GC ผนึก QSNCC เปลี่ยนน้ำมันพืชใช้แล้วเป็นเชื้อเพลิง SAF

GC partners with QSNCC to convert used cooking oil into SAF
GC partners with QSNCC to convert used cooking oil into SAF

GC – QSNCC ต่อยอดโครงการ “จากครัว…สู่เครื่อง” ศูนย์การประชุมระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทย ร่วมส่งน้ำมันพืชใช้แล้วจากร้านอาหารสู่โรงกลั่นชีวภาพ ลดการใช้วัตถุดิบฟอสซิล

กรุงเทพฯ – 28 เมษายน  2569 – บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) หรือ GC ผู้นำในธุรกิจเคมีภัณฑ์ระดับสากล และผู้ผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานแบบยั่งยืน (SAF) เชิงพาณิชย์รายแรกของประเทศไทย ประกาศความร่วมมือกับ บริษัท เอ็น.ซี.ซี แมนเนจเม้นท์ แอนด์ ดิเวลลอปเม้นท์ จำกัด (NCC) ผู้บริหารศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ (QSNCC) ศูนย์การประชุมระดับโลก

ต่อยอดโครงการ “จากครัว…สู่เครื่อง” โดยรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้ว (Used Cooking Oil: UCO) จากร้านอาหารภายในศูนย์ฯ เข้าสู่กระบวนการในโรงกลั่นชีวภาพของ GC เพื่อผลิตSAF และผลิตภัณฑ์ชีวภาพมูลค่าสูง นับเป็นศูนย์การประชุมระดับโลกแห่งแรกของประเทศไทยที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว   

การต่อยอดโครงการ “จากครัว…สู่เครื่อง” ในครั้งนี้ได้ขยายสู่ศูนย์การประชุมระดับโลก ซึ่งเป็นอีกหนึ่ง ecosystem ที่มีศักยภาพในการรวบรวมน้ำมันพืชใช้แล้วไปใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ไม่เพียงรองรับการจัดงานและการประชุมระดับนานาชาติ ซึ่งต้อนรับผู้มาเยือนทั้งชาวไทยและต่างชาติ แต่ยังเป็นแหล่งรวมของร้านอาหารที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก จึงเอื้อต่อการจัดการน้ำมันพืชใช้แล้วอย่างมีประสิทธิภาพ และเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่การผลิตของโรงกลั่นชีวภาพของ GC อย่างเป็นระบบ

คุณรัชดา สวัสดิรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานโรงกลั่นน้ำมัน GC กล่าวว่า “การจับมือกันระหว่าง GC และ QSNCC เป็นอีกก้าวของการเชื่อมโยงศักยภาพระหว่างภาคอุตสาหกรรมและภาคบริการระดับโลก เพื่อต่อยอดความสำเร็จของ GC ในฐานะผู้บุกเบิกการผลิตเชื้อเพลิงอากาศยานยั่งยืน (SAF) เชิงพาณิชย์รายแรกของประเทศไทย โดยนำน้ำมันพืชใช้แล้วมาเป็นวัตถุดิบในกระบวนการผลิต ซึ่งสามารถลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้มากกว่า 85% เมื่อเทียบกับเชื้อเพลิงอากาศยานแบบดั้งเดิม ทั้งยังสามารถต่อยอดสู่การผลิตเคมีภัณฑ์ชีวภาพและพลาสติกชีวภาพมูลค่าสูงได้อีกด้วย”

สุรพล อุทินทุ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กล่าวว่า “ศูนย์ฯ สิริกิติ์ ยึดมั่นในการสร้างคุณค่าทั้งต่อเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม โดยบูรณาการแนวคิดความยั่งยืนเข้าไว้ในทุกกระบวนการดำเนินธุรกิจ ความร่วมมือภายใต้โครงการ ‘จากครัว…สู่เครื่อง’ สะท้อนแนวคิดการนำน้ำมันพืชใช้แล้วจากการดำเนินงานภายในศูนย์ประชุมฯ ไปผลิตเป็นพลังงานสะอาด ขณะเดียวกันยังมีการบริหารจัดการเศษอาหารและทรัพยากรอื่น ๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่ออย่างเหมาะสม เพื่อสร้างคุณค่าให้กับสิ่งแวดล้อมและสังคมในวงกว้าง”

“เรายังมุ่งสร้างความร่วมมือกับพันธมิตรจากหลากหลายภาคส่วน เพื่อลดปริมาณขยะอาหารให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมส่งเสริมให้พนักงาน ลูกค้า ซัพพลายเออร์ และผู้ใช้บริการ มีส่วนร่วมในการคัดแยกขยะอย่างถูกต้อง เพื่อนำไปสู่กระบวนการจัดการที่เหมาะสม และลดปริมาณขยะที่ต้องนำไปฝังกลบให้น้อยที่สุด”

สุรพล กล่าวเสริม แนวทางการดังกล่าวสะท้อนว่าการขับเคลื่อนเศรษฐกิจหมุนเวียนไม่สามารถเกิดขึ้นได้โดยลำพัง แต่ต้องอาศัยความร่วมมือจากพันธมิตรในทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกันสร้าง ecosystem ที่เชื่อมโยงของเหลือใช้จากการบริโภคสู่การสร้างมูลค่าใหม่อย่างเป็นรูปธรรม


แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ 

มจพ. ผงาดคว้าอันดับ 3 วิจัยคุณภาพ และอันดับ 5 มหาลัยไทยระดับเอเชียปี 2026

KMUTNB rises to 3rd place for research quality and 5th among Thai universities in Asia in 2026.
KMUTNB rises to 3rd place for research quality and 5th among Thai universities in Asia in 2026.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านวิชาการและงานวิจัยระดับนานาชาติ โดยได้รับการจัดอันดับใน THE Asia University Rankings 2026 จาก Times Higher Education (THE) สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลกจากสหราชอาณาจักร ซึ่งได้ประกาศผลอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา 

ผลการจัดอันดับในปีนี้ มจพ. ได้รับการจัดให้อยู่ใน

  • อันดับ 3 ของประเทศไทย ด้านคุณภาพงานวิจัย (Research Quality) 
  • อันดับ 5 ของมหาวิทยาลัยในประเทศไทย
  • กลุ่มอันดับ 401–500 ของมหาวิทยาลัยในเอเชีย

