ประกาศ เลื่อน!! การชำระค่าไฟ เมษายน63

0

PEA หรือ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ประกาศเลื่อนกำหนดการชำระค่าไฟ ของเดือนเมษายน 63 เพื่อช่วยคนไทยในช่วงวิกฤติ Covid-19

สำหรับประเภท บ้านที่อยู่อาศัย ประเภท 1.1.1 และ 1.1.2 (บ้านพักธรรมดา ที่มีเรทการใช้ไฟฟ้าต่างกัน)

โดยสามารถใช้ไฟฟ้าได้ตามปกติ โดย “ไม่มีการตัดไฟ” แต่อย่างใด

สำหรับประเภทอื่นๆ จะลดค่าไฟฟ้าลดลง 3%

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

1 พฤษภาคม ” วันแรงงานแห่งชาติ ” มีความสำคัญอย่างไร?

0

“แม้จะแตกต่างทางหน้าที่ แต่ทุกหน้าที่ล้วนมีความสำคัญ” ทราบกันดีอยู่แล้วว่า “ วันแรงงานแห่งชาติ ”

ของประเทศไทย ตรงกับวันที่ 1 พฤษภาคมของทุกปี ซึ่งในต่างประเทศนั้นมีวันแรงงานมานานแล้ว โดยเรียกว่า วันเมย์เดย์ (May Day)

โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเตือนใจให้ประชาชน ตระหนักถึงผู้ใช้แรงงาน ที่ได้ทำประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศ ความหมายของ วันเมย์เดย์ (May Day)

และได้เริ่มฉลองวันแรงงานเป็นครั้งแรกในวันที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2433 และได้สืบทอดมาจนถึงในปัจจุบัน

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

(Maintenance KPI’s) – ดัชนีชี้วัดคุณภาพ ในงานซ่อม และการบำรุงรักษา

0

สวัสดีครับเพื่อนๆ ในโรงงานอุตสาหกรรมหนึ่งโรงงาน การซ่อมบำรุงรักษาให้มีประสิทธิภาพดี จะถือเป็นส่วนหนึ่งในการผลิตของโรงงานนั้น เพราะซึ่งหากขาดงานซ่อมและการบำรุงรักษาที่ดีแล้ว เครื่องจักรในโรงงานอาจจะมีการพังเสียหายทุกๆวันเลยนะครับ

ซึ่งในการกำหนดกลยุทธ์ในการซ่อมบำรุง (Maintenance Strategy) ในแบบต่างๆ ไม่จะเป็นแบบ Reactive maintenance, Preventive maintenance หรือจะเป็นแบบ Proactive maintenance ตลอดจนมีการควบคุม และระบบบริหารการจัดการงานซ่อมและการบำรุงรักษาต่างๆในงานซ่อมบำรุงที่ดีนั้น

อะไรคือตัวบ่งชี้จริงๆว่า “งานซ่อมบำรุงนั้นมีคุณภาพที่ดี” ??

คำตอบนั้นคือ ดัชนีชี้วัดคุณภาพ (KPI; Key Performance Index) ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับในการกับดูแลองค์กรให้มีประสิทธิภาพอยู่ตลอดเวลา (organization compliance)

เพื่อนๆสามารถกลับไปอ่านบทความ ประเภทงานซ่อมชนิดต่างๆ ได้ที่ตรงนี้นะครับ

และ ความสำคัญของระบบ CMMS ในงานซ่อมบำรุงรักษา

อะไรคือ ดัชนีชี้วัดคุณภาพของงานซ่อม (Maintenance KPI’s)

โดยนิยาม และหน้าที่โดยทั่วๆไปของ ดัชนีชี้วัดคุณภาพ หรือ KPI (Key Performance Index) เปรียบเสมือน อุปกรณ์การวัดตัวหนึ่ง ที่จะบ่งบอก “ประสิทธิภาพ” ของคน , หน่วงงานหรือองค์กร, งานโครงการ หรือจนกระทั้งประสิทธิภาพของบริษัท

ในทำนองเดียวกัน สำหรับการนำเครื่องมือตัวนี้ มาใช้ในงานซ่อมบำรุงรักษา ก็จะเป็นเครื่องมือที่บอกประสิทธิภาพของงานซ่อมบำรุง ว่า งานซ่อมของเรามีประสิทธิภาพต่อโรงงาน ว่า ดี หรือแย่ แค่ไหน?

