เรื่องพื้นฐานของระบบการวัดและควบคุม (Instrument Basic)

0
พื้นฐานสำหรับระบบวัด
พื้นฐานสำหรับระบบวัด

ก่อนที่จะเข้าสู่เนื้อหา การวัดและควบคุม หรือ Instrument พื้นฐาน ทางเทคนิคของอุปกรณ์การวัด จำเป็นที่จะต้องทราบถึงจุดประสงค์ในการวัด การทำงานคร่าวๆ และอุปกรณ์ที่มักพบเจอในโรงงานอุตสาหกรรม ดังนี้

ทำไม ? ต้องมีการวัดและควบคุมในกระบวนการผลิต

หน้าที่ของอุปกรณ์เครื่องมือวัด เนื่องจากกระบวนการผลิตมีการควบคุมเครื่องจักรต่างๆมากมายหลายชนิด และเครื่องจักรนั้นๆจะต้องทำงานได้อย่างถูกต้องและแม่นยำ เพื่อที่จะให้ได้ผลผลิตตามที่ต้องการดังนั้นจึงต้องมีอุปกรณ์ทำหน้าที่วัดและแสดงผลว่าเครื่องจักรนั้น ๆ สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครบถ้วนตามความต้องการหรือไม่ รวมถึงควบคุมการทำงานของเครื่องจักร ให้เป็นไปตามจุดประสงค์ของการวัดหลักๆดังนี้

แผนผังของระบบการวัด

แผนผังอย่างง่ายของการวัดสามารถเขียนได้ดังรูป

  • จากรูปสามารถอธิบายได้คร่าวๆคือ Sensor ทำหน้าที่ในการ ตรวจจับ ปริมาณ , ปรับแต่งสัญญาณ และ บ่งชี้ ถึงปริมาณนั้นได้ ซึ่งในขั้นตอนการปรับแต่งสัญญาณ ไม่จำเป็นที่ต้องเป็นสัญญาณไฟฟ้าเท่านั้น อาจเป็นสัญญาณแรงดัน หรืออื่นๆได้ครับ เช่น แรงดันลมมาตรฐาน 3 to 15 psig เป็นต้น

อะไรเป็นตัวบอกคุณภาพของการวัดและควบคุม

โดยทั่วไปแล้วอุปกรณ์ต่างๆย่อมมีคุณภาพ หรือ ประสิทธิภาพต่างกัน แล้วสำหรับอุปกรณ์เครื่องมือวัดของเราจะรู้ได้อย่างไรครับว่า ตัวไหนที่เหมาะสม ตัวไหนไม่เหมาะสม ซึ่งตามหลักการของเครื่องมือวัดเองก็จะนิยามคุณภาพของเครื่องมือวัดได้ดังนี้

ความถูกต้อง (Accuracy) คือค่าที่บ่งบอกว่าอุปกรณ์การวัดมีค่าวัดที่แม่นยำเพียงใด ยกตัวอย่างเช่น ค่าอุณหภูมิน้ำเดือด 100 C อุปกรณ์วัดได้ 100 C ย่อมให้ค่าความถูกต้องที่สูง

ความสามารถในการรับรู้ของการเปลี่ยนแปลง (Sensitivity) คือความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของเครื่องมือวัดต่อปริมาณการวัด เช่น น้ำร้อน 100 C เปลี่ยนแปลงไปเหลือ 99.5 C เครื่องมือวัดเราก็เปลี่ยนแปลงและแสดงค่าได้

ค่าความเที่ยงตรง (Precision) คือค่าความเสถียรในการวัด เช่น น้ำร้อนมีอุณหภูมิคงที่ 100 C เครื่องมืดวัด วัดได้ 50 C วัดทั้งหมด 10 ครั้ง ก็ได้ 50 C ทุกครั้งที่มีการวัด แบบนี้เรียกว่าค่าความเที่ยงตรงดี แต่ค่าความถูกต้องต่ำ

ค่าความไวต่อการเปลี่ยนแปลง (Speed of response) คือเวลาที่เครื่องมือตอบสนองกับค่าวัดใดๆ ยกตัวอย่างเช่น นำเครื่องมือวัดไปวัด น้ำร้อน 100 C ค่าวัดก็แสดงผล 100 C ทันทีโดยใช้เวลาอันสั้น แบบนี้เรียกว่าความไวต่อการเปลี่ยนแปลงดี

ค่าน้อยสุดที่อ่านได้ (Resolution) คือค่าความละเอียดที่ เครื่องมือวัดอ่านได้ เช่น ตาชั่งน้ำหนักทศนิยม 4 ตำแหน่ง ย่อมมีค่าความละเอียดสูงกว่า 2 ตำแหน่ง

ในชีวิตจริง ค่าต่างๆย่อมมาคู่กันเช่น ค่าความไวต่อการเปลี่ยนแปลง ย่อมมาคู่กับเครื่องมือที่มีค่าน้อยสุดที่อ่านได้ และ ความสามารถในการรับรู้ของการเปลี่ยนแปลง

“แต่สังเกตอย่างนึง ค่าความถูกต้อง ไม่จำเป็น ที่จะต้องมีความเที่ยงตรงก็ได้”

เครื่องมือวัดที่เจอบ่อยในอุตสาหกรรม

เครื่องมือวัดความดัน ที่มักพบเจอคือ Pressure gauge

เครื่องมือวัดระดับ ที่มักพบเจอคือ Level sight glass

เครื่องมือวัดการไหล ที่มักพบเจอคือ Flow gauge

เครื่องมือวัดอุณหภูมิ ที่มักพบเจอ IC , RTD , Thermocouple

แล้วพบกับสาระความรู้ทางด้านงานช่าง และงานวิศวกรรมได้ในโพสถัดๆไปนะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

Smart Meter AMI – มิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะในอนาคตอันใกล้

0

“มิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะไฟฟ้า ต่างจาก มิเตอร์ไฟฟ้าที่บ้านอย่างไร ?”