การจัดอันดับ THE Asia University Rankings 2026 มีมหาวิทยาลัยเข้าร่วมการประเมินทั้งสิ้น 929 แห่ง จาก 36 ประเทศ/ภูมิภาคทั่วเอเชีย โดยพิจารณาจากตัวชี้วัดสำคัญ 5 ด้าน ได้แก่ การเรียนการสอน การวิจัย คุณภาพงานวิจัย รายได้จากภาคอุตสาหกรรม และความเป็นนานาชาติ ความสำเร็จดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงพัฒนาการอย่างต่อเนื่องของมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะด้าน คุณภาพงานวิจัย (Research Quality) ที่ได้รับการยอมรับในระดับสูง และส่งผลให้อันดับในภาพรวมของมหาวิทยาลัยในระดับเอเชียปรับตัวดีขึ้นจากปีที่ผ่านมา

ติดตามผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยเพิ่มเติมได้ที่  #THEAsia #THEUniRankings #KMUTNB


แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย แสดงความยินดี “นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล” ดำรงตำแหน่งประธานฯ วาระปี 2569–2571

0
extends its heartfelt congratulations to Pimjai Leeissaranukul on the occasion of her appointment as President of the Federation of Thai Industries for the 2026–2028 term
extends its heartfelt congratulations to Pimjai Leeissaranukul on the occasion of her appointment as President of the Federation of Thai Industries for the 2026–2028 term

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (FTI) ขอแสดงความยินดีอย่างยิ่งกับ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ในโอกาสเข้าดำรงตำแหน่ง ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประจำวาระปี 2569–2571

การเข้ารับตำแหน่งในครั้งนี้ นับเป็นอีกก้าวสำคัญของภาคอุตสาหกรรมไทย ในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับโครงสร้างเศรษฐกิจ พร้อมผลักดันภาคการผลิตให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีโลก การค้า และบริบทเศรษฐกิจระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ได้แสดงถึงวิสัยทัศน์ ความมุ่งมั่น และบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมไทยในหลายมิติ ทั้งด้านนโยบาย การพัฒนาเครือข่ายผู้ประกอบการ และการส่งเสริมขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ

ในวาระการดำรงตำแหน่งครั้งใหม่นี้ เชื่อมั่นว่าจะสามารถนำพา สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ก้าวสู่การเป็นกลไกหลักในการยกระดับอุตสาหกรรมไทยสู่ “อุตสาหกรรมแห่งอนาคต” โดยมุ่งเน้นการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainability) การนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาใช้ (Digital & Innovation) รวมถึงการสร้างความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชนอย่างเป็นรูปธรรม

“นายช่างมาแชร์” ขอร่วมแสดงความยินดี และขออำนวยพรให้ นางพิมพ์ใจ ลี้อิสสระนุกูล ประสบความสำเร็จในการปฏิบัติหน้าที่ พร้อมนำพาอุตสาหกรรมไทยก้าวหน้าอย่างมั่นคง แข็งแกร่ง และยั่งยืนในเวทีโลกต่อไป

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ #สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย

นักวิทยาศาสตร์ปรับแต่งโลหะในระดับอะตอม เพื่อควบคุมคุณสมบัติทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างแม่นยำ

0
Untitled-design-2026-04-28T035007
Untitled-design-2026-04-28T035007

วิศวกรมักมองว่าโลหะเป็นวัสดุที่มีคุณสมบัติคงที่และปรับเปลี่ยนได้จำกัดมาโดยตลอด แต่งานวิจัยใหม่จากมหาวิทยาลัยมินนิโซตา วิทยาเขต Twin Cities ได้ท้าทายสมมติฐานนี้ โดยแสดงให้เห็นว่าโลหะสามารถถูกปรับแต่งได้ในระดับอะตอม งานวิจัยนี้ชี้ให้เห็นว่าการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างเพียงเล็กน้อย สามารถปลดล็อกพฤติกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์รูปแบบใหม่ได้อย่างสิ้นเชิง

งานวิจัยมุ่งเน้นไปที่การควบคุมปฏิสัมพันธ์ของอะตอมในบริเวณที่วัสดุมาบรรจบกัน ซึ่งบริเวณรอยต่อ (interface) นี้มักถูกมองข้าม แต่จริง ๆ แล้วสามารถทำหน้าที่เป็นจุดควบคุมประสิทธิภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างทรงพลัง ผลลัพธ์นี้อาจส่งผลต่อวิธีที่อุตสาหกรรมในสหรัฐฯ ออกแบบเซมิคอนดักเตอร์ ตัวเร่งปฏิกิริยา และระบบควอนตัม

การควบคุมระดับอะตอมที่รอยต่อ (Atomic control at interfaces)

ทีมวิจัยมุ่งศึกษาบริเวณรอยต่อของวัสดุ ซึ่งเป็นจุดที่การจัดเรียงตัวของอะตอมเปลี่ยนแปลงไป ที่บริเวณนี้สามารถเกิดปรากฏการณ์โพลาไรเซชัน (polarization) ได้ แม้จะเป็นในโลหะก็ตาม พฤติกรรมนี้เปิดโอกาสให้นักวิจัยสามารถควบคุมการเคลื่อนที่ของอิเล็กตรอนบนพื้นผิวได้

โดยการปรับความหนาของฟิล์มในระดับนาโนเมตร นักวิทยาศาสตร์สามารถปรับค่า “ฟังก์ชันงาน” (work function) บนพื้นผิวของโลหะ ruthenium dioxide ได้ การเปลี่ยนแปลงนี้มีค่ามากกว่า 1 อิเล็กตรอนโวลต์ ซึ่งถือว่าสูงสำหรับระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระดับการควบคุมเช่นนี้เป็นเครื่องมือใหม่ในการออกแบบคุณสมบัติของวัสดุ โดยไม่ต้องเปลี่ยนองค์ประกอบทางเคมี

“โดยปกติเราเชื่อว่าโพลาไรเซชันเป็นคุณสมบัติของฉนวนหรือวัสดุเฟอร์โรอิเล็กทริก ไม่ใช่โลหะ” Bharat Jalan ศาสตราจารย์จากภาควิชาวิศวกรรมเคมีและวัสดุศาสตร์กล่าว “แต่งานของเราแสดงให้เห็นว่า ด้วยการออกแบบรอยต่ออย่างเหมาะสม เราสามารถทำให้เกิดโพลาไรเซชันในระบบโลหะ และใช้มันเป็นตัวปรับคุณสมบัติทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ นี่คือวิธีคิดใหม่ในการควบคุมโลหะ”

