ดีกว่าเรซิน ทำให้สามารถรับแรงและน้ำหนักได้มาก 

ด้วยคุณสมบัติดังกล่าว วัสดุ FRP จึงเป็นวัสดุทางเลือกเหมาะสำหรับใช้กับสารเคมีที่มีความกัดกร่อนรุนแรง ทนอุณหภูมิได้สูง ไว้ใช้เก็บสารเคมีอันตรายหลายชนิด 

ตารางเปรียบเทียบคุณสมบัติ FRP tank กับ ถังวัสดุโลหะ

จากตารางเปรียบเทียบข้างต้น พบว่า FRP tank มีข้อได้เปรียบมากกว่าวัสดุอื่นๆ หลายอย่าง เช่น มีอายุใช้งานยืนยาวโดยวัสดุมีความทนทานต่อการกัดกร่อนจากสารเคมี ไม่เกิดสนิม และยังสามารถออกแบบให้ถังทนต่อแสงแดด แสงยูวี (UV)  นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติอื่นๆ ที่น่าสนใจเช่น เป็นวัสดุไม่นำไฟฟ้า สามารถยึดเกาะกับวัสดุหลากหลาย เช่น ยาง พลาสติก ปูน โลหะ เป็นต้น 

ด้วยคุณสมบัติวัสดุคอมโพสิท FRP tank สามารถออกแบบ (Customizable) ให้เหมาะกับทุก Process Conditions ในโรงงานต่างๆได้อย่างครอบคลุม โดยเฉพาะการออกแบบถังขนาดใหญ่ขนาด 500 ลบ.ม ขึ้นไป โดยออกแบบแยกชิ้นส่วน Panel ขนส่งไปเพื่อประกอบที่หน้างาน ได้ทั้งหมดเพื่อให้เหมาะสมกับ Layout ของโรงงานต่างๆ

ถัง FRP ขนาดใหญ่แบบประกอบหน้างาน เป็นอีกแนวทางเลือกทดแทนถังขนาดใหญ่วัสดุแบบเดิม  เช่น ถังเหล็ก/บ่อคอนกรีตเคลือบสารป้องกันการกัดกร่อน ซึ่งยังคงพบปัญหาใช้งานไปได้ระยะหนึ่งวัสดุยังถูกเคมีกัดกร่อน และ เกิดสนิม 

Sea Water Storage Tank Capacity 500 m^3

เนื่องจากเป็นถังขนาดใหญ่ ต้องออกแบบตามมาตรฐานสากลโดยคำนึงถึงความแข็งแรงของถังเป็นสำคัญ และต้องประกอบติดตั้งด้วยทีมงานมืออาชีพทำงานภายใต้มาตรฐานความปลอดภัย ดังนั้นผู้ใช้งานควรเลือกใช้ผู้ผลิต FRP ในประเทศไทยที่มีประสบการณ์ด้านออกแบบโดยเฉพาะ และมีผลงานอ้างอิงที่ชัดเจน

สรุปท้ายบทความ

สุดท้ายนี้นายช่างอยากฝากให้เลือกวัสดุใช้ถังดีๆ โดยเฉพาะถังเก็บสารเคมีอันตรายต่างๆ เราต้องใส่ใจกับการทำงานหน้างาน หากโรงงานใดมีงบเปลี่ยนถังเพื่อเพิ่มความปลอดภัย หรือเพิ่ม Reliability ก็ขอแนะนำให้เลือก FRP tank ที่สามารถออกแบบให้วัสดุเข้ากันได้ (Material compatibility) และเหมาะสมกับ Process conditions ครับ

==========================================

ขอขอบคุณข้อมูล FRP tank อย่างละเอียดจาก GRE ถ้าใครมีโครงการจะติดตั้งถังใหม่ๆ หรือจะเปลี่ยนถัง หรือเจอถังรั่วบ่อยๆ หรือสนใจถัง FRP ขนาดใหญ่พิเศษแบบประกอบหน้างาน สามารถให้ทีมช่วยออกแบบได้นะครับ 

==========================================

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

 

สถานีสูบน้ำใหม่ของ Calgary

0
สถานีสูบน้ำใหม่ของ Calgary
สถานีสูบน้ำใหม่ของ Calgary

เมื่อเมือง Calgary ตัดสินใจเปลี่ยนสถานีสูบน้ำที่สำคัญที่สุดของเมือง พวกเขาตัดสินใจปรึกษาเคเอสบีเพื่อเลือกโซลูชันปั๊ม สถานีใหม่ที่มีปั๊มหอยโข่งแบบแยกแกนหกตัวของเคเอสบีจะตอบสนองความต้องการด้านน้ำจืดที่เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของประชากรในศูนย์กลางด้านพลังงานของแคนาดา

ความต้องการน้ำที่เพิ่มมากขึ้นตามจำนวนประชากร

Calgary เป็นหนึ่งในมหานครที่เติบโตเร็วที่สุดในแคนาดาและเป็นชุมชนเมืองใหญ่สำหรับตอนล่างของรัฐ Alberta  Calgary ตั้งอยู่ที่เชิงเทือกเขา Rocky Mountains ในฝั่งแคนาดา ในบริเวณที่แม่น้ำ Bow และ Elbow บรรจบกัน เมืองนี้มีชื่อเสียงในระดับสากลจากงาน Calgary Stampede งานแสดงคาวบอยที่จัดขึ้นทุกปีในเดือนกรกฎาคม  Calgary เป็นเมืองที่เดิมโดดเด่นด้านเกษตรกรรม แต่ปัจจุบันเป็นศูนย์กลางด้านพลังงานของแคนาดา โดยเศรษฐกิจของเมืองส่วนใหญ่ขับเคลื่อนโดยการผลิตน้ำมันและก๊าซ