มิเตอร์ไฟฟ้าที่ใช้อยู่ตามบ้าน ที่เราเห็นกันอยู่ทั่วไปนั้นจะมีอยู่ 2 แบบ คือ มิเตอร์ไฟฟ้าแบบจานหมุน และ มิเตอร์ไฟฟ้าแบบอิเลคทรอนิกส์ธรรมดา ซึ่งทั้ง 2 แบบนั้นจะมีทำหน้าที่ในการวัดปริมาณใช้ไฟฟ้าของในแต่ละบ้านหรือแต่ละโรงงานในประเทศไทย โดยจะวัดเป็นค่า กิโลวัตต์ชั่วโมง (kWhr)

มิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (AMI)

มิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะ (Advanced Metering Infrastructure) หรือ Smart Meter ซึ่งมิเตอร์ตัวนี้นั้นจะมีข้อดีกว่า มิเตอร์ไฟฟ้าแบบจานหมุน และ มิเตอร์ไฟฟ้าแบบอิเลคทรอนิกส์ธรรมดา ที่เด่นชัด คือ ในเรื่องของการสื่อสารระหว่างตัวมิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะกับศูนย์ควบคุมที่สามารถดูปริมาณการใช้ไฟฟ้าได้อย่างต่อเนื่องแบบเรียลไทม์ หรือพบข้อบกพร่องต่างๆ พร้อมทั้งรองรับ Application ต่างในอนาคตได้

ซึ่งในอนาคตถ้ามิเตอร์ไฟฟ้าอัจฉริยะได้มีการใช้งานจริงในประเทศไทย จะทำให้พลิกโฉมของผู้ขายไฟฟ้าและผู้ใช้ไฟฟ้าในประเทศไทยได้อย่างแน่นอนครับ

แล้วพบกับสาระความรู้ทางด้านงานช่าง และงานวิศวกรรมได้ในโพสถัดๆไปนะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

CRANE [EP:1] – ประเภทและหน้าที่ของเครน

1
Crane Tower wallpaper 1 construction
Crane Tower wallpaper 1 construction

ในการก่อสร้างนั้นหากพูดถึง “เครน” (Crane) แน่นอนว่าหลายๆคนคงจะเคยได้ยินหรือเคยเห็นกันมาแล้วอย่างแน่นอน แต่ทราบหรือไม่ว่า เครนที่เราเห็นอย่างคุ้นตานั้น มันมีอยู่กี่ประเภท แล้วแต่ละประเภทใช้งานในลักษณะไหน

เลือกใช้งานอย่างไรให้เหมาะสมกับงานของเรา และมีอะไรบ้างที่เราควรจะต้องรู้ก่อนจะทางานกับเครน วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับเครนกันครับ

เครนคืออะไร?

เครน (Crane) หรือในภาษาไทยเราเรียกว่า “ปั้นจั่น” เป็นเครื่องจักรกลชนิดหนึ่ง ที่ใช้ในการยกวัตถุให้เคลื่อนที่หรือเคลื่อนย้ายวัตถุจากจุดหนึ่งไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยสามารถยกวัตถุให้ลอยขึ้นในแนวดิ่งหรือสามารถเคลื่อนย้ายวัตถุในแนวราบก็ได้ ภายในระยะทาการของเครนเครื่องนั้น

เครนมีกี่ประเภท?

โดยทั่วไปเราอาจแบ่งประเภทของเครน (Crane) หรือ ปั้นจั่นตามลักษณะกายภาพได้เป็น 2 ประเภท คือ

1. เครนชนิดอยู่กับที่ (Stationary Crane)

เครนประเภทนี้ จะตั้งอยู่บนขา, แท่น หรือ Station จึงทาให้เครนประเภทนี้ไม่สามารถเคลื่อนที่ได้นั่นเอง หรืออาจเพียงแค่เคลื่อนที่ไปตามแนวรางของเครนตัวนั้น

เครนประเภทนี้มักมีขนาดตัวที่ใหญ่ แข็งแรง ตัวอย่างเช่น เครนราง (Overhead Crane) เครนขาสูง (Gantry Crane) ซึ่งนิยมใช้ในการยกเคลื่อนย้ายวัตถุขนาดใหญ่ มีน้าหนักมาก หรือเครนประเภทที่สามารถติดตั้งและทางานกับอาคารสูงได้เช่น เครนหอสูง (Tower Crane) เป็นต้น

เครนหอสูง (Tower Crane)
เครนราง (Overhead Crane)

2. เครนชนิดเคลื่อนที่ได้ (Mobile Crane)

เครนประเภทนี้ อาจพูดได้ว่าเป็นเครื่องจักรกลผสมกับยานยนต์ เนื่องจากเครนจะถูกติดตั้งไว้บนยานยนต์ที่มีล้อ จึงทาให้เครนประเภทนี้สามาถเคลื่อนได้ด้วยตัวเองอย่างอิสระ เครนชนิดนี้จึงมีข้อดี คือสามารถเคลื่อนที่เข้า-ออกสู่พื้นที่ทางานได้ง่าย มีหลายชนิด และมีขนาดความสามารถให้เลือกใช้อย่างหลากหลาย ตามความเหมาะสมของงานของเรา เครนชนิดนี้ได้รับความนิยมมากในการก่อสร้างนั่นเอง

เครนชนิดเคลื่อนที่ได้ (Mobile Crane)
เครนชนิดเคลื่อนที่ได้กำลังใช้งานยก

บริษัท สหเครน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ไม่ใช่แค่ผู้ให้บริการเครน — แต่คือ พันธมิตรธุรกิจ ที่พร้อมช่วยยกระดับทุกโครงการของคุณให้ถึงจุดสูงสุด (ทั้งในแง่คุณภาพ และความสำเร็จ) 

ไม่ว่าคุณจะต้องการ: 

เราพร้อมให้บริการครบ จบในที่เดียว ด้วยทีมงานมืออาชีพ และอุปกรณ์มาตรฐานระดับสากล 

📞 โทรเลย: [038-054065] 
📍 เยี่ยมชมสถานที่จริง หรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.sahacrane.com 

เครน” ไม่ใช่แค่ยกของ — แต่คือเครื่องมือที่ยกระดับโลก 
แล้วคุณล่ะ พร้อมให้เครนของคุณช่วยยกระดับธุรกิจหรือยัง? 