โดยอยากให้เพื่อนๆนึกภาพตามนะครับ หากเรามีการซ่อม การดูแลรักษา และเครื่องจักรที่ดี จากนั้นเครื่องจักรสามารถทำงานได้อย่างลื่นไหล ไม่มีการเสียหาย (Break down)เลยในระหว่างที่เดินเครื่องจักร เพื่อผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ได้อย่างต่อเนื่อง โดยที่ไม่จำเป็นต้องมาหยุดซ่อมเครื่องจักรเลย

โดยงานแจ้งซ่อมที่แจ้งให้ทำ (Maintenance Order) ที่แจ้งเข้ามา ทีมซ่อมก็สามารถทำได้อย่างถูกต้องครบถ้วน สมบรูณ์ และมีความรวดเร็วตอบสนองความต้องการของโรงงานได้อย่างครบถ้วน

ตลอดจนการจัดการ และบริหารงานซ่อม และบำรุงรักษาที่ดี มีโปรแกรมการจัดการบริหารงานซ่อมบำรุง และการเก็บข้อมูลทั้งหมดด้วยคอมพิวเตอร์ หรือ CMMS (Computerized Maintenance Management System) ที่มีประสิทธิภาพสูง

ตัวแปรอะไรบ้าง……ที่สามารถบ่งบอกว่า “โรงงานของเรามีงานซ่อมและการบำรุงรักษาที่ดี ?”

Factorium Banner CMMS

กุญแจสำคัญ 5 ชิ้นสำหรับ KPI ในงานซ่อมและการบำรุงรักษา

ดังนั้นจากคำพูดด้านบนที่ได้กล่าวมาแล้ว ตัวแปรสำคัญที่มีผลกระทบต่องานซ่อมบำรุงจะมี 5 ตัวแปรสำคัญๆคือ

  • การพังของเครื่องจักรแบบไม่พึงประสงค์ (Efficiency & Downtime)
  • การบริหารจัดการประเภทของใบงานซ่อม (Maintenance work order management)
  • การตอบสนองของทีมซ่อม (Maintenance responsible ability)
  • ประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานเครื่องจักร (Asset life cycle & performance)
  • ค่าใช้จ่ายในงานซ่อมและการบำรุงรักษา (Maintenance cost and budget)

การพังของเครื่องจักรแบบไม่พึงประสงค์ (Efficiency & Downtime)

ในตัวแปรแรก ถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดของโรงงานเลยครับ ซึ่งจะบ่งชี้ว่า การพังของเครื่องจักรมีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งเวลาเราใช้งานเครื่องจักรอยู่นั้นหากอยู่ดีพังขึ้นมา แล้วเครื่องจักรผลิตต่อไม่ได้ แล้วทีมซ่อมต้องไปซ่อมกลับมา เวลาที่สูญเสียไปนั้น เราจะเรียกว่า “Down time” ครับ

70% ในโรงงานอุตสาหกรรมยังอาจจะไม่ตระหนักเรื่อง การทำกลยุทธในการกำหนดแผนงานซ่อม และบำรุงรักษา (rack of maintenance strategy) ทำให้โรงงานสูญเสียเงิน และโอกาสในการผลิตสูงมาก (แต่ถ้าหากมีการบำรุงรักษาที่ดีอาจจะสามารถลดค่าใช้จ่ายในโรงงานได้ถึง 30% เลยทีเดียว)

ลองคิดดูง่ายๆนะครับ สมมุติว่า เรามีโรงงานผลิตสินค้าอยู่โรงงานหนึ่ง ขายสินค้าได้กำไรชิ้นละ 300 บาท และใน 1 ชม เครื่องจักรตัวนี้สามารถผลิตสินค้าได้ 60 ชิ้น แสดงว่าใน 1 ชม เครื่องจักรตัวนี้สร้างกำไรให้บริษัท เป็นจำนวนเงิน 300 x 60 = 18,000 บาท/ชม