สถานีสูบน้ำที่สำคัญที่สุดของเมืองจำเป็นต้องได้รับการแทนที่ด้วยสถานีสูบน้ำใหม่

ด้วยประชากรที่ขยายตัวจนมีมากกว่าสามล้านคนและมีการกระจายของอุตสาหกรรมและการค้าอย่างต่อเนื่อง จึงทำให้ความต้องการน้ำดื่มของเมือง Calgary เพิ่มสูงขึ้นตลอดเวลา  เพื่อตอบสนองความต้องการด้านน้ำดื่มที่ปลอดภัยและเชื่อถือได้ทั้งในปัจจุบันและอนาคต เมือง Calgary ได้ริเริ่มโครงการมูลค่า 35 ล้านดอลลาร์แคนาดาเพื่อเปลี่ยนสถานีสูบน้ำที่สำคัญที่สุดของเมือง  สถานีสูบน้ำ Shaganappi ที่มีอยู่เดิมสร้างขึ้นในปี 1978 และจัดส่งน้ำดื่มให้แก่ชาวเมืองที่อาศัยใน Calgary และชุมชนแวดล้อมกว่า 200,000 คน  สถานีสูบน้ำ Shaganappi เป็นสถานีสูบน้ำที่ใหญ่ที่สุดของ Calgary และเป็นส่วนสำคัญของโครงข่ายการส่งน้ำของเมือง ซึ่งประกอบด้วยสถานีสูบน้ำ 41 แห่ง และอ่างเก็บน้ำ 23 แห่ง ที่เชื่อมต่อกับผ่านระบบท่อใต้ดินที่ยาวกว่า 4,500 กม.  สถานีสูบน้ำและอ่างเก็บน้ำจำนวนมากนี้เป็นสิ่งจำเป็นเนื่องจากสภาพภูมิประเทศที่ขรุขระของ Calgary ซึ่งแบ่งเมืองออกเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่มีแรงดันน้ำตามกันตามระดับความสูง

การเปลี่ยนจากสถานีสูบน้ำเก่าไปยังสถานีแห่งใหม่อย่างราบรื่น

เมือง Calgary เป็นเจ้าของและใช้โรงบำบัดน้ำสองโรง คือ โรงบำบัดน้ำ Bearspaw และโรงบำบัดน้ำ Glenmore  โรงบำบัดน้ำที่ล้ำสมัยนี้ใช้น้ำจากแม่น้ำ Bow และ Elbow ตามลำดับ และเมื่อรวมกัน สามารถผลิตน้ำดื่มสะอาดได้ถึง 950 ล้านลิตรต่อวัน  น้ำสะอาดได้รับการจัดเก็บไว้ในไซต์ที่โรงบำบัดน้ำก่อนจะถูกส่งไปยังโครงข่ายเพื่อจัดส่งน้ำไปยังทั่วทั้งเมือง   โรงงาน Bearspaw ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือ และสูบน้ำไปยังท่อทางเดินใต้ดินหลักสามท่อ South Feeder หนึ่งในท่อหลักเหล่านี้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1950 มม. และเป็นท่อส่งที่สำคัญและใหญ่ที่สุดของ Calgary  สถานีสูบน้ำ Shaganappi สูบน้ำโดยตรงจาก South Feeder จากนั้นก็แบ่งการไหลของน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มแรงดันไฮดรอลิกผ่านการปั๊ม และนำทางน้ำไปยังตอนเหนือและตอนใต้ของ Calgary

สถานีสูบน้ำ Shaganappi ที่มีอยู่มีอายุกว่า 40 ปีและพ้นอายุการใช้งานแล้ว  ปัจจุบัน ชิ้นส่วนทางกลและไฟฟ้าหลายตัวในสถานีสูบน้ำดังกล่าวนั้นเก่า และสร้างความท้าทายทั้งด้านการทำงานและการบำรุงรักษา เมื่อพิจารณาถึงความสำคัญของสถานีสูบน้ำแห่งนี้และการอัปเกรดมากมายที่จำเป็นต่อการรักษาประสิทธิภาพและความน่าเชื่อถือแล้ว จึงมีการตัดสินใจที่จะแทนที่สถานีสูบน้ำแห่งนี้ด้วยสถานีสูบน้ำแห่งใหม่

สถานี Shaganappi แห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างอยู่นั้น จะตั้งอยู่ห่างจากสถานีสูบน้ำเดิมไปทางตะวันตกประมาณ 200 ม. ซึ่งจะช่วยให้เมืองสามารถใช้โครงสร้างพื้นฐานใต้ดินที่มีอยู่เดิมส่วนใหญ่ได้ รวมถึงระบบโครงข่ายท่อเดิมไปยัง South Feeder ที่มีท่อขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 1950 มม.  สถานที่นี้ได้รับเลือกเพื่อลดต้นทุนในการก่อสร้าง ลดการหยุดชะงักของระบบน้ำและชุมชนโดยรอบ และอำนวยความสะดวกในการเปลี่ยนการใช้งานจากสถานีสูบน้ำเดิมและสถานีสูบน้ำใหม่ 

การออกแบบโดยคำนึงถึง redundant design ทำให้แน่ใจว่าจะยังคงทำงานได้แม้ในกรณีฉุกเฉิน

สถานีสูบน้ำของ Calgary ถือเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญอย่างยิ่งและได้รับการออกแบบไว้ให้มากเกินพอเพื่อให้สามารถทำงานต่อได้แม้ในสถานการณ์ฉุกเฉิน สถานีสูบน้ำ Shaganappi ที่มีอยู่ใช้เครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อขับเคลื่อนปั๊มสำรองในกรณีที่ไฟฟ้าดับ  สถานีสูบน้ำแห่งใหม่จะใช้เครื่องปั่นไฟที่ใช้ก๊าซธรรมชาติขนาด 944kW ซึ่งจะทำให้สามารถเริ่มและใช้ปั๊มมากกว่าหนึ่งตัวได้ในกรณีที่ไฟฟ้าดับ การใช้เครื่องปั่นไฟที่ใช้ก๊าซธรรมชาติในสถานีสูบน้ำแห่งใหม่เป็นโซลูชันที่มีประสิทธิภาพ ยืดหยุ่น และปลอดภัยตรงตามความต้องการด้านโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญของเมือง

ปั๊ม RDLO00 ที่ฐานทดสอบปั๊มของเคเอสบีในเมือง Frankenthal

ความท้าทายสำหรับเคเอสบี

เคเอสบีแคนาดาคือผู้ได้รับเลือกสำหรับโครงการที่ท้าทายนี้

การสร้างความสัมพันธ์ด้านการทำงานอันดีระหว่างเคเอสบีแคนาดากับเมือง Calgary ถือเป็นประโยชน์กับทั้งสองฝ่าย  เมืองได้ออกเอกสารข้อเสนอ (RFP) เมื่อปลายปี 2017 เพื่อค้นหาเวนเดอร์เพื่อส่งมอบปั๊มและไดรเวอร์สำหรับสถานีสูบน้ำแห่งเดิมและแห่งใหม่  เคเอสบีแคนาดาเป็นผู้เสนอที่ได้รับเลือกในขั้นตอน RFP ที่เข้มงวดนี้ และได้เซ็นสัญญาในเดือนพฤษภาคม 2018 สัญญาดังกล่าวรวมถึงการจัดหาปั๊มและไดรเวอร์สำหรับโครงการสถานีสูบน้ำ Shaganappi แห่งใหม่ รวมถึงโครงการอื่น เช่น การรีโทรฟิตสถานีสูบน้ำ Palliser Drive

“โครงการ Palliser Drive ช่วยให้เราแสดงให้เมือง Calgary เห็นถึงความสามารถและประโยชน์ของปั๊ม Omega ของเรา” Pasha Barazandeh ผู้จัดการฝ่ายขายระดับภูมิภาคของเคเอสบีแคนาดากล่าว “ในโครงการนี้ เราได้จัดหาปั๊มที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าสองตัวและปั๊มที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ที่ใช้ก๊าซธรรมชาติหนึ่งตัวเพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดในการสูบที่ 60 ล้านลิตร/วัน ทางเมืองมีความพึงพอใจกับการติดตั้งดังกล่าว และปั๊มยังคงทำงานได้ดีแม้ผ่านไป 12 เดือนแล้ว”

ผู้เชี่ยวชาญของเคเอสบีสามารถส่งมอบผลงานที่ดีกว่าค่าพารามิเตอร์ที่ลูกค้าต้องการ

ขณะที่โครงการสถานีสูบน้ำ Palliser Drive กำลังดำเนินไป ก็มีการสรุปรายละเอียดของสถานีสูบน้ำ Shaganappi แห่งใหม่และมีการจัดส่งปั๊มพร้อมกันด้วย ข้อกำหนดของ Shaganappi รวมถึงการส่งมอบปั๊ม RDLO 600-600 ขนาดใหญ่สามตัวที่มีอัตราอยู่ที่ 80 ล้านลิตร/วัน และปั๊ม Omega 300-560 ที่เล็กกว่าอีกสามตัวที่มีอัตราอยู่ที่ 30 ล้านลิตร/วัน เพื่อให้สถานีมีกำลังผลิตที่ 220 ล้านลิตร/วัน และจะทำให้มีกำลังผลิตรวมมากกว่า 300 ล้านลิตร/วัน หากใช้งานปั๊มทั้งหกตัว อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เช่นนั้นไม่ได้คาดว่าจะเกิดขึ้น “ใน 80% ของการทำงาน จะมีเพียงปั๊มเดียวจากแต่ละประเภทที่อาจทำงานพร้อมกัน โดยให้บริการพื้นที่ที่มีแรงดันต่างกันสองพื้นที่สำหรับระบบการส่งน้ำ” Pasha Barazandeh อธิบาย

ความท้าทายที่สำคัญอย่างหนึ่งของเคเอสบีแคนาดาคือขนาดของเครื่องปั่นไฟที่ใช้ก๊าซธรรมชาติที่สถานีสูบน้ำ Shaganappi “การกำหนดค่าของปั๊มและข้อกำหนดด้านพลังงานจำเป็นต้องได้รับการปรับแต่งเพื่อให้สอดคล้องและเหนือกว่าสภาพการทำงาน และเพื่อให้เป็นเช่นนั้น จึงจำเป็นที่เราจะต้องปรับแต่งระบบไฮดรอลิกของปั๊มเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้สูงสุดสำหรับสภาพการทำงานที่ใช้งานบ่อยที่สุด” Barazandeh กล่าว “ซึ่งทำให้การส่งมอบมีต้นทุนต่ำที่สุดและให้ความน่าเชื่อถือในการทำงานสูงสุด”

แบบตัดขวางของปั๊มเคเอสบีรุ่น Omega 

ปั๊มที่ได้รับการพิสูจน์แล้วด้วยการใช้งานเกี่ยวกับน้ำทั่วโลก

ข้อกำหนดของเมือง Calgary ระบุว่าปั๊มจะต้องเป็นปั๊มหอยโข่งแบบแยกแกนที่มีใบพัดระหว่างตลับลูกปืน ข้อกำหนดเฉพาะอื่นรวมถึงท่อดูดและท่อฉีดที่หน้าแปลนตาม ANSI/ASME B16.1, เส้นผ่านศูนย์กลางขอบใบพัดต้องไม่ใหญ่กว่า 98% ของขนาดทั้งหมด และมีแหวนรองที่ถอดได้ที่ใบพัดและตัวเรือน นอกจากนี้ ยังมีข้อกำหนดเฉพาะด้านวัสดุอีกจำนวนหนึ่งที่ต้องทำให้สอดคล้องกับมาตรฐานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการน้ำดื่มของประเทศและของสากล

ปั๊ม RDLO และ Omega ได้รับการพิสูจน์ด้วยการใช้งานเกี่ยวกับน้ำทั่วโลก และได้รับการระบุว่ามีความสามารถที่มากเกินพอเพื่อตอบสนองความต้องการที่เฉพาะของลูกค้า ปั๊มหอยโข่ง RDLO และ Omega ที่มีจุดตัดน้ำเดียวแยกแกนของเคเอสบีมีใบพัดแนวรัศมีที่มีทางเข้าสองทางและเหมาะอย่างยิ่งกับข้อกำหนดของสถานีสูบน้ำ ปั๊มเหล่านี้จะส่งของเหลวโดยมีความต้านทานการไหลที่ต่ำที่สุด จึงช่วยลดพลังงานและต้นทุนตลอดอายุการใช้งานของระบบที่ติดตั้ง ระบบไฮดรอลิกที่ได้รับการปรับ CFD ให้จุดทำงานที่ดีที่สุดและให้ประสิทธิภาพในการทำงานในระดับที่สูงกว่า 86% 