แล้วพบกับสาระความรู้ทางด้านงานช่าง และงานวิศวกรรมได้ในโพสถัดๆไปนะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

[ เชื้อราในเครื่องปรับอากาศ ] – ภัยร้ายใกล้ตัวคุณที่คุณคาดไม่ถึง

1

สวัสดีครับเพื่อนๆ หลังจากช่วงโควิท-19 การเข้าถึงของช่างแอร์ หรือการล้างแอร์ ของหลายๆบ้าน และหลายๆโรงงานก็ถูกเลื่อนออกไปทำให้แอร์ของเราสกปรกมากกว่าเดิม

แต่เพื่อนๆรู้มั้ยครับว่า ไอเจ้าแอร์ที่เราเปิดอยู่ทุกวันเนี่ย นานๆไปแล้ว มันจะก่อเชื้อราขึ้นมาในระบบ เมื่อลมแอร์พัดมาหาเรา เราก็สูดดมเชื้อรานั้นเข้าไปสบายปอดเลยครับผม และวิธีการล้างแบบธรรมดาก็เอาเจ้าเชื้อราตัวนี้ไม่ค่อยจะออกซะด้วยสิ

งั้นวันนี้ทางนายช่าง ขอมาแชร์เรื่องเชื้อราในเครื่องปรับอากาศ และวิธีป้องกันละกันนะครับ

มาทำความรู้จักเชื้อรากันครับ

เชื้อรา (Fungi)เป็นพืชที่สามารถอยู่ได้ทั้งในน้ํา บนดิน หรือ ในอากาศ มีหลายชนิดทั้งที่เป็นประโยชน์หรือเป็นโทษ เห็ดก็เป็นเชื้อราประเภทหนึ่ง แต่ที่เกิดปัญหาส่วนใหญ่จะเป็นเชื้อราที่แขวนลอยอยู่ในอากาศ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาทั้งต่อบุคคล เช่นทําให้เกิดโรคทางเดินหายใจ

โรคผิวหนังบางชนิด เช่น หูด หรือ โรคภายในร่างกาย เช่น ตับ เป็นมะเร็งจากสารอัลฟาท็อกซินจากเชื้อราในอาหาร และยังก่อให้เกิดปัญหาในการผลิต จากการเกิดเชื้อราในอาหาร ตลอดจนถึงทําให้อาคารเกิดเปลี่ยนสี

โดยเฉพาะตามผนังอาคาร หรือ เกิดกลิ่นเหม็นอับในอาคารและก่อให้เกิดโรคต่างๆ ติดตามกันมา การออกแบบระบบปรับอากาศที่ดีก็มีส่วนช่วยลดการก่อตัวของเชื้อราในอาคาร

ธรรมชาติของเชื้อราเชื้อรา เป็นพืช ชนิดหนึ่ง มีการขยายพันธุ์ทั้งแบบต่างเพศหรือไม่มีเพศ โดยการแบ่งตัวแบบแตกหน่อ แยกเซลล์หรือการสร้างสปอร์ เชื้อราจะมีผนังเซลล์ที่แข็ง และมีขนาดใหญ่กว่าแบคทีเรียหรือไวรัสมาก โดยมีขนาด 10 ไมครอนหรือใหญ่กว่า

เชื้อรามีรูปร่างหลายแบบ ทั้งแบบกลมรี ที่เรียกว่า “ส่า”(ยีสต์ Yeast) หรือมีลักษณะเป็นเส้นยาว ที่เรียกว่า เชื้อราเส้นสาย (Mold, Mould) เชื้อรามีขนาดใหญ่กว่า แบคทีเรียถึง 10 เท่า ต้องใช้กล้องจุลทรรศน์ขยายประมาณ 100 ในการส่องให้เห็นการดําารงชีวิตของเชื้อราต่างจากแบคทีเรียหรือไวรัส ตรงที่เชื้อราสามารถแขวนลอยในอากาศในรูปแบบของสปอร์โดยไม่ต้องเกาะกับสิ่งใด

ซึ่งต่างจากแบคทีเรียหรือไวรัสตรงที่ธรรมชาติของแบคทีเรียหรือไวรัสนั้นเป็นกาฝาก (Parasite) ซึ่งต้องมีสิ่งยึดเกาะหรือ Host โดยสิ่งที่ถูกยึดเกาะนั้นสามารถเป็นได้ทั้งสิ่งมีชีวิตหรือสิ่งไม่มีชีวิต และมีขนาดใหญ่กว่าตัวมันเอง ซึ่ง EU GMP พบว่าขนาดอนุภาคฝุ่นที่เหมาะแก่การเกาะของเชื้อจุลินทรีย์ (Viable) อยู่ที่ 5 ไมครอนหรือใหญ่กว่า ดังนั้นจึงได้กําาหนดให้ยาประเภท Sterile ซึ่งอยู่ในประเภท A จะต้องผลิตภายใต้ห้องสะอาด     ระดับไม่ต่ําากว่า ISO Class 5 ซึ่งไม่ให้มีฝุ่นขนาด 5 ไมครอนในห้อง หรือ มี 0 อนุภาค

โรคที่มีสาเหตุมาจากเชื้อรา

หากผู้ป่วยสูดอากาศที่ปนเปื้อนเชื้อราเป็นระยะเวลานาน จะทําให้เกิดเป็นโรคหอบหืด จาม ไข้ละอองฟาง แน่นหน้าอก คัดจมูก จาม ระคายเคืองนัยน์ตา เจ็บคอ หรือ เมื่อผิวหนังอยู่ในสภาพเปียกชื้นเป็นเวลานาน อาจทําาเกิดโรคน้ํากัดเท้าจากรา โรคหูดในใต้ร่มผ้า โรคกลากเกลื้อน เป็นต้น

ขนาดของปัญหาการเกิดเชื้อรา หน่วยงานปกป้องสิ่งแวดล้อมของอเมริกา (EPA – United States Environmental Protection Agency) ได้กําหนดระดับความรุนแรงของปัญหาเชื้อราในอาคารโดยกําหนดจากพื้นผิวของส่วนต่างๆ ในอาคารที่เกิดเชื้อราขึ้นเป็น 3 ระดับ คือ

รุนแรงน้อย      – เกิดเชื้อราที่พื้นผิววัสดุเป็นบริเวณผืนเดียวไม่เกิน 10 ตารางฟุต

แรงปานกลาง   – เกิดเชื้อราที่พื้นผิววัสดุเป็นบริเวณผืนเดียวไม่เกิน 10 – 100 ตารางฟุต