วันดีคืนดี เครื่องจักรเสียหาย ต้องหยุดซ่อมเป็นเวลา 6 ชม (downtime = 6 ชม) แสดงว่า โรงงานสูญเสียกำไรจากการ downtime ทั้งสิ้น 18,000 x 6 = 96,000 บาท

ซึ่งสมมุติว่าเครื่องจักรตัวนี้แค่สายพานขาด สายพานเส้นละ 1,000 บาท

เห็นไหมครับว่าโรงงานสูญเสียกำไรค่อนข้างมาก ซึ่งค่าใช้จ่ายส่วนใหญ่ที่สูญเสียไปจะไม่ใช่ค่าซ่อมซะด้วย (เข้าข่ายเสียน้อยเสียมาก เสียมากเสียง่าย นะครับเนี่ย)

โดย DOWNTIME = (จำนวนเวลาที่เครื่องจักรหยุด / ช่วงเวลาที่เราทำการวัด) x 100 %

ซึ่ง downtime จะเป็นค่าที่บอกเปอร์เซ็นว่า ตลอดที่เราเดินเครื่องจักรมา มีการหยุดซ่อมโดยที่ไม่พึงประสงค์

โดยค่าทั่วๆไป โดยมาตราฐานจะกำหนดประมาณ 10% หรือน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้นะครับผม

การจัดการใบงานซ่อม (Maintenance work order management)

ในหัวข้อนี้จะเป็นการพยายามบริหารงานซ่อมบำรุงรักษา ในแต่ละประเภท เช่น PM (Preventive Maintenance), CM (Corrective Maintenance) หรือแบบอื่นๆ

โดยนัยสำคัญของหัวข้อนี้คือ งานซ่อมประเภท CM (Corrective Maintenance หรือการเข้าไปซ่อมโดยที่เครื่องจักรเกิดความผิดปกติขึ้นมาแล้ว) จะต้องน้อยที่สุดเท่าที่เป็นไปได้

โดยค่านี้จะไปสัมพันธ์กับจำนวนแผนงานซ่อมที่เราเข้าไปบำรุงรักษาอุปกรณ์ หรือการวางแผนเข้าไปซ่อมก่อนที่เครื่องจักรจะเกิดความผิดปกติ หรือ PM (Preventive Maintenance)

โดยจะกำหนดสัดส่วน PM/CM จะอยู่ที่ประมาณ 2.5* (แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับโรงงานอุตสาหกรรมว่าเป็นประเภทไหนด้วยนะครับ)

*แปลว่าจะมีงาน PM มากกว่า CM 2.5 เท่า

ดังนั้นเราจึงจำเป็นต้องวางแผนงาน PM และ PdM (Predictive Maintenance) ให้เหมาะสมกับเครื่อลจักรนั้นๆครับ

Factorium Banner CMMS

การตอบสนองของทีมซ่อม (Maintenance responsible ability)

การตอบสนองที่ดีของทีมงานซ่อมสามารถลดระยะเวลา downtime ได้อย่างมีนัยสำคัญ โดยการนับเวลางานซ่อมบำรุง หรือ Repairing Time จะนับตั้งแต่เมื่อเครื่องจักรพัง

หลังจากนั้นจะเป็นขั้นตอน การออกใบแจ้งซ่อม (Maintenance notification) → วางแผน และเตรียมของสำหรับงานซ่อม (spare parts and planning) → เข้าไปทำการซ่อม (Repairing and corrective action) → เดินเครื่องจักรกลับมาเป็นปกติ (Start-up and operation)

โดยขั้นตอนในแต่ละ step เช่น กระบวนการในการวางแผนงาน กระบวนการบริหารจัดเก็บคงคลัง (warehouse & stock management) กระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ตลอดจน ความสามารถของช่างซ่อมของเรา

โดยเวลาที่ใช้จะมาก หรือจะน้อย จะสามารถบ่งบอกประสิทธิภาพในการตอบสนองของทีมงานซ่อม และการบำรุงรักษานะครับ

โดยตัวแปรที่วัดจะเป็นค่า MTBF (Mean Time Between Failure), MTBR (Mean Time Between Repair), MTTR (Mean Time To Repair), MTTD (Mean Time To Discovery) นะครับ ซึ่งอนาคตเราจะมากล่าวถึงในบทความตอนถัดๆไปกันนะครับ