ผลลัพธ์นี้ท้าทายความเชื่อเดิมที่ว่าโลหะมีพฤติกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ที่แข็งตัว (rigid) โดยงานวิจัยนี้แสดงให้เห็นว่าโลหะสามารถตอบสนองต่อการออกแบบในระดับอะตอมได้อย่างยืดหยุ่น

ความหนาที่กำหนดพฤติกรรมอิเล็กทรอนิกส์ (Thickness drives electronic shifts)

ความก้าวหน้านี้ขึ้นอยู่กับการควบคุมความหนาอย่างแม่นยำ โดยผลลัพธ์ที่เด่นชัดที่สุดเกิดขึ้นเมื่อชั้นโลหะมีความหนาประมาณ 4 นาโนเมตร ซึ่งใกล้เคียงกับความกว้างของสาย DNA

ที่ระดับนี้ วัสดุจะเปลี่ยนจากสภาวะที่มีความเค้น (strained) ไปสู่สภาวะผ่อนคลาย (relaxed) การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างนี้ส่งผลโดยตรงต่อพฤติกรรมของอิเล็กตรอนบนพื้นผิว แสดงให้เห็นว่าการจัดเรียงตัวของอะตอมสามารถส่งผลต่อคุณสมบัติทางอิเล็กทรอนิกส์ที่วัดได้จริง

“นี่เป็นสิ่งที่น่าประหลาดใจ” Seung Gyo Jeong ผู้เขียนหลักของงานวิจัยกล่าว “เราคาดว่าจะเห็นผลกระทบจากรอยต่อเล็กน้อย แต่ไม่คิดว่าจะเปลี่ยนค่า work function ได้มากและควบคุมได้ขนาดนี้ การได้เห็นการเคลื่อนตัวของอะตอมในระดับนาโน และเชื่อมโยงกับค่าทางอิเล็กทรอนิกส์โดยตรง เป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นมาก”

ทีมวิจัยสามารถเชื่อมโยงความบิดเบี้ยวของอะตอมเข้ากับประสิทธิภาพทางอิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างชัดเจน ซึ่งช่วยเปิดทางใหม่ในการออกแบบวัสดุที่ตอบสนองได้ และตอกย้ำความสำคัญของการออกแบบรอยต่อ (interface engineering) ในฐานะเครื่องมือหลักของวิทยาศาสตร์วัสดุ

ผลกระทบต่อเทคโนโลยีในอนาคต (Implications for future tech)

การค้นพบนี้อาจส่งผลต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยีสำคัญหลายด้าน เช่น การผลิตเซมิคอนดักเตอร์ ระบบพลังงานสะอาด และคอมพิวเตอร์ควอนตัม ซึ่งทั้งหมดล้วนต้องอาศัยการควบคุมพฤติกรรมของอิเล็กทรอนิกส์อย่างแม่นยำ

วิธีการแบบดั้งเดิมมักต้องพึ่งการปรับเปลี่ยนทางเคมีหรือกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน แต่วิธีใหม่นี้เสนอทางเลือกที่ตรงไปตรงมาและขยายผลได้ง่ายกว่า โดยวิศวกรสามารถปรับคุณสมบัติของวัสดุผ่าน “โครงสร้าง” แทนที่จะเปลี่ยน “องค์ประกอบ”

งานวิจัยนี้เป็นความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยมินนิโซตา สถาบัน MIT และมหาวิทยาลัย Texas A&M รวมถึงพันธมิตรนานาชาติ โดยได้รับทุนสนับสนุนจากกระทรวงพลังงานสหรัฐฯ และหน่วยงานวิจัยของกองทัพอากาศ

ผลงานวิจัยได้รับการตีพิมพ์ในวารสาร Nature Communications

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ #วัสดุศาสตร์ #วิศวกรรมวัสดุ #นาโนเทคโนโลยี #เทคโนโลยีอนาคต #โลหะ #AtomicEngineering #MaterialsScience #Nanotechnology #Semiconductor #QuantumTechnology #CleanEnergy #Innovation #Engineering #AdvancedMaterials #ScienceNews

สภาวิศวกร | อัปสกิลวิศวกร ให้พร้อมรับมือความท้าทายจาก Climate Change

0
COE TRAINING CLIMATE CHANGE NET ZERO
COE TRAINING CLIMATE CHANGE NET ZERO

สภาวิศวกรขอเชิญชวนสมาชิก ร่วมอัปเดตความรู้แนวทางการปรับตัวและรับมือผลกระทบจากสภาพภูมิอากาศ เพื่อยกระดับงานวิศวกรรมไทยสู่เป้าหมายความยั่งยืน

ในหัวข้อ “ผลกระทบ Climate Change ต่อประเทศไทยและงานวิศวกรรม”

โดยวิทยากรผู้เชี่ยวชาญ

  • ณหทัย ใจกล้า
  • คณะทำงานพัฒนาชุดความรู้พื้นฐานสู่ NET ZERO สำหรับวิศวกร

📅 วันพฤหัสบดีที่ 7 พฤษภาคม 2569

⏰ เวลา 09.00 – 10.30 น.

💻 อบรม Online ผ่าน Webex

🎓 รับคะแนน CPD สูงสุด 6 Units

สามารถลงทะเบียนได้ที่ : https://www.coe.or.th/blogs/seminar-30-04-69

#สภาวิศวกร#วิศวกร#BuildingtheFutureforBetterThailand

#COE#COETogether#EngineeringForThailand

เปิดบิ๊กโปรเจกต์ “คมนาคม” ทุ่ม 1.9 ล้านล้าน “พิพัฒน์” ดัน “Quick win” 39 โครงการ

0
Thailand transportation investment economics.001
Thailand transportation investment economics.001

เปิดนโยบาย 3 Quick- win “พิพัฒน์” เดินหน้าเมกะโปรเจกต์ 39 โครงการ มูลค่ารวมกว่า 1.9 ล้านล้านบาท เร่งรัดก่อสร้างงานให้เสร็จตามกำหนด-ลุยประมูล-เซ็นสัญญา 13 โครงการ “ทางด่วน-มอเตอร์เวย์” ชูไฮไลต์ “แลนด์บริดจ์-MR-Map”

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า กระทรวงคมนาคมได้จัดทำแผนลงทุน ซึ่งจะช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในภาพรวม โดยเร่งรัดโครงการ Quick Win จำนวน 39 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 1.913 ล้านล้านบาท

โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย Quick-win

1 เร่งรัดโครงการที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง ให้สามารถเปิดให้บริการได้โดยเร็ว โดยคำนึงถึงความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้าง ตามมาตรฐานทางวิศวกรรม อย่างเคร่งครัดเพื่อความปลอดภัยอันสูงสุดต่อชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ประกอบด้วย ด้านการคมนาคมทางบก ได้แก่ การก่อสร้างบนถนนพระราม 2 ทั้งโครงการทางพิเศษสายพระราม 3-ดาวคะนอง-วงแหวนรอบนอกฯ ของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) และ โครงการมอเตอร์เวย์สายบางขุนเทียน-บ้านแพ้ว (M82) ของกรมทางหลวงให้แล้วเสร็จตามแผนงาน พร้อมตรวจสอบเครื่องจักรให้มีความพร้อมต่อการใช้งาน และคำนึงถึงความปลอดภัยระหว่างการก่อสร้างตามมาตรฐานทางวิศวกรรมอย่างเคร่งครัด โดยภายในพื้นที่ก่อสร้างจะต้องมีไฟฟ้าส่องสว่างที่เพียงพอ ป้ายแจ้งเตือน การปรับพื้นที่ให้ประชาชนสัญจรให้พ้นท้องคานหรืออยู่นอกพื้นที่ก่อสร้าง และทำการกั้นคอนกรีต Barrier ให้เป็นระเบียบ รวมทั้งจัดให้มีการบริหารจัดการจราจรช่วงก่อสร้าง ที่ปลอดภัย โดยให้เปิดการจราจรให้ประชาชนใช้สัญจรในแต่ละวันตามเวลาที่กำหนดไว้และต้องไม่มีเศษวัสดุไปกีดขวางท่อระบายน้ำ

โครงการมอเตอร์เวย์สายบางปะอิน-สระบุรี-นครราชสีมา (M6) ให้เร่งรัดเปิดทดลองให้บริการเพิ่มเติม ช่วงจากบางปะอิน-ปากช่อง ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2570 เพื่อให้รถวิ่งผ่านจากบางปะอินไปยังนครราชสีมาได้ตลอดเส้นทาง 

ทางราง ได้แก่ โครงการรถไฟทางคู่ ระยะที่ 1 ช่วงมาบกะเบา-ชุมทางถนนจิระ เร่งรัดสัญญาที่ยังก่อสร้างไม่แล้วเสร็จ โดยเร่งรัดเสนอปรับแบบตามข้อเสนอแนะของประชาชนต่อ ครม.โดยเร็ว, จัดหาหัวรถจักรใหม่ทดแทนหัวรถจักรเดิม และแคร่บรรทุกตู้สินค้า, แก้ปัญหาและเพิ่มประสิทธิภาพของสถานีบรรจุและแยกสินค้ากล่องลาดกระบัง (ICD ลาดกระบัง), เร่งเจรจาคู่สัญญาในการดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) โดยให้ปฏิบัติตามระเบียบและข้อกฎหมายอย่างเคร่งครัด และเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศ

เร่งประมูล-เซ็นสัญญา 13 โครงการ วงเงินกว่า 5.23 แสนล้านบาท

Quick-win 2: เร่งรัดประกวดราคาโครงการที่ได้รับอนุมัติหรือมีความพร้อมเพื่อให้เริ่มการก่อสร้างโดยเร็ว เช่น มอเตอร์เวย์ M5 ส่วนต่อขยาย รังสิต-บางปะอิน วงเงิน 31,358 ล้านบาท, โครงการมอเตอร์เวย์ M9 วงแหวนรอบนอกด้านตะวันตก บางขุนเทียน-บางบัวทอง และบางบัวทอง-บางปะอิน วงเงิน 71,897 ล้านบาท, โครงการส่วนต่อขยายทางยกระดับบรมราชชนนี วงเงิน 4,490 ล้านบาท โครงการทางพิเศษสายกะทู้-ป่าตอง และโครงการก่อสร้างทางแนวใหม่ ช่วงบ้านเมืองใหม่-สามแยกเข้าสนามบินภูเก็ต วงเงิน 18,057 ล้านบาท, โครงการสะพานเชื่อมเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ วงเงิน 1,800 ล้านบาท, โครงการสะพานข้ามทะเลสาบสงขลาฯ จังหวัดสงขลา-พัทลุง วงเงิน 4,700 ล้านบาท

ทางราง ได้แก่ รถไฟสายสีแดง ช่วงรังสิต-มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต และช่วงศิริราช-ตลิ่งชัน-ศาลายา วงเงิน 21,649 ล้านบาท, รถไฟความเร็วสูง ระยะที่ 2 ช่วงนครราชสีมา-หนองคาย วงเงิน 341,351.42 ล้านบาท

ทางอากาศ เช่น โครงการให้บริการการเดินอากาศ ณ สนามบินอู่ตะเภา ของบริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด วงเงิน 1,200 ล้านบาท, โครงการให้บริการลานจอดและอุปกรณ์ภาคพื้น การให้บริการผู้โดยสารภาคพื้นและกิจการอื่นๆ ที่เกี่ยวเนื่อง ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ของผู้ประกอบการรายที่ 2 วงเงิน 9,000 ล้านบาท, โครงการให้บริการคลังสินค้า ณ ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิของผู้ประกอบการรายที่ 2 วงเงิน 15,253 ล้านบาท, ก่อสร้างต่อเติมความยาวทางวิ่งท่าอากาศยานชุมพร วงเงิน 1,500 ล้านบาท และท่าอากาศยานแพร่ วงเงิน 800 ล้านบาท

ทางน้ำ เช่น การปรับปรุงพัฒนาสิ่งอำนวยความสะดวกท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยา (Smart Pier) เช่น ท่าเรือราชวงศ์ ท่าเรือสะพานกรุงธน (ซังฮี้) ท่าเรือพรานนก ท่าเรือสี่พระยา ท่าเรือพิบูลย์สงคราม 1