รุนแรงมาก       – เกิดเชื้อราที่พื้นผิววัสดุเป็นบริเวณผืนเดียวกินพื้นที่มากกว่า 100 ตารางฟุต

การเกิดขึ้นของเชื้อราในระบบปรับอากาศ

เชื้อราสามารถเกิดขึ้นได้ตามอุปกรณ์ต่างๆของระบบปรับอากาศที่เกิดความชื้นขึ้น และ ถูกปล่อยทิ้งไว้โดยไม่จัดการแก้ไขเป็นเวลานานเกินกว่า 48 ชั่วโมง เช่นตามแนวท่อน้ําเย็นที่ฉนวนเกิดแตกหรือฉีกขาด ทําาให้เกิดการควบแน่นของไอน้ําที่ผิวท่อ

ตามขดท่อน้ําเย็น (Cooling Coil)โดยเฉพาะบริเวณส่วนล่างใกล้ถาดน้ําทิ้งขดท่อน้ําเย็น -การควบแน่นของหยดน้ําที่ผนังห้อง ซึ่งเกิดจากอุณหภูมิต่างระหว่างห้องสูงและเป็นผนังคอนกรีต เช่นห้องเก็บรักษายา ซึ่งมีอุณหภูมิห้องไม่เกิน 22-25 องศาเซลเซียส กับห้องข้างเคียงที่

เป็นห้องอุณหภูมิปกติความเย็นที่ผนังจะต่ําและเมื่อต่ํากว่าจุดควบแน่น (Dew Point) ก็จะมีหยดน้ํามาเกาะที่ผนังอยู่ตลอด ทําให้เกิดเชื้อรา แก้ไขโดยการใช้ฉนวนปิดตลอดแนวผนังภายในห้องที่มีอุณหภูมิต่ําและเพื่อเป็นการลดการสูญเสียความเย็นหรือพลังงานในระยะยาว

ตามแนวกระจกหน้าต่าง ซึ่งเกิดการควบแน่นที่ผิวกระจกด้านนอกของไอน้ําาเมื่ออุณหภูมิภายในห้องต่ําากว่าภายนอกมาก การควบแน่นของไอน้ํา  ตามหน้ากากจ่ายลม โดยเฉพาะชนิดกระจายสี่ทิศ ซึ่งจะทําาให้เกิดกระแสลมแปรปรวน เชื้อราเกิดขึ้นที่หน้ากากจ่ายลม และลักษณะกระแสลมแปรปรวนที่หน้ากากจ่ายลม ตามผนังด้านนอกของท่อลมจ่ายลมเย็น เนื่องจากอุณหภูมิภายในและภายนอกท่อลมต่างกัน

โดยสรุป เชื้อราสามารถก่อตัวได้ในจุดต่างๆ ของระบบปรับอากาศ โดยเฉพาะในที่ที่เกิดความชื้น และมีอุณหภูมิที่เหมาะแก่การเจริญเติบโต มีอาหารของเชื้อเกาะอยู่และที่สําาคัญคือ มีสปอร์ของเชื้อรามาเกาะ เป็นระยะเวลานานกว่า 48 ชั่วโมง

การสังเกตุเชื้อราในแอร์ของเรา

กล่าวถึงเครื่องปรับอากาศที่เรานั้นรู้จักกันดีครับ ใครจะรู้และเข้าใจว่า เครื่องปรับอากาศนี้ที่ทำให้เราเย็น สบาย ดูดเชื้อโรค ดูดฝุ่น และจะทำให้บรรยากาศดีขึ้นในช่วงหน้าร้อนอย่างนี้ อาจจะกลายเป็นแหล่งเพาะพันธุ์เชื้อโรคชั้นดี บทความนี้มีวิธีสังเกตและป้องกันเชื้อโรคเหล่านี้มาให้เป็นความรู้

สังเกตเลยว่าเวลาเรานั้นได้เปิดแอร์ จะมีกลิ่นอับชื้นมาพร้อมกับลมเย็นหรือไม่ หากมีกลิ่นอับชื้นที่มากับลมเย็นเมื่อตอนที่เรานั้นเปิดแอร์ นั่นก็คือสัญญาณแสดงว่าเครื่องปรับอากาศที่เราใช้นั้นมีเชื้อโรคสะสมอยู่ในเครื่องปรับอากาศของเราแน่นอน เพราะกลิ่นอับชื้นเหล่านี้ มักมีต้นตอมาจากเชื้อโรคที่สะสมและออกมาจากช่องระบายความเย็น และแผ่นกรองอากาศของเครื่องปรับอากาศ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจาก Pure Clean การทำความสะอากเชื้อราภายในแอร์ขอเราด้วยระบบ O2 มั่นใจได้ว่าเชื้อราตายหมดแน่นอน

หากสนใจผลิตภัณฑ์ และบริการติดต่อได้ที่ www.gbs.co.th

แล้วพบกับสาระดีๆทางด้าน งานช่าง งานวิศวกรรม และงานอุตสาหกรรม แบบนี้ได้ในเพจนายช่างมาแชร์นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์

วสท กำลังตามหา “นายช่างผู้ปิดทองหลังพระ”

0

โครงการดีๆ จากทาง วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ หรือ วสท ซึ่งได้เตรีมมอบรางวัล นายช่างผู้ปิดทองหลังพระ พ.ศ.๒๕๖๓ (The Altruism Engineer Award 2020)

โดยรางวัลนี้เพื่อยกย่อง และเชิดชูเกียรตินายข่างที่มีผลงานที่ใช้จริงทางด้านวิศวกรรม ที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมและประเทศชาติ โดยทาง วสท ได้เปิดโอกาสบุคคลทั่วไปสามารถรับสมัครได้ภายในวันที่ 31 กรกฎาคม 2563 นี้ ซึ่งรายละเอียดตาม Link ด้านล่างครับ

https://eit.or.th/wp-content/uploads/2020/05/naichang.pdf?fbclid=IwAR3bRf1cgXI9MJGVKCnK1aixqAExtLZaXrbFI500afQqei-qBpLYI0Xc94w

แล้วพบกับสาระดีๆทางด้าน งานช่าง งานวิศวกรรม และงานอุตสาหกรรม แบบนี้ได้ในเพจนายช่างมาแชร์นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์

Space X และ NASA ร่วมมือ ทะลุอวกาศสำเร็จ!!