การตอบสนองที่รวดเร็ว ความเชี่ยวชาญทางเทคนิค และการบริหารอย่างมีประสิทธิภาพเป็นสี่งที่นำมาซึ่งความสำเร็จ

ใบพัดทางเข้าสองทางรักษาสมดุลของแรงตามแนวแกนเพื่อให้โหลดบนตลับลูกปืนที่ไม่ต้องบำรุงรักษานั้นเหลือน้อยที่สุด การใช้เกราะป้องกันตลับลูกปืนแบบแข็ง เพลาที่สั้นและแข็งแรง และตลับลูกปืนแบบ Pre-loaded ทำให้มั่นใจได้ว่าแรงสั่นสะเทือนจะต่ำและยืดอายุการทำงานของตลับลูกปืน ซีล และประกับเพลา ปั๊มหอยโข่งแบบแยกแกนช่วยให้กระบวนการบำรุงรักษาเป็นไปโดยง่าย โดยทำให้สามารถเข้าถึงชิ้นส่วนทุกชิ้นเพื่อทำการตรวจสอบอย่างละเอียดได้ ไดรฟ์อาจติดตั้งอยู่ทั้งทางด้านซ้ายและขวาของปั๊มโดยไม่จำเป็นต้องมีชิ้นส่วนหรือการปรับแต่งตัวเรือนเพิ่มเติม

ตั้งแต่กระบวนการ RFP เดิมไปจนถึงการสร้างอาคารใหม่ เคเอสบีแคนาดาก็ได้ทำงานใกล้ชิดกับเมือง Calgary, วิศวกรที่ปรึกษา (ภาคีวิศวกร) และผู้รับเหมา (Graham Infrastructure LLP) การตอบสนองที่รวดเร็ว ความช่วยเหลือทางเทคนิค และการจัดการโครงการเป็นส่วนสำคัญที่เคเอสบีแคนาดาได้มีส่วนร่วม “เราพบกับ RFP ที่เข้มงวดมากจากเมือง Calgary” Barazandeh กล่าว “เราระบุประเภทปั๊มที่เหมาะสมและได้รับการพิสูจน์แล้ว จากนั้นก็นำมาปรับแต่งให้เข้ากับข้อกำหนดของเมือง การให้ไฮดรอลิกในระดับดีที่สุดเพื่อทำตามหรือทำเกินกว่าข้อกำหนด พร้อมกับการกำหนดค่าปั๊มให้ตรงกับจุดปฏิบัติงาน ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญในการทำโครงการนี้ให้สำเร็จ”

==================================================

Banner_SupremeServ_1450x180_new

ขอบขอบคุณข้อมูลดีๆ จากทาง KSB Thailand นะครับ

==================================================

วิธีการปรับปั๊มน้ำและปั๊มน้ำเสียให้เป็นระบบดิจิทัลอย่างได้ผล

0
วิธีการปรับปั๊มน้ำและปั๊มน้ำเสียให้เป็นระบบดิจิทัลอย่างได้ผล
วิธีการปรับปั๊มน้ำและปั๊มน้ำเสียให้เป็นระบบดิจิทัลอย่างได้ผล

ความท้าทายในเรื่องนี้มาจากปั๊มมอเตอร์ใต้น้ำและเครื่องผสมใต้น้ำ เช่น Amarex หรือ Amamix ของเคเอสบี ผลิตภัณฑ์ดังกล่าวนี้ได้รับการออกแบบมาให้ทำงานใต้น้ำ จึงทำให้การติดตามตรวจสอบสภาพทำได้ยากกว่าปั๊มที่ติดตั้งแบบแห้งอย่างมาก โมดูลป้องกัน AmaControl ของเคเอสบีให้ความช่วยเหลือที่ชาญฉลาด เพราะช่วยให้ข้อมูลได้ตรงตามที่ต้องการเพื่อการติดตามตรวจสอบที่ครอบคลุม ทั้งยังเชื่อมต่อระบบเข้ากับโลกดิจิทัลอีกด้วย

ความต้องการที่มีต่อระบบปั๊มกำลังเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ผู้ประกอบการด้านระบบการจัดการน้ำกำลังเผชิญกับความท้าทายที่ใหญ่ยิ่งกว่าตั้งแต่ความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพด้านพลังงาน ไปจนถึงการปรับให้เป็นดิจิทัล ซึ่งเป็นด้านที่ผู้ผลิตและผู้ประกอบการจำเป็นต้องพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ตัวอย่างเช่น จากผลของมาตรการประหยัดน้ำที่ผู้คนใช้อย่างประสบความสำเร็จ ปริมาณของของแข็งในน้ำเสียก็เพิ่มอย่างต่อเนื่องในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ผู้ผลิตปั๊มต้องตอบสนองต่อแนวโน้มดังกล่าวและเพิ่มประสิทธิภาพให้กับปั๊มเพื่อให้สามารถมอบการป้องกันและมีมาตรการรับมือที่เหมาะสมได้ อีกตัวอย่างหนึ่งคือการเพิ่มขึ้นของการโจมตีทางไซเบอร์ในโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้อง ระบบปั๊มจึงต้องได้รับการปกป้องที่เหมาะสมด้วยเช่นกัน ในเวลาเดียวกันนั้น หากเป็นไปได้ ชิ้นส่วนทั้งหมดก็ต้องได้รับการเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายถึงกันและได้รับการควบคุมจากส่วนกลาง จึงเป็นเรื่องยากที่จะรักษาสมดุลที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบปั๊มอย่างน่าเชื่อถือและใช้ประโยชน์จากการปรับให้เป็นดิจิทัล

แต่ตอนนี้เคเอสบีทำให้การเชื่อมต่อผ่านเครือข่ายสำหรับปั๊มมอเตอร์และเครื่องผสมใต้น้ำง่ายยิ่งขึ้นด้วย AmaControl โมดูลนี้ทำให้ดูค่าที่วัดได้และข้อมูลการทำงานของปั๊มผ่านอินเตอร์เฟส Modbus ที่ผสานรวม ด้วยวิธีนี้ ผู้ประกอบการจะสามารถรับข้อมูลและคำเตือนตั้งแต่เนิ่นๆ จึงช่วยให้สามารถดำเนินการก่อนที่ข้อผิดพลาดจะเกิดขึ้นได้