ชง ครม.สร้างทางคู่เฟส 2-มอเตอร์เวย์สาย M8-ขยายสนามบิน อีก 18 โครงการ

Quick-win 3 เร่งรัดเสนอคณะรัฐมนตรีหรือคณะกรรมการที่เกี่ยวข้องเพื่ออนุมัติโครงการ เช่น ทางพิเศษสายฉลองรัช-วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานคร ด้านตะวันออก วงเงิน 13,655 ล้านบาท,  โครงการพัฒนาโครงข่ายพื้นที่บางปะอิน ทั้งในส่วนที่เชื่อมกับมอเตอร์เวย์สาย M6 ถนนสายเอเชีย และมอเตอร์เวย์ M9 วงเงิน 9,651 ล้านบาท, โครงการทางพิเศษยกระดับชั้นที่ 2 (Double Deck) (ช่วงงามวงศ์วาน-พระราม 9) วงเงิน 34,800 ล้านบาท, โครงการมอเตอร์เวย์สาย M8 นครปฐม-ปากท่อ วงเงิน 54,562 ล้านบาท, โครงการทางพิเศษสายศรีนครินทร์-ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 20,811 ล้านบาท

โครงการทางพิเศษจังหวัดภูเก็ต ช่วงเมืองใหม่-เกาะแก้ว-กะทู้ วงเงิน 46,751 ล้านบาท, โครงการมอเตอร์เวย์ วงแหวนรอบที่ 3 ด้านตะวันออก ช่วง ทล.305-ทล.304,  โครงการก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ ด้านตะวันออก (ทางแนวใหม่) ช่วงจุดตัด ทล.43-จุดตัด ทล.4

ทางราง เช่น โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงชุมพร-สุราษฎร์ธานี วงเงิน 30,422.53 ล้านบาท, ช่วงสุราษฎร์ธานี-หาดใหญ่-สงขลา วงเงิน 66,270.51 ล้านบาท, ช่วงหาดใหญ่-ปาดังเบซาร์ วงเงิน 7,772.90 ล้านบาท

ทางอากาศ เช่น โครงการก่อสร้างส่วนต่อขยายอาคารผู้โดยสารด้านทิศตะวันออก (East Expansion) ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ วงเงิน 13,829 ล้านบาท, แผนแม่บทการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (ฉบับปี 2568), โครงการพัฒนาท่าอากาศยานดอนเมือง ระยะที่ 3 วงเงิน 69,285 ล้านบาท, โครงการพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ ระยะที่ 1 วงเงิน 16,000 ล้านบาท, โครงการพัฒนาท่าอากาศยานภูเก็ต ระยะที่ 2 วงเงิน 6,211 ล้านบาท, งานศึกษาความเป็นไปได้และความคุ้มค่าในการลงทุนโครงการเบื้องต้นของท่าอากาศยานอันดามันและท่าอากาศยานล้านนา (Preliminary Feasibility Study)

Big Project “แลนด์บริดจ์-นำร่อง MR-MAP สายแรก”

ทางน้ำ เช่น โครงการพัฒนาท่าเทียบเรือรองรับเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี, โครงการพัฒนาแลนด์บริดจ์ วงเงิน 1 ล้านล้านบาท, การพัฒนาการขนส่งสินค้าทางน้ำเส้นทางปากน้ำโพ-สมุทรสาคร เชื่อมโยงเส้นทาง MR-MAP

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ #ข่าวอุตสาหกรรม

TEMCA ร่วมสืบสานประเพณีสงกรานต์ พร้อมเข้าร่วมเวทีเสวนาอุตสาหกรรม เสริมมุมมองรับความท้าทายระดับโลก

0
Temca coe engineering coucil 2026
Temca coe engineering coucil 2026

เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2569 สมาคม TEMCA ได้เข้าร่วมกิจกรรมสำคัญทั้งในด้านวัฒนธรรมและวิชาชีพ สะท้อนบทบาทขององค์กรในการเชื่อมโยงภาควิศวกรรมกับสังคมและการพัฒนาอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน

ในช่วงเช้า คุณไพบูลย์ อังคณากรกุล นายกสมาคม TEMCA พร้อมด้วยคุณสกล ธนวนกุล อุปนายกฝ่ายนโยบายและภาครัฐ ได้เข้าร่วมพิธีบวงสรวงองค์พระวิษณุกรรม เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ประกอบวิชาชีพด้านวิศวกรรมและช่าง พร้อมร่วมพิธีทำบุญเลี้ยงพระ โดยมีพระเทพวชิรวิทยานุสิฐ (หลวงพ่อวราห์ ปุญญวโร) เป็นประธานสงฆ์ นอกจากนี้ ยังได้จัดพิธีรดน้ำขอพรวิศวกรอาวุโส เนื่องในเทศกาลสงกรานต์ อันเป็นประเพณีไทยที่งดงาม สะท้อนถึงความเคารพและการสืบทอดคุณค่าทางวิชาชีพจากรุ่นสู่รุ่น

ในช่วงบ่าย ตัวแทนจาก TEMCA ได้แก่ คุณยงยุทธ รัตนโอภาส และคุณสุวัฒน์ บุญศักดิ์สกุล ได้เข้าร่วมรับฟังการเสวนาในหัวข้อ “แรงกระทบจากตะวันออกกลาง อุตสาหกรรมไทยจะรอดได้อย่างไร” ซึ่งเป็นเวทีสำคัญในการแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลกระทบต่อภาคอุตสาหกรรมไทยในปัจจุบัน พร้อมกันนี้ ยังได้เข้าร่วมการประชุมใหญ่สามัญประจำปี 2568 ณ ห้องประชุมชั้น 5 วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.)

การเข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ ตอกย้ำถึงบทบาทของ TEMCA ในการขับเคลื่อนทั้งด้านการอนุรักษ์วัฒนธรรมองค์กรวิชาชีพ และการเสริมสร้างองค์ความรู้เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงของโลกอุตสาหกรรมอย่างรอบด้าน

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ #TEMCA #ข่าวอุตสาหกรรม

SCC หยุดเดินโรงงานปิโตรเคมี LSP ในเวียดนาม ชั่วคราว เหตุสู้รบยืดเยื้อ ดันต้นทุนพุ่งเดือนละ 250 ล้านบาท

0
SCC stop lap plant in vietnam
SCC stop lap plant in vietnam

เมื่อวันที่ 22 เมษายน นายธรรมศักดิ์ เศรษฐอุดม กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า ตามที่บริษัทได้รายงานให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยทราบเมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 กรณีการหยุดเดินโรงงานโอเลฟินส์ชั่วคราวของบริษัท ระยองโอเลฟินส์ จำกัด หรือ ROC จากสถานการณ์ในตะวันออกกลางนั้น