0

NASA และ SpaceX ได้สร้างประวัติศาสตร์ในการส่งนักบินอวกาศ 2 คน (Doug Hurley, ซ้าย และ Bob Behnken ขวา) ขึ้นสู่อวกาศโดยใช้ยาน Crew Dragon และจรวด SpaceXfalcon9 เมื่อคืนที่ผ่านมา (30 May 2020) ตามเวลาในประเทศไทย ณ สถานที่ Kennedy Space Center มลรัฐฟลอริดา เมื่อเวลา 15:22 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันเสาร์ (เวลา 02:22 น. วันอาทิตย์ตามเวลาในประเทศไทย )

ขณะนี้ยานอวกาศแคปซูล Crew Dragon กำลังโคจรรอบโลกเพื่อเข้าสู่ระยะการเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศนานาชาติในช่วงคืนวันนี้ตามเวลาในประเทศไทย

ยาน Crew Dragon ยานนี้พัฒนาโดยบริษัท SpaceX ยานสามารถรองรับนักบินได้ 4 คนในภารกิจปกติและสูงสุด 7 คนในภารกิจฉุกเฉิน ยานอวกาศ Crew Dragon สามารถถูกนำกลับมาใช้งานใหม่ได้ในภารกิจถัดไป หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนการนักบินอวกาศทั้ง 2 คน จะปฏิบัติภารกิจบนสถานีอวกาศนานประมาณ 2-3 เดือนก่อนเดินทางกลับโลก

รับชมวีดีโอแสดงการปล่อยตัวยานอวกาศด้านล่างนะครับ

แล้วพบกับสาระดีๆทางด้าน งานช่าง งานวิศวกรรม และงานอุตสาหกรรม แบบนี้ได้ในเพจนายช่างมาแชร์นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์

ระบบการปกคลุมด้วยแก๊สไนโตรเจน (Nitrogen/Inert Gas Blanketing)

1
Refinery API Tank Wallpaper
Refinery API Tank Wallpaper

ในโรงงานอุตสาหกรรมหลายๆโรงงาน มักจะมีถังขนาดใหญ่เต็มไปหมด เคยสงสัยไหมว่าทำไมเขาต้องใช้แก๊สไนโตรเจนอัดไปในถังตลอดเวลา ถ้าไม่มีหรือระบบอัดไนโตรเจนขัดข้อง….จะเกิดอะไรขึ้น ทำไมฝนตกหรืออากาศเย็นจะต้องใช้แก๊สไนโตรเจนเยอะ ทำไมแดดร้อนๆจึงใช้แก๊สไนโตรเจนน้อย

นายช่างจึงมาแชร์ความรู้ “ระบบการปกคลุมด้วยแก๊สไนโตรเจน (Nitrogen/inert gas blanketing)” ที่ต้องแยกเป็น Episodes ย่อยๆ เพราะนายช่างอยากให้เพื่อนๆอ่านได้เข้าใจอย่างละเอียด เพื่อที่จะนำไปใช้ประโยชน์ได้.

ทำไมเราต้องใช้แก๊สไนโตรเจนปกคลุมถัง???

ในโรงงานส่วนใหญ่จะมีสารไวไฟที่พร้อมจะติดไฟและเกิดหายนะได้ทุกเมื่อ อย่างที่ทุกคนรู้ว่าองค์ประกอบของการติดไฟประกอบด้วย 3 อย่างคือ

  1. เชื้อเพลิงหรือสารเคมีที่สามารถติดไฟได้  (Fuel)
  2. แก๊สออกซิเจนในอากาศ
  3. ความร้อนหรือประกายไฟ(Heat/Ignition source)

ในการกักเก็บสารไวไฟหรือสารที่ติดไฟได้ในถังซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอยู่แล้ว สิ่งที่จะป้องกันการติดไฟได้คือต้องไม่ให้ครบเงื่อนไขการติดไฟของ ข้อ2และข้อ3 สำหรับข้อ3 ในโรงงานก็มีมาตรการป้องกัน เช่น ห้ามอุกปรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้า จำกัด Scope งาน Hot work ต่างๆ แต่บางครั้งก็มีสิ่งที่มองไม่เห็น หรือ มีสิ่งที่เหนือความคาดหมาย เช่น ไฟฟ้าสถิต ฟ้าผ่า หรืออื่นที่ทำให้เกิดประกายไฟได้

ดังนั้น เพื่อความชัวร์จึงต้องต้องตัดข้อ2 ที่เป็นแก๊สออกซิเจนในอากาศออก หนึ่งในวิธีที่ได้รับการยอมรับและใช้กันอย่างกว้างขวางคือ ระบบการปกคลุมด้วยแก๊สไนโตรเจน (Nitrogen/inert gas blanketing) คือใช้แก๊สไนโตรเจนอัดและ Purge ไล่อากาศออก โดยจะ Set pressure ที่ถังไว้ ทำให้ Oxygen content ในถังเป็น 0% และทำให้สารเคมีในถังไม่สามารถติดไฟได้

ทำไมฝนตกหรืออากาศเย็นจะต้องใช้แก๊สไนโตรเจนเยอะ ทำไมแดดร้อนๆจึงใช้แก๊สไนโตรเจนน้อย?