นอกจากนี้โมดูลยังไม่อนุญาตให้มีการเปลี่ยนค่าพารามิเตอร์ในระบบผ่านอินเตอร์เฟส Modbus เพื่อป้องกันการโจมตีทางไซเบอร์ต่อโมดูลป้องกันปั๊ม การตั้งค่าดังกล่าวจะสามารถทำได้เฉพาะที่โมดูลโดยตรงเท่านั้นเนื่องด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย

AmaControl ใช้กำลังอินพุตของมอเตอร์เป็นตัวบ่งชี้ถึงสภาพการทำงานที่มีความสำคัญ

ค่าพารามิเตอร์หลักค่าหนึ่งของปั๊มคือกำลังอินพุตของมอเตอร์ ซึ่งสามารถบอกข้อมูลเราได้หลายอย่างเกี่ยวกับจุดปฏิบัติงานและสภาพการทำงานของปั๊ม ดังนั้นจึงมีการนำการวัดกำลังประสิทธิผล กำลังปฏิกิริยา และกำลังปรากฏ รวมถึงตัวประกอบกำลังไฟฟ้า cos ? ลงไปเป็นฟีเจอร์ใหญ่ตัวใหม่ของ AmaControl ของเคเอสบี นอกจากนี้ พื้นที่จัดเก็บที่รวมอยู่ในโมดูลป้องกันยังมีมิเตอร์สำหรับกำลังประสิทธิผลและอินพุตกำลังปฏิกิริยาป

ระโยชน์หลักอีกประการหนึ่ง คือ AmaControl สามารถวัดกำลังอินพุตของมอเตอร์ได้เมื่อติดตั้งอินเวอร์เตอร์ความถี่ มีการนำหม้อแปลงกระแสไฟฟ้ามาใช้ในกรณีนี้ โดยให้ความแม่นยำสูงสุดเท่าที่จะเป็นไปได้ในการวัดแอมพลิจูดและเฟสในช่วงความถี่ประิสิทธิภาพและความถี่พาหะที่กว้าง ข้อผิดพลาดในเฟสอยู่ในช่วง 20 ถึง 100 Hz อยู่ที่น้อยกว่า 1 º ซึ่งเป็นผลมาจากการวัดกำลังประสิทธิภาพที่แม่นยำอย่างมากใ

นขณะที่กำลังเพิ่มขึ้นหรือลดลง อุปกรณ์จะสามารถตรวจจับการเดินเครื่องเปล่า วาล์วประตูน้ำที่ถูกปิด หรือโรเตอร์ตันในมอเตอร์ การใช้ข้อมูลเซ็นเซอร์อื่นๆ ร่วมกัน เช่น อุณหภูมิมอเตอร์ อุณหภูมิและการสั่นสะเทือนของตลับลูกปืน ช่วยค้นหาข้อผิดพลาดที่เป็นไปได้ จึงช่วยเพิ่มการปกป้องเพิ่มขึ้นอีกขั้น

ใช้งานและเข้าใจง่าย: แอป KSB INTspector ให้ข้อมูลเชิงลึกอย่างละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ให้ทุกอย่างอยู่ในการควบคุมผ่านแอปเดียว

ในด้านการปรับให้เป็นดิจิทัล AmaControl ของเคเอสบีก็มีการพัฒนาที่สำคัญไปข้างหน้าด้วยเช่นกัน ผู้ใช้สามารถเข้าถึงข้อมูล AmaControl ได้โดยตรงผ่านแอป KSB INTspector สภาพการทำงานของปั๊มสามารถได้รับการวิเคราะห์อย่างแม่นยำด้วยข้อมูลการทำงานจริง รายการข้อผิดพลาดพร้อมประทับเวลา ตัวนับข้อผิดพลาด ข้อมูลเกี่ยวกับชั่วโมงการทำงาน การเริ่ม/สิ้นสุดวงจร ค่ากระแสที่วัดได้ และข้อมูลอื่นๆ นอกจากนี้ ด้วยการวิเคราะห์ในแบบเรียลไทม์ ค่าที่วัดได้ทั้งหมดจะสามารถได้รับการบันทึกเป็นช่วงเวลาหนึ่งและบันทึกลงในสมาร์ทโฟน แท็บเล็ต หรือแล็ปท็อปได้โดยตรง ด้วยวิธีนี้ ผู้ใช้จึงไม่ต้องซื้ออุปกรณ์การวัดที่ซับซ้อน แต่สามารถใช้อุปกรณ์ปลายทางของตนเองเป็นอุปกรณ์บันทึกข้อมูลได้เลย นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังควบคุมระบบได้อย่างเต็มรูปแบบผ่านการปรับการตั้งค่าได้โดยตรงผ่านแอป

โมดูลทุกใช่สำหรับทุกระบบ: AmaControl ของเคเอสบีมีทั้งหมดสามเวอร์ชัน

AmaControl ของเคเอสบีค้นหาการเชื่อมต่อที่เหมาะสมได้ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด

ในการกำหนดค่าพารามิเตอร์ ผู้ใช้สามารถกำหนดแต่ละอินพุตในโมดูลได้ หากมีอินพุตใดที่ไม่ได้ใช้ จะถูกตั้งให้เป็น “ปิดใช้งาน” แต่ละอินพุตสามารถตั้งค่าสำหรับการเตือน จุดที่ตั้ง และการทริป รวมถึงการกระตุ้นและรีสตาร์ทดีเลย์ หรือสำหรับการทริปแบบอินเตอร์ล็อกโดยไม่มีการรีสตาร์ทโดยอัตโนมัติ ซึ่งทำให้สามารถตั้งแต่ละค่าเฉพาะการใช้งานได้ นอกจากนี้ ผู้ใช้ยังสามารถสร้างข้อมูลค่าพารามิเตอร์เป็นชุด บันทึก แล้วโหลดผ่านแอปได้ จำนวนชุดค่าพารามิเตอร์เริ่มต้นมีพร้อมให้ใช้งานจากเคเอสบี จึงช่วยประหยัดเวลาในการนำไปใช้กับการใช้งานซ้ำๆ ได้