SCC ขอเรียนให้ทราบว่าสถานการณ์ดังกล่าวยังคงยืดเยื้อและมีความไม่แน่นอนสูง โดยยังไม่มีสัญญาณที่ชัดเจนว่าจะคลี่คลายได้ในระยะเวลาอันใกล้ ในช่วงที่ผ่านมาเอสซีจีได้ดำเนินมาตรการต่างๆ ที่เหมาะสมในเชิงพาณิชย์ เพื่อบรรเทาผลกระทบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดหาวัตถุดิบจากแหล่งอื่นนอกช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งมีต้นทุนสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพื่อรักษาเสถียรภาพในการดำเนินงานและลดผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียให้น้อยที่สุด

แม้จะได้ดำเนินมาตรการดังกล่าวข้างต้นแล้วก็ตาม จากสถานการณ์ที่ยืดเยื้อและอยู่นอกเหนือการควบคุม ส่งผลให้การจัดหาวัตถุดิบมีข้อจำกัดทั้งด้านราคาและความต่อเนื่อง SCC ได้พิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว จึงมีความจำเป็นต้องหยุดการเดินโรงงาน Long Son Petrochemicals Co., Ltd. ประเทศเวียดนาม หรือ LSP ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ SCC ในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์ เป็นการชั่วคราว ในช่วงประมาณกลางเดือนพฤษภาคม 2569 ในการหยุดโรงงาน LSP ดังกล่าวมีผลกระทบต่อต้นทุนโดยประมาณ 250 ล้านบาทต่อเดือน

ในช่วงระยะเวลาที่หยุดการดำเนินงานชั่วคราว LSP จะดำเนินการซ่อมบำรุงและเร่งเตรียมความพร้อมสำหรับโครงการเพิ่มวัตถุดิบก๊าซอีเทนที่โรงงาน LSP ประเทศเวียดนาม (โครงการ LSPE) เพื่อให้โรงงานและเครื่องจักรมีความพร้อมในการดำเนินงาน และสนับสนุนแผนการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันในระยะยาวให้เป็นไปตามกำหนดการ

เอสซีจีจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและปรับแผนการดำเนินงานให้สอดคล้องกับความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยคำนึงถึงลูกค้าและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกภาคส่วนเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ นอกจากการหยุดโรงงานชั่วคราว 2 แห่ง (LSP และ ROC) ดังกล่าวแล้ว การดำเนินงานของโรงงานในกลุ่มธุรกิจเคมิคอลส์อื่นๆ รวมถึงธุรกิจอื่นของเอสซีจียังคงดำเนินการตามปกติ โดยมีการปรับการดำเนินงานให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่ไม่แน่นอน และหากมีความคืบหน้าที่สำคัญ SCC จะแจ้งให้ทราบต่อไป

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

การศึกษาทดลองในมนุษย์ครั้งแรกอินเทอร์เฟซในสมองที่ใช้กราฟีน (INBRAIN’s graphene electrodes) เป็นพื้นฐาน

0
Graphene neural interface.
Graphene neural interface.

วันนี้ขอมาแชร์เรื่องราวดีๆ สำหรับเทคโนโลยีของวัสดุที่กำลังเป็นนวัตรกรรมอย่าง “กราฟีน” กันนะครับ โดยวันนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญด้วยเทคโนโลยี “INBRAIN Neuroelectronics ซึ่งมีฐานอยู่ในประเทศ Spain ได้ดำเนินการรับสมัครผู้ป่วยครบถ้วนสำหรับการศึกษาทดลองในมนุษย์ครั้งแรก (first-in-human study) เพื่อประเมินอินเทอร์เฟซสมองส่วนคอร์เทกซ์ที่ใช้กราฟีนเป็นพื้นฐาน

การศึกษานี้มีผู้เข้าร่วมทั้งหมด 10 คน โดย 8 คนได้รับการผ่าตัดโดยใช้อินเทอร์เฟซกราฟีนดังกล่าว “เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ศัลยแพทย์ได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและมีรายละเอียดสูง” ซึ่งจำเป็นต่อการปกป้องการทำงานสำคัญของร่างกาย เช่น การพูดและการเคลื่อนไหว อุปกรณ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดกระบวนการผ่าตัด โดยไม่พบความล้มเหลวหรือปัญหาด้านความปลอดภัย ทำให้นักวิจัยสามารถเก็บข้อมูลที่ครบถ้วนและมีคุณภาพสูงจากผู้ป่วยทั้ง 8 รายได้

“การเสร็จสิ้นการรับสมัครผู้ป่วยในงานวิจัยมนุษย์ครั้งแรกนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญของ INBRAIN และวงการนิวโรเทคโนโลยี” 

คุณ Carolina Aguilar ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ร่วมก่อตั้ง กล่าว“กราฟีนมีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงวิธีที่เราเชื่อมต่อกับสมองอย่างสิ้นเชิง ช่วยให้สามารถตรวจจับตัวบ่งชี้ทางชีวภาพของการทำงานระบบประสาทได้ละเอียดมากขึ้น พร้อมทั้งสร้างระบบ BCI (Brain-Computer Interface) ที่ปลอดภัยและชาญฉลาดยิ่งขึ้น” Aguilar กล่าวเสริม

ระบบ Neural mapping ด้วย INBRAIN Neuroelectronics

อิเล็กโทรดกราฟีนของ INBRAIN Neuroelectronics ถือเป็นความก้าวหน้าครั้งสำคัญในเทคโนโลยีระบบประสาท
ปัจจุบัน อิเล็กโทรดมาตรฐานที่ใช้อยู่มักมีความแข็งและมีขนาดค่อนข้างใหญ่เกินไป ทำให้ไม่สามารถเก็บข้อมูลที่ชัดเจนเพียงพอสำหรับการผ่าตัดได้ ขณะที่อิเล็กโทรดกราฟีนถือเป็นการยกระดับครั้งใหญ่สำหรับการผ่าตัดสมอง

กราฟีนมักถูกขนานนามว่าเป็น “วัสดุมหัศจรรย์” ซึ่งประกอบด้วยอะตอมของคาร์บอนเพียงชั้นเดียว ด้วยความยืดหยุ่นของมัน จึงสามารถแนบไปกับรอยพับขนาดจุลภาคของสมองได้ คล้ายฟิล์มใสเทคโนโลยีขั้นสูง
อินเทอร์เฟซระบบประสาทที่ทำจากกราฟีนรุ่นใหม่นี้มีความบางเป็นพิเศษและยืดหยุ่นสูง