ถ้าใครสังเกตอัตราการใช้แก๊สไนโตรเจนตามถังต่างๆ จะพบว่าแต่ละช่วงเวลาใช้ปริมาณไม่เท่ากัน เหตุการณ์นี้สามารถอธิบายได้ตามปรากฏการณ์ที่เรียกว่า การหายใจ (Breathing) พอแปลเป็นไทยแล้วรู้สึกแปลกๆ555555

Breathing หรือการหายใจ จะมี 2 ทิศทางคือ ถังหายใจเข้า (In-breathing ) คือ ถังดูดอากาศเข้า และ ถังหายใจออก (Out-breathing) คือ ถังจะระบายแก๊สภายในออก

การที่ถังมีการจะดูดอากาศข้างนอกเข้าหรือจะคายก๊สในถังออก สามารถแบ่งได้จาก 2 สาเหตุคือ

Liquid transfer effect เกิดจากปั๊มสารเข้าถังและปั๊มสารออกถัง

  1. In-breathing เกิดจากเรามีการปั๊มของเหลวในถังออก (Pump-out) ทำให้ปริมาตรช่องว่างของแก๊สในถังมากขึ้นและถังจึงดูดกากาศจากภายนอกเข้าถัง (Vacuum)
  2. Out-breathing เกิดจากเรามีการปั๊มของเหลวเข้าในถัง (Pump in) ทำให้ปริมาตรช่องว่างในถังลดลง และแก๊สที่อยู่ในถังจะถูกระบายออก

Thermal effect เกิดจากการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิภายนอกถัง (ปัจจัยนี้จะมีผลน้อยถ้าถังมีฉนวนที่หนาและกันความร้อนได้ดี) นอกจากนี้ยังขึ้นอยู่กับภูมิอากาศของแต่ละประเทศอีกด้วย

  1. In-breathing อากาศภายนอกเย็น เช่น ฝนตก หรือในตอนกลางคืน จะทำให้แก๊สในถังหดตัว และถังจะดูดอากาศภายนอกเข้าถัง (Vacuum)
  2. Out-breathing อากาศภายนอกร้อน เช่น แดดแรงๆ จะทำให้แก๊สภายในถังขยายตัว และต้องระบายออกข้างนอก

จากปรากฏการณ์ Breathing และต้องใช้แก๊สไนโตรเจนมาแทนที่ ทำให้ถังต้องติดอุปกรณ์อย่างน้อย 3 อย่าง เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงในถัง ดังนี้

Breather valve เป็นวาล์วควบคุมความดันในถัง เพื่อป้องกันในระดับการเปลี่ยนแปลงเล็กๆน้อย และทำให้ถังไม่ได้รับความเสียหาย จะติดที่หลังคา (roof) ของถัง

Emergency hatch มีไว้เพื่อระบายความดันในถังในกรณีที่ถังมี Pressure สูงขึ้นจนไม่สามารถระบายได้ด้วย Breather valve เช่น มีไฟไหม้บริเวณถัง (Fire case) ถ้าความดันถึง Setting point ฝา Hatch จะเปิดเพื่อระบายความดันในกรณีฉุกเฉิน เพื่อป้องกันถังระเบิดจากความดันสูง

Pressure control valve (PCV) อันนี้เป็นValve ที่ใช้ควบควบการอัดแก๊สไนโตรเจนเข้าถัง เพื่อไม่ให้มีแก๊สออกซิเจนเข้ามาที่ถัง และจะ Set pressure ไว้ เช่น +/-5 mbarg หมายถึง ถ้าความดันของถัง > set point pressure ตัว PCV จะปิดเพื่อไม่ให้ความดันเกิน แต่ถ้าความดันต่ำกว่า Set point ตัวPCV จะเปิดเพิ่ม เพื่อยังคง Condition ที่ถูกออกแบบไว้ ซึ่งการออกแบบPCV จะมีอธิบายอย่างละเอียดใน [EP:02]

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ได้ในเพจนายช่างมาแชร์นะครับ หากมีคำถามสามารถ inbox มาได้ในเพจโดยตรงเลยนะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

[หุ่นยนต์สัญชาติไทยแท้ 100%] สู้ COVID-19 : จากทีม IRAP แชมป์โลกหุ่นยนต์ไทย

0

การแพร่ระบาดที่เกิดขึ้นของเชื้อไวรัสสายพันธุ์ใหม่ COVID-19 ทั่วโลก และในประเทศไทย ถือว่าเป็นวิกฤตที่ทุกๆ คนต้องเผชิญหน้าไปด้วยกัน ซึ่งตัวเลขผู้ติดเชื้อนั้นมีเพิ่มขึ้นเกือบทุกวัน

แต่จะมีบุคคลากรทางการแพทย์ที่เราให้ชื่อว่า นักรบเสื้อกราวนด์ นั้นมีความเสี่ยงอยู่มาก ทำให้บุคคลากรต่างๆ ทางการแพทย์ มีความเสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคอย่างมาก ซึ่งสามารถเกิดมาจากการต้องเข้าไปตรวจวัดร่างกายประจำวัน หรือการรับส่งอาหารและยาให้กับคนไข้

New Normal ที่ใช้ Technology เข้ามามีบทบาท

ทีมพัฒนาหุ่นยนต์จากศูนย์วิจัย iRAPs มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ได้ออกแบบ วิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์สัญชาติไทยแท้ร้อยเปอร์เซนต์ (iRAPs SHaRE-aGIVer) เพื่อเป้าหมายในการแบ่งเบาภาระหน้าที่ของบุคลากรทางการแพทย์ในช่วงวิกฤตการณ์ Covid-19 และที่สำคัญช่วยลดความเสี่ยงจากการติดเชื้อไวรัส COVID-19

การวิจัยหุ่นยนต์จากทีม iRAPs และ PTTGC

ด้วยเหตุนี้ทางศูนย์วิจัย iRAPs ร่วมกับ วิทยาลัยพัฒนาชุมชนเมือง มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช และได้รับการสนับสนุนจาก PTTGC และบริษัทโพลีโฟม จึงร่วมกันพัฒนาหุ่นยนต์อัตโนมัติเพื่อตอบโจทย์ในการลดการปฏิสัมพันธ์โดยตรงระหว่างบุคลากรทางการแพทย์กับผู้ป่วย

หรือผู้มีความเสี่ยงในการติดเชื้อ โดยหุ่นยนต์อัตโนมัติจะมีฟังก์ชันการสร้างแผนที่ทั้งแบบ 2 มิติและ 3 มิติ แล้วสามารถเคลื่อนที่ไปยังจุดหมายที่กำหนดไว้ โดยการคิดหาเส้นทางที่เหมาะสมที่สุด พร้อมทั้งสามารถหลบหลีกสิ่งกีดขวางทั้งที่เคลื่อนที่ได้และสิ่งกีดขวางที่เคลื่อนที่ไม่ได้ได้เองแบบอัตโนมัติ และหากทางที่เลือกไว้โดนปิดกั้น ก็สามารถคิดหาเส้นทางใหม่ได้เอง

