ROBOsupport Track Motion (7th Axis Robot) คืออะไร? เพิ่มศักยภาพหุ่นยนต์ให้ทำงานได้มากกว่าเดิม

ในอุตสาหกรรมยุค Automation การใช้หุ่นยนต์ (Robot) กลายเป็นหัวใจสำคัญของการเพิ่ม Productivity แต่หุ่นยนต์ 6 แกนแบบทั่วไปยังมีข้อจำกัดเรื่อง “ระยะการทำงาน” นี่คือเหตุผลที่ ROBOsupport Track Motion หรือ 7th Axis Robot ถูกพัฒนาขึ้นมา เพื่อปลดล็อกข้อจำกัดนี้ และยกระดับการทำงานของหุ่นยนต์ในโรงงานอุตสาหกรรม

Track Motion คืออะไร?

ROBOsupport Track Motion (7th Axis Robot) คืออะไร?

Track Motion (7th Axis Robot) คือระบบรางเลื่อน (Linear Track) ที่ถูกออกแบบมาเพื่อติดตั้งร่วมกับหุ่นยนต์อุตสาหกรรมแบบ 6 แกน โดยทำหน้าที่เป็น “แกนเสริม” เพื่อเพิ่มระยะการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ โดยปกติ หุ่นยนต์ 6 แกนจะสามารถทำงานได้เฉพาะในระยะที่แขนเอื้อมถึง (Working Envelope) เท่านั้น แต่เมื่อเพิ่ม แกนที่ 7 เข้าไป หุ่นยนต์จะสามารถเคลื่อนที่ไปตามแนวราง เช่น แนวแกน X หรือ Y ได้ ทำให้ครอบคลุมพื้นที่การทำงานที่กว้างขึ้นอย่างมาก

ประเภทของรางเลื่อนและระบบขับเคลื่อนใน Track Motion (7th Axis)

การเลือกใช้ Track Motion (7th Axis Robot) ให้คุ้มค่าและได้ประสิทธิภาพสูง ต้องพิจารณา “ระบบขับเคลื่อน” ให้เหมาะกับงาน เพราะแต่ละแบบมีจุดเด่นต่างกันทั้ง ความเร็ว แรง และความแม่นยำ

1. Belt Drive (สายพาน) เหมาะกับงานที่ต้องการ ความเร็วสูง ต้นทุนไม่สูงและเหมาะกับงานที่ไม่ต้องการความแม่นยำระดับสูงมาก ใช้ในงานขนถ่ายหรือ Pick & Place

2. Rack & Pinionรองรับ ระยะทางยาว ได้ดี ให้แรงขับสูง เหมาะกับงานหนัก ความแม่นยำอยู่ในระดับอุตสาหกรรมนิยมในงาน Welding, Material Handling

3. Ball Screw ให้ ความแม่นยำสูงมาก เหมาะกับงานที่ต้องการ Positioning เป๊ะ ข้อจำกัดคือระยะทางไม่ยาวมากใช้ในงาน Assembly หรือ Precision Process

4. Linear Motor ไม่มีการสัมผัสเชิงกล → ลดการสึกหรอ ความเร็วและความแม่นยำสูงมาก ตอบสนองรวดเร็ว (High Dynamic) เหมาะกับงาน High-end Automation

หลักการทำงานของ ROBOsupport Track Motion

ROBOsupport Track Motion (7th Axis Robot) ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มขีดความสามารถให้กับหุ่นยนต์อุตสาหกรรม โดยการเพิ่มแกนการเคลื่อนที่เชิงเส้นเข้าไปอีก 1 แกน ทำให้หุ่นยนต์สามารถทำงานได้ครอบคลุมพื้นที่มากขึ้น

องค์ประกอบหลักของระบบ ระบบ Track Motion ประกอบด้วย 3 ส่วนสำคัญ ได้แก่:

  • ราง (Rail / Linear Track) โครงสร้างหลักที่ใช้เป็นเส้นทางในการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ ออกแบบให้มีความแข็งแรง รองรับน้ำหนักและความแม่นยำสูง
  • ชุดขับเคลื่อน (Motor + Drive System) ทำหน้าที่ควบคุมการเคลื่อนที่ของหุ่นยนต์ให้เลื่อนไปตามรางได้อย่างแม่นยำและต่อเนื่อง โดยมักใช้ Servo Motor เพื่อความเที่ยงตรง
  • Carriage สำหรับติดตั้งหุ่นยนต์ เป็นฐานที่ใช้ยึดตัวหุ่นยนต์ และเคลื่อนที่ไปตามราง พร้อมรองรับแรงและโหลดจากการทำงานจริง

เมื่อระบบเริ่มทำงาน: หุ่นยนต์จะเคลื่อนที่ไปตามแนวราง (Linear Motion) การเคลื่อนที่ของ Track Motion จะทำงาน ซิงโครไนซ์กับแกนทั้ง 6 ของหุ่นยนต์ ทำให้เกิดการเคลื่อนที่แบบต่อเนื่อง (Seamless Motion) และหุ่นยนต์สามารถเข้าถึงหลายตำแหน่งในไลน์ผลิตได้โดยไม่ต้องหยุดหรือย้ายฐาน