ประสิทธิภาพ และอายุการใช้งานเครื่องจักร (Asset life cycle & performance)

ในการวัดประสิทธิภาพ รวมถึงอายุการใช้งานเครื่องจักร ทางโรงงานจะต้องมีการลงทะเบียน รวมถึงรายละเอียดของเครื่องจักรนั้นๆให้ครบถ้วน เช่น ชนิดของเครื่องจักร รุ่น คุณสมบัติและกำลังการผลิตต่างๆ รวมไปถึงการลงทะเบียนอะไหล่สำหรับงานซ่อมของเครื่องจักรตัวนั้นๆ ให้ชัดเจน และครบถ้วน

เพื่อที่จะสามารถนำมาวิเคราะห์ถึงอายุการใช้งานของแต่ละช่วงเวลา ลักษณะการเสียหาย (failure mode) หรือ การให้ความสำคัญต่อเครื่องจักรในโรงงานนั้นๆมากน้อยแค่ไหน โดยประสิทธิภาพการวัดเครื่องจักรจะมีหลายตัวแปรที่วัด เช่น ค่าของ ค่าความพร้อมในการเดินเครื่องจักร (Availability) ดัชนีการใช้พลังงาน (EI; Energy index) หรือ คุณภาพของผลิตภัณฑ์ เป็นต้นครับ

ค่าใช้จ่ายในงานซ่อมและการบำรุงรักษา (Maintenance cost and budget)

ในส่วนของงานซ่อมและการบำรุงรักษา บางโรงงานที่มีสเกลขนาดใหญ่ จะมีงบในการใช้จ่ายสำหรับงานซ่อมบำรุงสูงมาก (อาจจะ 100 ล้านบาท++ ก็เป็นไปได้ครับ) ดังนั้นในการควบคุมค่าใช้จ่ายในงานซ่อมแต่ละครั้ง หากมีประวัติงานซ่อมที่ดี เราก็สามารถทำนายล่วงหน้าได้ หรือประเมินค่าบริการงานซ่อม และค่าบริการได้ครับ

โดยการตั้งตัวแปร ที่ใช้ในการบ่งบอกประสิทธิภาพในการใช้งบประมาณ ทำเป็นในลักษณะของการใช้งบประมาณให้พอดีกับที่ตั้งไว้ เช่น เช่น “การใช้งบดำเนินการเทียบกับงบที่ได้ตั้งไว้” (Budget usage utilization), โดยอาจจะแยกเป็นหมวหมู่ต่อไป เช่น ค่า Service, ค่า spare-parts และ ค่า man-power ต่างๆครับ เพื่อดูลักษณะการใช้ และบริหารงบประมาน ว่าดำเนินการถูกต้องไว้ตาม กลยุทธที่วางเอาไว้ครับ

จบไปสำหรับการตั้ง KPI ในหน่วยงานซ่อมและการบำรุงรักษาแล้วนะครับ แต่ว่าในการนำไปใช้ก็ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมของลักษณะโรงงาน หรือธุรกิจนั้นๆนะครับ แต่โดยหลักการรวมๆก็จะ 5 ตัวแปรสำคัญหลักๆ นะครับ

และสุดท้ายนี้ ขอขอบคุณโปรแกรม Factorium โปรแกรมบริหารและจัดการงานซ่อมบำรุงบนสมาร์ทโฟน สำหรับโรงงานยุค 4.0

ถ้าสนใจใช้งานซอฟแวร์สำหรับการบริหารและจัดการงานซ่อมบำรุงรักษาได้ฟรี สามารถเข้าไปดาวน์โหลดได้ที่ลิ้งนี้เลยครับ

Factorium Banner CMMS

>> Factorium CMMS Application ระบบบริหารจัดการงานซ่อมบำรุงของคนรุ่นใหม่https://factorium.tech/product-cmms/ <<

=======================================

หากเพื่อนๆกำลังมองหาระบบ CMMS ที่คุณภาพ มีมาตราฐานสากลระดับโลก ที่สำคัญใช้ฟรี ไม่ต้องโหลดโปรแกรม สามารถใช้ได้ในมือถือ ทั้งระบบ android และ iOS