ความสามารถของหุ่นยนต์ iRAPs SHaRE-aGIVer

ทำให้สามารถส่งอาหาร ยา หรือเครื่องมือทางการแพทย์ในการตรวจเป็นประจำทุกวันระหว่างคนไข้ และบุคคลากรทางการแพทย์ นอกจากนี้หุ่นยนต์ยังมีความสามารถในติดต่อสื่อสารระยะไกลผ่านวีดีโอคอล (teleconference) ผ่านหุ่นยนต์ดังกล่าว

ในภาพอาจจะมี หนึ่งคนขึ้นไป และผู้คนกำลังนั่ง

ที่ทำให้คนไข้สามารถสื่อสารได้โดยตรงกับทางแพทย์ และพยาบาล ซึ่งความสามารถทั้งสองอย่างที่กล่าวมานี้จะช่วยลดความเสี่ยงในการติดเชื้อของบุคลากรทางการแพทย์ในกรณีเกิดโรคระบาดอย่างเช่นในปัจจุบัน ซึ่งการพัฒนาหุ่นยนต์ในครั้งนี้ ถือว่าเป็น New Normal ที่ทางทีมงานได้นำ Technology มาช่วยตอบโจทย์และแก้ไขปัญหาปัจจุบันที่ทางบุคคลากรทางการแพทย์นั้นประสบอยู่

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (25/05/2563) ด้วยความร่วมมือจากโรงพยาบาลวชิรพยาบาล ทางทีมงานวิจัยหุ่นยนต์ได้รับอนุญาตให้นำหุ่นยนต์เข้าไปทดสอบจริงภายในโรงพยาบาล ซึ่งทางทีมงานได้ทำการเก็บข้อมูลจะนำมาใช้ในการปรับปรุงและพัฒนาระบบต่อไป

ในภาพอาจจะมี สถานที่ในร่ม

ติดตามความเคลื่อนไหวของ iRAPs ได้ในเร็วๆ นี้ครับ แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ #IRAP

การปรับปรุงคุณภาพ “ดิน” ก่อนทำการก่อสร้าง

0
Backhoe Excavator
Backhoe Excavator

หลายๆคนอาจเคยได้ยินเกี่ยวกับปัญหาการทรุดตัวของอาคารกันมาบ้าง ในบางกรณีอาจทำให้เกิดความเสียหายกับโครงสร้างอาคารกันเลยทีเดียว ซึ่งโดยปกติแล้วอาคารที่ตั้งอยู่บนเสาเข็มอาจจะไม่ได้พบเจอปัญหาเหล่านี้เท่าไหร่นัก เนื่องจากน้ำหนักหนักของอาคารจะถูกถ่ายลงเสาเข็ม

ปัญหาการทรุดตัวของสิ่งปลูกสร้างเกิดจากการที่น้ำหนักของโครงสร้างวางอยู่บนผิวดินโดยตรง และดินเดิมนั้นไม่ได้คุณภาพหรือมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม เมื่อมีน้ำหนักจากสิ่งปลูกสร้างมากดทับ ดินไม่สามารถแบกรับน้ำหนักได้ จึงเกิดการทรุดตัวดังกล่าวนั่นเอง.

ดังนั้น หากทราบว่าสิ่งปลูกสร้างของเราจำเป็นต้องวางอยู่บนผิวดินโดยตรง การปรับปรุงคุณภาพดิน (Soil Improvement) ก่อนทำการก่อสร้างจึงเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง เพื่อลดโอกาสการเกิดปัญหาหารทรุดตัว

ดินคืออะไร?

ดิน (Soil) เป็นวัสดุทางธรรมชาติที่เกิดจากการย่อยสลายของอินทรีย์สารในธรรมชาติ มีคุณสมบัติที่หลากหลายตามแต่ชนิด ในทางวิศวกรรมนั้น ดินเป็นองค์ประกอบที่มีบทบาทสำคัญ ทั้งในเรื่องของการใช้เป็นวัสดุมวลรวมและการก่อสร้างต่างๆ เช่น อาคาร ถนน เขื่อน หรือสิ่งปลูกสร้างที่ตั้งอยู่บนพื้นโลก ล้วนแล้วแต่ตั้งอยู่บนดินทั้งสิ้น

<a href="https://www.freepik.com/free-photos-vectors/floral">Floral photo created by freepik - www.freepik.com</a>

ดินประกอบด้วยอะไรบ้าง?

โดยปกติแล้ว มวลดินจะประกอบได้ด้วย 3 ส่วนคือ เม็ดดิน น้ำ และอากาศ

ดินแห้ง จะประกอบด้วย เม็ดดินและอากาศ

ดินอิ่มตัวด้วยน้ำ จะประกอบด้วย เม็ดดินและน้ำ

ดินไม่อิ่มน้ำ จะประกอบด้วย เม็ดดิน น้ำ และอากาศ

ส่วนประกอบของดิน

ดินทรุดได้อย่างไร?

หากมองจากองค์ประกอบของมวลดิน อันได้แก่ เม็ดดิน น้ำ และอากาศนั้น ระหว่างเม็ดดินจะเป็นมีช่องว่าง (Void) ที่อากาศและน้ำจะเข้าไปอยู่ได้ เจ้าช่องว่างระหว่างเม็ดดินนี้เปรียบเสมือนโพรงระหว่างเม็ดดิน

เมื่อดินอิ่มตัวด้วยน้ำ ช่องว่างนี้จะเต็มไปด้วยน้ำ เมื่อมีแรงกดทับบนดิน แรงกดนั้นจะดันให้น้ำไหลออกจากดินผ่านช่องว่างเหล่านี้ ขนาดของช่องว่างจะถูกบีบอัดให้เล็กลงและทำให้เม็ดดินมีความแน่นขึ้น ในทางกลับกัน ความแน่นนี้จะทำให้ปริมาตรของดินลดลง

กรณีของดินแห้ง ช่องว่างนี้จะเต็มไปด้วยอากาศ เมื่อมีแรงกดทับบนดิน ช่องว่างจะถูกบีบอัดให้เล็กลงและทำให้เม็ดดินมีความแน่นขึ้น และ ความแน่นนี้จะทำให้ปริมาตรของดินลดลงหรือเกิดการทรุดนั่นเอง

การป้องกันไม่ให้ดินทรุด สามารถทำได้ไหม อย่างไร?