นอกจากอินพุตสำหรับแรงดันและกระแสไฟฟ้าแล้ว AmaControl ในบางเวอร์ชันยังให้อินพุตเพิ่มเติมสำหรับอุณหภูมิ การรั่วไหล สวิตซ์ลูกลอย รวมทั้งหน้าสัมผัสสวิตช์ และอินพุตอนาล็อก เช่น เซ็นเซอร์วัดการสั่นสะเทือน ด้วย การตรวจสอบเฟสประกอบด้วยลำดับเฟส ข้อผิดพลาดของเฟส และความไม่สมดุลของเฟส รวมถึงแรงดันไฟฟ้าเกินและแรงดันไฟฟ้าต่ำกว่าปกติ นอกจากนี้ยังใช้ในระบบไฟฟ้าเฟสเดียวอีกด้วย

รีเลย์สำหรับสัญญาณและการเตือนช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของการทำงาน ด้วย cos ? คุณจึงสามารถติดตามตรวจสอบชั่วโมงการทำงาน ความถี่ของการเริ่มทำงาน ไฟฟ้าลัดวงจร และการหยุดชะงักของเซ็นเซอร์ได้ อุปกรณ์จะกำหนดและแสดงอินพุตของกำลังปรากฏ กำลังประสิทธิผล และกำลังปฏิกิริยา ทั้งยังวัดกำลังประสิทธิผลและกำลังปฏิกิริยาอีกด้วย

โมดูลขนาดเล็ก แต่ให้ความน่าเชื่อถือในการทำงานสูง

ด้วยอินพุต ฟังก์ชัน และตัวเลือกที่หลายหลาย โมดูล AmaControl ของเคเอสบีที่มีขนาดกะทัดรัดอย่างมากสามารถเข้ากันได้กับระบบการป้องกันระบบปั๊มสมัยใหม่และช่วยให้ผู้ประกอบการบรรลุข้อกำหนดที่เพิ่มขึ้นในด้านความน่าเชื่อถือ ประสิทธิภาพ และการปรับให้เป็นดิจิทัล

==================================================

Banner_SupremeServ_1450x180_new

ขอบขอบคุณข้อมูลดีๆ จากทาง KSB Thailand นะครับ

==================================================

อุตสาหกรรมใช้น้ำสะอาดเพื่ออะไรบ้าง

0
ให้เศรษฐกิจยังคงหมุนเวียนต่อไป: น้ำสำหรับอุตสาหกรรม
ให้เศรษฐกิจยังคงหมุนเวียนต่อไป: น้ำสำหรับอุตสาหกรรม

เช่นเดียวกับที่มนุษย์ต้องการน้ำเพื่อการดำรงอยู่ อุตสาหกรรมก็ต้องการน้ำเพื่อกระบวนการมากมาย ตั้งแต่การใช้งานเล็กๆ น้อยๆ เช่นการทำความสะอาด เพราะเครื่องจักรต่างๆ ต้องได้รับการทำความสะอาดหรือล้างด้วยน้ำเป็นประจำ และเช่นเดียวกับที่รถยนต์ของคุณใช้สารหล่อเย็นในหม้อน้ำ น้ำยังถูกนำไปใช้เป็นสารหล่อเย็นอยู่บ่อยครั้งเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องจักรร้อนเกินไป ในทำนองเดียวกันนั้น น้ำยังสามารถนำไปใช้เป็นตัวถ่ายเทความร้อน

โดยเฉพาะในกระบวนการที่จำเป็นต้องรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในระดับหนึ่ง น้ำถือเป็นของเหลวถ่ายเทความร้อนที่ดีที่สุดในช่วงอุณหภูมิตั้งแต่ 0 ถึง 100 องศาเซลเซียสเนื่องด้วยคุณสมบัติตามธรรมชาติและการจัดการได้ง่าย ส่วนการใช้งานที่ร้อนกว่านั้น น้ำก็ถูกใช้เป็นน้ำเลี้ยงในหม้อไอน้ำเพื่อสร้างไอน้ำ ซึ่งนำไปให้ความร้อนแก่กระบวนการต่างๆ หรือสร้างพลังงานในโรงไฟฟ้าได้

และสุดท้าย น้ำยังถูกไปใช้โดยตรงในกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เช่น ในโรงงานผลิตอาหารและเครื่องดื่มด้วย ตัวอย่างของการใช้น้ำในโรงงาน เช่น ในการผลิตเหล็กจำนวนหนึ่งตัน จะต้องใช้น้ำถึง 200,000 ลิตร และในการผลิตกระดาษจำนวนหนึ่งตัน จะต้องใช้น้ำประมาณ 400,000 ลิตร จากข้อมูลของสำนักงานด้านสิ่งแวดล้อมของเยอรมนี เฉพาะการผลิตสารเคมีในประเทศเยอรมนีเพียงอย่างเดียวก็ต้องใช้น้ำถึงเกือบ 2.6 พันล้านลูกบาศก์เมตรในการผลิตในปี 2016 หรือเกือบ 58 เปอร์เซ็นต์ของปริมาณน้ำทั้งหมดที่ใช้ในภาคการผลิต

การพ่นละอองน้ำในอุตสาหกรรมโลหะ

จากน้ำดื่มสู่น้ำบริสุทธิ์สูง: คุณภาพน้ำสำหรับอุตสาหกรรม

หากดูที่การใช้งานน้ำที่แตกต่างกัน ก็จะเข้าใจได้อย่างรวดเร็วว่าน้ำที่ใช้ไม่ได้เหมือนกันทั้งหมด ตัวอย่างเช่น ในการทำความสะอาดเครื่องจักร คุณคงไม่จำเป็นต้องใช้น้ำที่มีคุณภาพเดียวกันกับน้ำที่ใช้ในสารละลายสำหรับยาฉีดในโรงพยาบาล คุณภาพน้ำในระดับใดที่ต้องใช้ และใช้สำหรับอะไรบ้าง แล้วเกณฑ์หรือค่าใดที่ใช้ในการวัดคุณภาพน้ำ