นายช่างมาแชร์ขอแนะนำโปรแกรม Factorium ระบบ CMMS ยุคใหม่ โปรแกรมซ่อมบำรุงบนสมาร์ทโฟน สำหรับโรงงานยุค 4.0 ครับผม  (www.factorium.tech)

ติดต่อฝ่ายขายและปรึกษาโทร : 096-034-7506 (เนย) , 083-932-4654 (เกว)

=======================================

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ #Maintenance #CMMS #FACTORIUM

Industry Belt [EP.02] – การคำนวณอัตราทดของสายพานและมู่เลย์ฉบับพื้นฐาน

1

จากในบทความ ประเภทของสายพานในอุตสาหกรรม-Industry Belt [EP.1] สายพานมีหน้าที่ในการส่งกำลังจากตัวขับ (Driver) ไปยังตัวตาม (Driven) ซึ่งชนิดของสายพานจะมีมากมายหลากหลาย ชนิดเช่น flat belt, V-belt, Timing belt เป็นต้น ซึ่งสุดแท้แต่การออกแบบ และการนำไปใช้งานต่างๆ

แต่ทุกครั้ง ที่เราทำการส่งกำลังทุกๆครั้ง ด้วยสายพาน เพื่อนๆรู้ไหมครับว่า? ความเร็วรอบ จะเกิดการเปลี่ยนไป ซึ่งหมายความว่า ความเร็วระหว่างมู่เลย์ (Pulley) ในส่วนของตัวขับ และตัวตาม จะไม่เท่ากัน

ซึ่งความว่า รอบที่ไม่เท่ากัน จะเยอะจะน้อย จะขึ้นอยู่กับคำว่า “อัตราทด” ที่ทำให้รอบเราเปลี่ยนไปมากน้อยแต่ไหน

ThaiLEO Banner Advertising gate

อัตราทดในสายพานคืออะไร?

ตามนิยาม อัตราทดสายพาน คือ การที่มีการส่งกำลังจากตัวขับ (Driver ณ จุดที่ A) มาตำแหน่งตัวถูกขับ (Driven ณ จุดที่ B) ผ่านมู่เลย์ และสายพาน ส่งกำลัง ซึ่งจะทำให้รอบ และแรงบิดเปลี่ยนไป มาก หรือน้อยขึ้นอยู่กับ ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางของมู่เลย์ตัวขับ และตัวตาม ครับ

ภาพชุดส่งกำลัง ตับขับ A ส่งกำลังผ่านสายพาน ไปยังตัวตาม B

โดยความสัมพันธ์ของสมการมีดังนี้

โดย n คือ ความเร็วรอบของมู่เลย์ (หน่วยเป็น RPM)
และ D คือ เส้นผ่านศูนย์กลางของมู่เลย์ (Pitch diameter) หน่วยเป็น นิ้ว” หรือ มิลลิเมตร

**เฉพาะ สายพานในร่อง ไม่นับ timing belt นะครับ**

โดยที่จุด a คือตำแหน่งขับ (Driver)
และที่ตำแหน่ง b คือตำแหน่งถูกขับ (Driven)

ตัวอย่างการคำนวณอัตราทดของสายพาน

จากภาพตัวอย่างนะครับ พัดลมอุตสาหกรรม (Blower) ถูกขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (Electrical motor) ถูกขับด้วยชุดสายพาน วี (V-belt) โดย มอเตอร์ไฟฟ้าหมุนด้วยความเร็วรอบ 1,480 RPM คำถามคือ โดย Pulley ตัวขับมีเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ 450 mm และ Pulley ตัวตาม มีเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ 225 mm
คำถามคือ
1. พัดลมตัวนี้หมุนด้วยรอบเท่าไหร่? และ
2. อัตราทดของชุดส่งกำลังด้วยสายพานเป็นเท่าไหร่?