การป้องกันไม่ให้ดินทรุดอาจทำได้โดยการปรับปรุงคุณภาพดิน (Soil Improvement)

การปรับปรุงคุณภาพดิน (Soil Improvement) คือการปรับปรุงดินบริเวณนั้นที่ดินเดิมไม่มีคุณภาพหรือมีคุณสมบัติไม่เหมาะสมให้มีกำลังสูงขึ้น ซึ่งวิธีการมีอยู่หลายวิธีด้วยกัน เช่น การบดอัดดิน การใช้วัสดุเสริมกำลัง วิธีที่เป็นที่นิยมและสามารถปรับปรุงคุณภาพดินได้อย่างมีประสิทธิภาพวิธีหนึ่ง ก็คือวิธีบดอัดดินด้วยเครื่องจักร

ขอขอบคุณภาพจาก VOLVO

การบดอัดดิน (Soil Compaction) เป็นการใช้เครื่องจักรบดอัดดิน เพื่อให้ดินมีความหนาแน่นขึ้น การบดอัดดินจะทำให้ปริมาณช่องอาการในดินลดลง ส่งผลให้การบวมน้ำน้อยลง การซึมน้ำต่ำลง ดินสามารถรับกำลังแรงเฉือนได้มากขึ้น และส่งผลให้การทรุดตัวของดินมีค่าน้อยลงตามไปด้วย

อีกวิธีหนึ่งที่ช่วยทำให้การปรับปรุงคุณภาพดินด้วยวิธีบดอัดดินด้วยเครื่องจักรมีประสิทธิภาพมากขึ้นก็คือ การปล่อยให้ดินคายน้ำออกตามธรรมชาติให้มากที่สุดก่อนทำการบดอัดดิน วิธีนี้จะทำให้การบดอัดดินทำได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่มีข้อสังเกตคือ วิธีนี้ต้องเวลานานในการปล่อยให้ดินคายน้ำ จึงอาจไม่เหมาะสมสำหรับโครงการที่มีความจำกัดในเรื่องเวลาในการก่อสร้างครับ

ดังนั้น เมื่อทราบว่าสิ่งปลูกสร้างของเราจำเป็นต้องตั้งอยู่บนผิวดินโดยตรง หรือไม่มีเสาเข็ม ก่อนการปลูกสร้างควรทำการทดสอบคุณภาพดินเสียก่อน หากตรวจสอบแล้วพบว่าดินเดิมบริเวณที่จะทำการก่อสร้างนั้น ไม่ได้คุณภาพ หรือมีคุณสมบัติไม่เหมาะสม เราควรทำการปรับปรุงคุณภาพดินบริเวณนั้นให้มีกำลังสูงขึ้น หรือมีคุณสมบัติที่เหมาะสมเสียก่อน เพื่อลดปัญหาการทรุดตัวของสิ่งปลูกสร้างนั้นครับ

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ #โยธา

ปตท. คว้าสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติ “Global DCQ” ป้อนโรงไฟฟ้า กฟผ.

0

การประชุมคณะกรรมการการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (บอร์ด กฟผ.) ที่มีนายกุลิศ สมบัติศิริ ปลัดกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2563 เห็นชอบให้ กฟผ.ลงนามสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติหลัก หรือ Global DCQ ที่จะรับซื้อก๊าซฯจาก บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) หรือ PTT เพื่อให้เกิดความมั่นคงด้านเชื้อเพลิง

กฟผ. และ ปตท. ลงนามสัญญา “Global DCQ” ?

กฟผ. และ ปตท. น่าจะมีการลงนามสัญญา “Global DCQ” ในเร็วๆนี้ เพื่อให้มีผลตั้งแต่ วันที่ 1 ก.ค.2563 เป็นต้นไป หลังจากสัญญาซื้อขายก๊าซฯระยะสั้น จะหมดอายุในวันที่ 30 มิ.ย.2563

ร่างสัญญาซื้อขายก๊าซธรรมชาติหลัก หรือ Global DCQ ฉบับใหม่นี้ ได้ผ่านการตรวจสอบและเห็นชอบจากสำนักงานอัยการสูงสุดแล้ว ขั้นตอนต่อไป กฟผ.จะต้องลงนามในสัญญาฯกับ ปตท.และดำเนินการตามกระบวนการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป

โดยทาง ปตท.จะเป็นผู้จัดหาก๊าซฯ ป้อนเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าให้กับโรงไฟฟ้าของกฟผ. ทั้งหมด (ยกเว้น โรงไฟฟ้าน้ำพอง) ที่จะมีการเจรจาเพื่อทำสัญญากันในภายหลัง

โดยที่สัญญา “Global DCQ” ยังเปิดช่อง ให้ กฟผ. สามารถนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว(LNG)มาใช้ในโรงไฟฟ้าของตัวเองได้ในปริมาณปีละ 1 ล้านตัน

บอร์ด กฟผ. เมื่อวันที่ 26 ธ.ค.2562 ได้เห็นชอบในหลักการสัญญา “Global DCQ” ไปแล้ว แต่ให้ไปจัดทำรายละเอียดต่างๆให้สมบูรณ์ พร้อมนำเสนอสำนักงานอัยการสูงสุด ตรวจสอบความถูกต้อง ก่อนเสนอบอร์ด เห็นชอบอีกครั้ง

ตามแผนเดิม สัญญา “Global DCQ” ได้กำหนดปริมาณซื้อขายก๊าซฯ LNG คาดว่า จะอยู่ในกรอบ 3.5-5 ล้านตันต่อปี โดยมีอายุสัญญา 10 ปี (ปี2563 – 2572) จากปัจจุบัน กฟผ. มีความต้องการใช้ก๊าซฯ LNG เพื่อเป็นเชื้อเพลิงผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ประมาณ 5-6 ล้านตันต่อปี

การบรรลุข้อตกลงในการเจรจาสัญญา “Global DCQ” ครั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของนายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และตามมติของคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) หลังจากสัญญาซื้อขายก๊าซฯหลักสิ้นสุดอายุไปตั้งแต่ ปี 2557 จากนั้น มีการเซ็นสัญญาระยะสั้นปีต่อปีโดยตลอด

reference https://www.facebook.com/Energy-GATE

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์