ความบริสุทธิ์ของน้ำสามารถตัดสินได้โดยใช้วิธีการมากมาย เช่น พิจารณาจากน้ำหนักของสสารที่ละลายอยู่ในน้ำ หรือการเปลี่ยนแปลงจุดเดือดหรือจุดเยือกแข็งของน้ำ หรือใช้ดัชนีการหักเหแสงก็ได้ แต่วิธีการที่นิยมมากที่สุดคือการวัดความบริสุทธิ์โดยใช้การนำไฟฟ้าของน้ำ น้ำที่มีปริมาณเกลือที่ละลายอยู่น้อยกว่า (กล่าวคือ มีความบริสุทธิ์มากกว่าในทางเคมี) จะนำไฟฟ้าได้น้อยกว่า การนำไฟฟ้านี้มีหน่วยวัดเป็นซีเมนส์ต่อเมตร โดยระดับความบริสุทธิ์สามารถจำแนกได้ดังนี้

  • น้ำดื่ม (Drinking water) เช่น น้ำที่มีความบริสุทธิ์ตามข้อกำหนดและกฎหมายด้านน้ำดื่มของเยอรมนีอย่างเคร่งครัด น้ำประเภทนี้ถูกจัดส่งไปยังเขตเทศบาลต่างๆ โดยตรงผ่านท่อส่งน้ำดื่มปกติค่าการนำไฟฟ้าจำเพาะที่ 25 °C: 50–5,000 μS/cmน้ำดื่มมักนำมาใช้ในอุตสาหกรรมอาหาร เช่น ในการทำความสะอาดวัตถุดิบ หรือการผลิตเครื่องดื่ม
  • น้ำบริสุทธิ์ (Pure water or purified water) คือ น้ำดื่มที่ได้รับการบำบัดแล้ว แต่ยังมีปริมาณไอออนหลงเหลืออยู่ น้ำบริสุทธิ์ (หรือ “aqua purificata”) ที่ได้รับการผลิตตามข้อกำหนด DAB (Deutsches Arzneibuch, the German Pharmacopoeia) เพื่อการผลิตผลิตภัณฑ์ด้านเภสัชกรรมก็จัดอยู่ในหมวดหมู่นี้เช่นกัน ค่าการนำไฟฟ้าจำเพาะที่ 25 °C: 1–50 μS/cmน้ำบริสุทธิ์สามารถนำไปใช้กับการใช้งานมากมาย รวมถึงการทำความสะอาดระบบและเครื่องมือต่างๆ เนื่องจากไม่ทิ้งคราบเมื่อน้ำระเหย
  • น้ำปราศจากเกลือ (น้ำปราศจากไอออน) และน้ำกลั่น (Fully desalinated water (deionised water) and distilled water) เป็นน้ำที่นำสารไอออนทั้งหมด (กล่าวคือ ไอออนลบและไอออนบวก) ออก อย่างไรก็ตาม น้ำกลั่นและน้ำปราศจากไอออนไม่เหมือนกันเนื่องด้วยมีความแตกต่างในข้อกำหนดและกระบวนการทำให้บริสุทธิ์ ความแตกต่างหลักระหว่างน้ำกลั่นและน้ำปราศจากไอออนคือระดับความบริสุทธิ์ ค่าการนำไฟฟ้าจำเพาะที่ 25 °C: 0.1–1 μS/cm
  • น้ำบริสุทธิ์สูง คือ น้ำที่มีระดับความบริสุทธิ์สูงสุด น้ำประเภทนี้มีปริมาณของสารอินทรีย์ จุลินทรีย์ หรืออิเล็กโทรไลต์เพียงเล็กน้อยค่าการนำไฟฟ้าจำเพาะที่ 25 °C: < 0.1 μS/cmน้ำบริสุทธิ์สูงสามารถใช้ในการล้างหรือการผลิตในทางการแพทย์ อุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ และเทคโนโลยีในโรงไฟฟ้า

สะอาดและดี: วิธีการบำบัดน้ำมีอะไรบ้าง

วิธีทำให้น้ำบริสุทธิ์มีทั้งหมดสามวิธี ได้แก่ 

  • การบำบัดด้วยวิธีทางกล เช่น ใช้ตะแกรง แผ่นกรอง และตัวกรอง (รวมถึงประเภทการกรองด้วยแผ่นกรองในระดับต่างๆ ได้แก่ ไมโคร อัลตร้า และนาโน)
  • การบำบัดด้วยวิธีทางกายภาพ เช่น ด้วยการใช้การเติมอากาศ การทำให้เกิดอะตอมอิสระ การตกตะกอน การลอยตัว กระบวนการทางสุญญากาศ และการใช้ผลจากความร้อน
  • การบำบัดด้วยวิธีทางเคมี เช่น การออกซิเดชั่น การฆ่าเชื้อ การรวมตะกอนหรือฟล็อกคูเลชัน การแลกเปลี่ยนไอออน การใช้ถ่านกัมมันต์ (การดูดซับ) การออสโมซิส และการรีเวอร์สออสโมซิส

กระบวนการเหล่านี้อาจนำมาใช้ร่วมกันในหลากหลายรูปแบบ โดยขึ้นอยู่กับสภาพของน้ำดิบและจุดประสงค์ของน้ำที่จะนำไปใช้ ตอนนี้เรามาดูประเภทของการกรองให้ละเอียดขึ้นกัน

ตั้งแต่การกรองแบบไมโคร อัลตร้า และนาโนไปจนถึงการรีเวอร์สออสโมซิส

ในการทำไมโครฟิลเทรชัน น้ำจะถูกส่งผ่านแผ่นกรองที่มีรูขนาด 0.1 ถึง 10 µm พื้นผิวของแผ่นกรองอาจทำมาจากโลหะสเตนเลส พลาสติก เซรามิก หรือผ้าก็ได้โดยขึ้นอยู่กับการใช้งาน ไมโครฟิลเทรชันมักใช้ในการกรองเครื่องดื่มและน้ำมัน รวมถึงใช้เป็นการกรองขั้นต้น (prefiltration) โดยทั่วไปแล้ว ความดันที่ใช้ในขาเข้าจะอยู่ที่ 0.1 บาร์และขาออกที่ 2 บาร์ในการกรองประเภทนี้ ไมโครฟิลเทรชันใช้ในการกรองสสารที่ค่อนข้างหยาบออกจากน้ำ เช่น สารอินทรีย์อย่างแพลงก์ตอน สาหร่าย หรือแบคทีเรีย รวมถึงน้ำมันและอีมัลชันของไขมัน สารคอลลอยด์ขนาดใหญ่ที่อยู่ในรูปของอนุภาคหรือละอองที่กระจายตัวอยู่ในน้ำก็จะถูกกรองออกได้ด้วยวิธีไมโครฟิลเทรชัน