ประโยชน์หลักของการติดตั้ง Track Motion (7th Axis) ในงานอุตสาหกรรม

ประโยชน์หลักของการติดตั้ง Track Motion (7th Axis) ในงานอุตสาหกรรม

ในปัจจุบัน Track Motion หรือ 7th Axis Robot ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในโรงงานอุตสาหกรรม โดยเฉพาะในกลุ่ม Automation และ Robotics เนื่องจากสามารถยกระดับความสามารถของหุ่นยนต์ได้อย่างมีนัยสำคัญ

1. เพิ่มผลผลิต (Productivity) และลด Downtime

Track Motion ช่วยให้หุ่นยนต์สามารถเคลื่อนที่เข้าถึงหลายจุดภายในเซลล์การผลิตได้ โดย ไม่ต้องย้ายฐานหุ่นยนต์ ลดเวลาในการ Setup งานใหม่, ลดการหยุดเครื่อง (Downtime), เพิ่ม Throughput ของไลน์ผลิต ในงานเชื่อม (Welding) เช่น งานโครงสร้างยาว ๆระบบรางช่วยให้ “หุ่นยนต์เคลื่อนที่ไปหาชิ้นงาน”
แทนการเคลื่อนย้ายชิ้นงานเอง ส่งผลให้สามารถทำงานต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องหยุด

2. ความยืดหยุ่นสูง (High Flexibility)

7th Axis สามารถออกแบบและติดตั้งได้หลายรูปแบบ เช่น: ติดตั้งบนพื้น (Floor Mounted), ติดเพดาน (Ceiling Mounted), แบบแขวน (Overhead Gantry). แบบ Telescopic เพิ่มระยะในแนวสูง ทำให้สามารถใช้ หุ่นยนต์เพียงตัวเดียว ทำงานได้หลายสถานี เหมาะกับโรงงานที่ต้องการปรับเปลี่ยนไลน์ผลิตบ่อย

3. ใช้พื้นที่โรงงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

การเพิ่มแกนที่ 7 ช่วยให้โรงงานสามารถใช้พื้นที่ได้ครบทั้ง: แนวราบ (Horizontal Space) และแนวตั้ง (Vertical Space) ผลลัพธ์คือ ลดจำนวนหุ่นยนต์ที่ต้องใช้, จัด Layout เครื่องจักรได้ดีขึ้น และรองรับการขยายไลน์ผลิตในอนาคต

4. ลดต้นทุนการลงทุน (CAPEX)

หนึ่งในข้อได้เปรียบที่สำคัญที่สุดคือ “ความคุ้มค่า” แทนที่จะต้องใช้หุ่นยนต์หลายตัว หรือเลือกหุ่นยนต์ขนาดใหญ่ราคาแพงสามารถเลือกใช้ หุ่นยนต์ขนาดเล็ก + Track Motion เพื่อเพิ่มระยะการทำงานให้ครอบคลุมมากขึ้น ส่งผลให้ ลดต้นทุนการลงทุนเริ่มต้น และยังเพิ่ม ROI ในระยะยาว

5. รองรับกระบวนการผลิตที่หลากหลาย

Track Motion ไม่ได้จำกัดเฉพาะงานใดงานหนึ่ง แต่สามารถใช้งานได้กับหลาย Process เช่น งานเชื่อม (Welding), งานพ่นสี (Painting), งานประกอบ (Assembly), งานขนถ่ายวัสดุ (Material Handling), Palletizing / Packaging, Machine Tending และงานไม้ (Woodworking) ทำให้เป็นโซลูชันที่ “ยืดหยุ่นสูง” และรองรับการใช้งานในหลายอุตสาหกรรม

6. บำรุงรักษาง่าย ลดเวลาหยุดเครื่อง

เทคโนโลยีรางเลื่อนในปัจจุบันมีหลายรูปแบบ เช่น Profile Guides และ Cam Follower System โดยเฉพาะระบบแบบ Cam Follower มีจุดเด่นคือ แบริ่งปิดสนิท ป้องกันฝุ่นและเศษโลหะ เหมาะกับงานเชื่อมที่มีสภาพแวดล้อมหนัก ไม่จำเป็นต้องถอดหุ่นยนต์ออกจากรางเพื่อบำรุงรักษาและช่วยลด Downtime ได้หลายชั่วโมงต่อรอบการบำรุง

อุตสาหกรรมที่เหมาะกับการใช้งาน

  • Automotive (ยานยนต์)
  • Electronics
  • Food & Beverage
  • Machine Maker / System Integrator (SI)

📩 ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญได้ฟรีวันนี้ กับ Track Motion 7th Axis’s Robot
ทีมงานพร้อมแนะนำโซลูชันที่เหมาะกับงานของคุณโดยเฉพาะ

📧 ติดต่อผ่านอีเมล: [email protected]
👉 หรือทัก Line @thaisupport / โทร 02-101-9602 ได้ทันที!


แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ 

ทีมแอดมิน - นายช่างมาแชร์
ทีมแอดมิน - นายช่างมาแชร์
ขอมาแชร์ความรู้ "งานช่าง เครื่องจักรกล และงานวิศวกรรม" ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

Related

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

281ผู้ติดตามติดตาม
1,580ผู้ติดตามติดตาม
356ผู้ติดตามติดตาม

Thanks Sponsor

Latest Articles