ความแม่นยำเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการผ่าตัดระบบประสาท เพราะความคลาดเคลื่อนเพียง 1 มิลลิเมตร อาจเป็นตัวตัดสินว่าผู้ป่วยจะยังสามารถพูดหรือเคลื่อนไหวได้หรือไม่
อุปกรณ์นี้ใช้คาร์บอนที่มีความไวสูงแทนโลหะในการส่งสัญญาณ ทำให้ได้สัญญาณที่คมชัดและแม่นยำยิ่งขึ้น ช่วยให้ศัลยแพทย์สามารถทำ Neural mapping (การทำแผนที่สมอง) และเข้าใจกิจกรรมของสมองแบบเรียลไทม์ได้อย่างละเอียดมากขึ้น

ในการศึกษานี้ อินเทอร์เฟซกราฟีนของ INBRAIN ถูกนำไปทดสอบระหว่างการผ่าตัดเนื้องอกในสมอง เพื่อประเมินทั้งความปลอดภัยและประสิทธิภาพเมื่อใช้งานร่วมกับเครื่องมือผ่าตัดมาตรฐาน

แม้เป้าหมายหลักจะเป็นการยืนยันความปลอดภัยของอุปกรณ์ แต่การศึกษายังได้ทดสอบความสามารถในการรับสัญญาณ ความเสถียร และความสะดวกในการใช้งานภายในห้องผ่าตัดมาตรฐานด้วย
ผลลัพธ์ที่ได้ถือว่าน่าประทับใจ โดยอุปกรณ์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูง และไม่พบปัญหาด้านความปลอดภัยหรือความล้มเหลวใด ๆ ในผู้ป่วยทั้ง 8 ราย

ติดตามผลช่วง 90-day follow-up phase

Screenshot

นอกเหนือจากความปลอดภัยแล้ว เทคโนโลยีนี้ยังแสดงศักยภาพอย่างโดดเด่นระหว่างการผ่าตัดแบบผู้ป่วยรู้สึกตัว (awake surgery) โดยสามารถบันทึกสัญญาณสมองความละเอียดสูงได้สำเร็จ ขณะที่ผู้ป่วยกำลังทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การเรียกชื่อวัตถุ

“การศึกษานี้แสดงให้เห็นว่ากราฟีนสามารถเชื่อมต่อกับสมองมนุษย์ได้อย่างปลอดภัย และสามารถจับสัญญาณประสาทได้ด้วยความเที่ยงตรงและความละเอียดที่ยอดเยี่ยม ทำให้สามารถถอดรหัสรูปแบบการทำงานของสมองและการพูดได้อย่างแม่นยำ ซึ่งวัสดุโลหะแทบไม่สามารถตรวจจับได้”
Kostas Kostarelos ผู้ร่วมก่อตั้ง INBRAIN Neuroelectronics และหัวหน้าผู้วิจัยทางวิทยาศาสตร์ของโครงการ กล่าว

การศึกษานี้เป็นความร่วมมือระหว่าง University of Manchester และ Northern Care Alliance NHS Foundation Trust และกำลังเข้าสู่ช่วงติดตามผล 90 วัน
โดยคาดว่าจะมีการเปิดเผยผลลัพธ์ฉบับสมบูรณ์ภายในปีนี้ ซึ่งบ่งชี้ว่ายุคของการรักษาด้วยระบบ BCI (Brain-Computer Interface) อัจฉริยะ กำลังค่อย ๆ กลายเป็นความจริงทางคลินิก

INBRAIN มีเป้าหมายในการนำระบบ BCI รุ่นถัดไปออกสู่เชิงพาณิชย์ เพื่อเพิ่มความแม่นยำในการผ่าตัด และเปิดแนวทางการรักษาใหม่สำหรับโรคทางระบบประสาท
แม้ว่าการทดลองนี้จะมุ่งเน้นที่เนื้องอกในสมองเป็นหลัก แต่ศักยภาพของเทคโนโลยีนี้ยังขยายไปได้ไกลกว่านั้นมาก

มีรายงานว่า INBRAIN กำลังผสานความสามารถของกราฟีนเข้ากับ AI ของ Microsoft เพื่อพัฒนาระบบที่ไม่เพียงแค่บันทึกสัญญาณสมอง แต่ยังสามารถ “เข้าใจ” สัญญาณเหล่านั้นได้อีกด้วย
พร้อมกันนี้ ยังได้เริ่มความร่วมมือใหม่กับ Mayo Clinic ซึ่งกำลังผลักดันให้เทคโนโลยีนี้ก้าวจากเครื่องมือเฉพาะทางในห้องผ่าตัด ไปสู่การเป็นโซลูชันระยะยาวสำหรับโรคอย่าง Parkinson’s disease และ epilepsy ได้ในอนาคต

Source : https://interestingengineering.com/science/graphene-based-brain-interface

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ #กราฟีน #graphene #technology

มาตรวิทยาเชิงมิติ (Dimensional Metrology): แกนหลักของคุณภาพในงานวิศวกรรมสมัยใหม่

0
Dimensional Metrology measurement.001
Dimensional Metrology measurement.001

เมื่อ “ขนาด” ไม่ใช่แค่ตัวเลขเพียงอย่างเดียวครับ แต่คือความน่าเชื่อถือของระบบ ในกระบวนการผลิตเชิงวิศวกรรม ความคลาดเคลื่อนของขนาดเพียงเล็กน้อยในระดับไมโครเมตร (µm) สามารถส่งผลกระทบเชิงระบบได้อย่างมีนัยสำคัญ ตั้งแต่การประกอบที่ไม่พอดี (misfit) การสั่นสะเทือน (vibration) ไปจนถึงการเสียหายของอุปกรณ์ในระยะยาว (premature failure)

มาตรวิทยาเชิงมิติ (Dimensional Metrology) จึงไม่ใช่เพียง “การวัด” แต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานของการควบคุมคุณภาพ (Quality Infrastructure) ที่เชื่อมโยงการออกแบบ การผลิต และการตรวจสอบเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ

1. ความหมายและขอบเขตของ “มาตรวิทยาเชิงมิติ” (Dimensional Metrology)

Dimensional Metrology คือศาสตร์ว่าด้วยการวัดเชิงปริมาณของ “มิติ” (Dimensions) ซึ่งครอบคลุม 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่

  • ขนาด (Size): ความยาว เส้นผ่านศูนย์กลาง ความหนา
  • รูปทรงเรขาคณิต (Form): ความกลม (Roundness), ความเรียบ (Flatness), ความตรง (Straightness)
  • ตำแหน่งและความสัมพันธ์ (Position & Orientation): ความขนาน (Parallelism), ความตั้งฉาก (Perpendicularity), ตำแหน่ง (Position)