การกรองระดับถัดไปเรียกว่า อัลตร้าฟิลเทรชัน แผ่นกรองที่ใช้ในระดับนี้จะมีรูขนาด 0.01 ถึง 0.1 µm จึงทำให้สามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กมากๆ เช่น ไวรัส เชื้อโรค โปรตีน โลหะคอลลอยด์ หรือสสารโมเลกุลใหญ่หรือ Macromolecule (เช่น สารประกอบที่มีหลายโซ่) ออกได้ แรงดันที่ใช้ระหว่างแผ่นกรองสำหรับขั้นตอนนี้อยู่ที่ 1 ถึง 10 บาร์

ในการทำนาโนฟิลเทรชัน แผ่นกรองที่ใช้ในระดับนี้จะมีรูขนาดเพียง 0.01 ถึง 0.001 µm ขั้นตอนนี้จะกรองสสารที่ละลายอยู่ในน้ำ ไอออนที่มีประจุแบบไดวาเลนต์ (โลหะหนักส่วนมาก เช่น สังกะสี แมกนีเซียม และแคลเซียม) ไอออนที่มีประจุแบบโมโนวาเลนต์ขนาดใหญ่ (โลหะแอลคาไล เช่น ลิเทียม โซเดียม โพแทสเซียม) และฮาโลเจน (เช่น คลอรีน) ออก 

คลอไรด์และโซเดียมห้าสิบถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์สามารถถูกกรองออกด้วยวิธีนี้ นาโนฟิลเทรชันจึงเป็นทางเลือกที่เหมาะอย่างยิ่งในระบบผลิตน้ำอ่อน แรงดันที่ต้องการสำหรับขั้นตอนนี้จะอยู่ที่ระหว่าง 5 ถึง 10 บาร์

และสุดท้าย การรีเวอร์สออสโมซิสเป็นเทคนิคในการกรองด้วยแผ่นกรองอย่างสุดท้ายและถือเป็นการกรองระดับสูงสุด ในการรีเวอร์สออสโมซิส จะใช้วิธีย้อนกลับหลักการของการออสโมซิสตามธรรมชาติ (การปรับความเข้มข้นของของเหลวสองฝั่งให้เท่ากันโดยใช้เยื่อเลือกผ่าน) กล่าวคือ น้ำจะถูกทำให้บริสุทธิ์ด้วยการบังคับให้น้ำที่มีความเข้มข้นของไอออนสูงไหลผ่านเยื่อเลือกผ่านที่ความดันสูง (มากกว่า 80 บาร์สำหรับน้ำชะละลาย) ให้ต้านกับความดันออสโมติกตามธรรมชาติ สารที่ละลายปนอยู่ที่ไม่ต้องการจะไม่สามารถไหลผ่านแผ่นกรองความละเอียดสูงพิเศษได้เนื่องด้วยขนาดโมเลกุลที่ใหญ่กว่า รูของแผ่นกรองที่ใช้ในขั้นตอนนี้มีขนาดระหว่าง 0.001 ถึง 0.0001 µm แม้กระทั่งไอออนที่มีประจุแบบโมโนวาเลนต์ก็จะถูกกรองออกไป จึงเหลือไว้เพียงแต่น้ำที่มีความบริสุทธิ์อย่างมากที่แทบไม่มีอนุภาค เช่น แร่ธาตุและสารปลอมปน ไวรัส แบคทีเรีย เชื้อโรค และสิ่งปนเปื้อนอื่นๆ เจือปนอยู่

ด้านในของไส้กรองสำหรับการรีเวอร์สออสโมซิสทั่วไป: น้ำที่จะทำให้บริสุทธิ์จะถูกดันผ่านแผ่นกรองต่างๆ จากด้านนอก น้ำที่สะอาดจะอยู่ตรงกลาง

ใสสะอาด: โซลูชันจากเคเอสบีสำหรับการบำบัดน้ำในโรงงาน

ไม่ว่าคุณจะต้องการน้ำหล่อเย็นที่เป็นน้ำอ่อนและปราศจากเกลือ น้ำเลี้ยงที่เป็นน้ำอ่อนปราศจากคาร์บอนและเกลือสำหรับระบบทำไอน้ำ น้ำที่ผ่านกระบวนการบำบัดพิเศษ หรือน้ำสะอาด 100% ในการผลิต เคเอสบีก็มีปั๊มและวาล์วที่เหมาะสำหรับกระบวนการบำบัดน้ำในโรงงานทุกรูปแบบ วัสดุที่ทนทานและซีลที่เชื่อถือได้เป็นพิเศษช่วยให้มั่นใจได้ว่าอุณหภูมิที่สุดขั้วและของเหลวที่กัดกร่อนสูงจะทำอันตรายต่อผลิตภัณฑ์ของเราไม่ได้ กลุ่มผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายของเคเอสบีพร้อมด้วยโครงสร้างแบบแยกส่วนช่วยให้มั่นใจได้ว่าคุณจะพบกับโซลูชันที่เหมาะกับข้อกำหนดเฉพาะของคุณอยู่เสมอ ผลิตภัณฑ์โดยเฉพาะในซีรีส์ Etanorm, Etabloc และ Etachrom รวมถึง Movitec และ Multitec ที่เป็นปั๊มแรงดันสูงแบบหลายขั้น สามารถปรับแต่งให้ตรงกับความต้องการของคุณได้

เคเอสบีมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญหลายปีในด้านการบำบัดน้ำในโรงงาน และให้โซลูชันการบริการที่ครอบคลุม คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ และผลิตภัณฑ์ที่ล้ำสมัย มีคำถามใช่ไหม เราตั้งตารอให้คุณติดต่อเราอยู่

==================================================

Banner_SupremeServ_1450x180_new

ขอบขอบคุณข้อมูลดีๆ จากทาง KSB Thailand นะครับ

==================================================