การวัดในบริบทนี้ไม่ใช่แค่การอ่านค่า แต่ต้องอ้างอิงกับ “มาตรฐาน” (Standards) และ “ระบบหน่วย” (SI Units) อย่างถูกต้อง พร้อมทั้งมีการประเมินความไม่แน่นอนของการวัด (Measurement Uncertainty)

2. แนวคิดหลักในงานวัดละเอียด (Precision Measurement Concepts)

2.1 Accuracy vs Precision

  • Accuracy (ความถูกต้อง): ความใกล้เคียงกับค่าจริง (True Value)
  • Precision (ความเที่ยง): ความสม่ำเสมอของค่าที่วัดซ้ำ

ระบบการวัดที่ดีต้องมีทั้งสองอย่าง หากวัดซ้ำได้ค่าใกล้กันแต่เบี่ยงจากค่าจริง แสดงว่ามี Precision สูงแต่ Accuracy ต่ำ ซึ่งอาจเกิดจากการสอบเทียบที่ไม่ถูกต้อง

2.2 Resolution และ Sensitivity

  • Resolution: ความสามารถของเครื่องมือในการแยกแยะค่าที่เล็กที่สุด
  • Sensitivity: ความไวต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณที่วัด

เครื่องมือที่มี Resolution สูงไม่ได้หมายความว่าจะให้ค่าที่ถูกต้องเสมอไป หากไม่มีการควบคุมปัจจัยแวดล้อมและการสอบเทียบที่เหมาะสม

2.3 Measurement Uncertainty

การวัดทุกครั้งมี “ความไม่แน่นอน” ซึ่งต้องถูกประเมินและรายงานอย่างเป็นระบบ โดยอ้างอิงแนวทางเช่น GUM (Guide to the Expression of Uncertainty in Measurement)
แหล่งที่มาของ Uncertainty ได้แก่

  • เครื่องมือวัด (Instrument Error)
  • ผู้ปฏิบัติงาน (Operator Influence)
  • สภาพแวดล้อม (Temperature, Humidity)
  • วิธีการวัด (Measurement Method)

3. เครื่องมือและเทคโนโลยีในงาน Dimensional Metrology

Micrometer wallpaper ep1

3.1 เครื่องมือพื้นฐาน

  • เวอร์เนียร์คาลิปเปอร์ (Vernier Caliper)
  • ไมโครมิเตอร์ (Micrometer)
  • ไดอัลเกจ (Dial Indicator)

เหมาะสำหรับงานตรวจสอบทั่วไปที่ต้องการความละเอียดระดับ 0.01–0.001 mm

3.2 เครื่องมือขั้นสูง

  • CMM (Coordinate Measuring Machine): ใช้โพรบวัดพิกัด 3 มิติ วิเคราะห์ Geometry และ GD&T ได้อย่างแม่นยำ
  • Optical Measurement Systems: เช่น Vision System, Laser Scanner สำหรับงานที่ต้องการความเร็วและไม่สัมผัสชิ้นงาน
  • Surface Roughness Tester: สำหรับวัดค่าความหยาบผิว (Ra, Rz)

3.3 Digital & Smart Metrology

ในยุค Industry 4.0 ระบบการวัดเริ่มเชื่อมต่อกับฐานข้อมูล (Data Integration) และระบบ IoT ทำให้สามารถวิเคราะห์แนวโน้ม (Trend Analysis) และควบคุมกระบวนการแบบ Real-time

4. ความเชื่อมโยงกับ GD&T (Geometric Dimensioning and Tolerancing)

Dimensional Metrology มีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบว่าชิ้นงานเป็นไปตามข้อกำหนด GD&T หรือไม่ ซึ่ง GD&T เป็น “ภาษาวิศวกรรม” ที่ใช้สื่อสารความต้องการด้าน Geometry ของชิ้นงาน
ตัวอย่างเช่น:

  • Position Tolerance → ตรวจสอบตำแหน่งรู
  • Flatness → ตรวจสอบความเรียบของผิว
  • Circularity → ตรวจสอบความกลมของเพลา

หากไม่มีระบบการวัดที่แม่นยำ การตีความ GD&T จะไม่มีความหมายในเชิงปฏิบัติ

5. บทบาทในกระบวนการผลิต (Manufacturing Integration)

Waste can truly be reduced if you know the root cause!! MES enables Root Cause Analysis and Real-Time Quality Control to identify problems quickly and reduce defects in the production process.

5.1 Incoming Inspection

ตรวจสอบวัตถุดิบก่อนเข้าสู่กระบวนการผลิต

5.2 In-process Control

ใช้ SPC (Statistical Process Control) เพื่อติดตามค่ามิติระหว่างการผลิต ลดความแปรปรวน (Variation)

5.3 Final Inspection

ยืนยันว่าชิ้นงานสอดคล้องกับ Specification ก่อนส่งมอบลูกค้า

6. ผลกระทบทางธุรกิจและวิศวกรรม

การลงทุนในระบบ Dimensional Metrology ที่มีประสิทธิภาพส่งผลโดยตรงต่อ:

  • Cost Reduction: ลด Scrap และ Rework
  • Quality Assurance: เพิ่มความน่าเชื่อถือของสินค้า
  • Compliance: รองรับมาตรฐาน เช่น ISO 9001, IATF 16949
  • Competitive Advantage: สร้างความแตกต่างในตลาดที่แข่งขันสูง

สรุป: จาก “การวัด” สู่ “การควบคุมคุณภาพทั้งระบบ”

Dimensional Metrology คือหนึ่งในแกนหลักของวิศวกรรมการผลิตยุคใหม่ ที่ไม่ได้หยุดอยู่แค่การวัดค่า แต่เป็นการสร้าง “ระบบความเชื่อถือได้” (Measurement Reliability System) ที่เชื่อมโยงตั้งแต่การออกแบบไปจนถึงการส่งมอบสินค้า

ในโลกที่ความแม่นยำกลายเป็นข้อได้เปรียบทางการแข่งขัน องค์กรที่เข้าใจและลงทุนในมาตรวิทยาเชิงมิติอย่างถูกต้อง จะสามารถควบคุมคุณภาพ ลดต้นทุน และยกระดับมาตรฐานสู่ระดับสากลได้อย่างยั่งยืน

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ #Dimension #Metrology #เครื่องมือวัด #PrecisionMeasurement
#EngineeringTools #เครื่องมือช่าง #งานวิศวกรรม #สายช่างต้องรู้