จากโจทย์ตัวอย่างแทนค่าในสมการได้ว่า

na = 1480 (รอบตัวขับด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า = 1480)

Da = 450 mm (Pulley ตัวขับมีเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ 450 mm)

Db = 225 mm (Pulley ตัวตาม มีเส้นผ่านศูนย์กลางพิตช์ 225 mm

จาก

ดังนั้นเมื่อแทนค่าลงไป

ดังนั้นคำตอบคือ อัตราทดจะเท่ากับ i = 0.5 และความเร็วรอบของพัดลมจะเท่ากับ 2,960 RPM

ThaiLEO Banner Advertising gate

ความหมายของอัตราทดบอกอะไรเราได้บ้าง?

จากตัวอย่างที่เราคำนวนกันครับพบว่า ค่าอัตราทดเท่ากับ 0.5 และจะสังเกตุว่า รอบของตัวตาม (หรือตัวที่ถูกขับ) จะมีความเร็วรอบที่เพิ่มขึ้น

ดังนั้นความหมายของอัตราทดจริงๆแล้ว คือ “การทดรอบให้น้อยลงเป็นจำนวนกี่เท่าของความเร็วรอบที่ตัวขับทำได้” เช่น อัตราทดเท่ากับ สอง รอบที่ออกมาจากลดลงครึ่งหนึ่งหรือสองเท่า อัตราทดเท่ากับสาม รอบที่ออกมาจะลดลง 3 เท่า

และทางกลับกันหากอัตราทดเท่ากับ 0.5 รอบที่ออกมาจะเป็นสองเท่านะครับ

จะเป็นสัดส่วนกันอย่างนี้เสมอไป “ดังนั้นหากเราไปเจอหน้างานจริงๆ อัตราทดที่มีค่าสูงๆ รอบตัวตามที่ออกมาจะมีค่าต่ำๆเสมอ”

ดังนั้นหากเพื่อนๆเจอก็สามารถเข้าใจความหมายเบื้องต้นของอัตราทดแล้วนะครับ และสามารถติดตามเรื่องเกี่ยวกับสายพาน หรือการคำนวนสายพานแบบอื่นๆได้ใน industry belt ในตอนถัดๆไปนะครับ

************************************

สำหรับบทความนี้ขอขอบคุณสปอนเซอร์ใจดีจากทาง “บริษัท ไทยเลียว บราเดอร์ส จำกัด”

ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ บริษัท เกทส์ ยูนิตะ จำกัด (ประเทศไทย) มายาวนานมากกว่า 50 ปี ด้วยเหตุนี้เราจึงเป็นผู้แทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์สายพานเพื่องานอุตสาหกรรมหรือสายพานสำหรับยานยนต์ 

เราเป็นผู้นำของตลาดอยู่ตลอดเวลา โดยสามารถสนับสนุนลูกค้าด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงต่างๆที่ได้รับ การถ่ายทอดมาจากต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีในการทำ Drive Design หรือ การทำ Converter Design ล้วนแล้วแต่ช่วย เอื้อประโยชน์ให้ลูกค้าสามารถสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานได้ตลอดจนการนำคอมพิวเตอร์ซอฟแวร์ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นใช้งาน กับสายพานของเกทส์โดยเฉพาะนั้นช่วยให้การปรับแต่งต่างๆมีความละเอียดสูงและมีความถูกต้องแม่นยำเป็นอย่างมาก

เรามีการเก็บสินค้าในทุกๆรายการให้อยู่ในปริมาณที่พอเพียงต่อความต้องการไว้บริการลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ที่สำคัญเราคำนึงถึงการบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าที่ใช้

Tel. 02-116-6000

email : [email protected]

website : www.thaileo.com

Line : thaileo1619

ThaiLEO Banner Advertising gate

************************************

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ 

อบรมฟรี !!! หลักสูตรการใช้งานระบบ CMMS พร้อมรับซอฟแวร์ และใบ Certificate ฟรี !!!

1

นายช่างมาแชร์ ร่วมกับ บจ.ซิสเต็มส์สโตน เปิดหลักสูตรรวบรัด
สอนวิธีการสมัครใช้งานระบบ Mobile CMMS ฟรี พร้อมวิธีการใช้งานเบื้องต้น และรับใบประกาศหลังจบการอบรม

รูปแบบการสอน : สอนออนไลน์ แบบกลุ่มรวม/กลุ่มแยก
ระยะเวลาการสอน : 3 ชม.
วัน เวลาที่สอน : เลือกวันสอนได้ตั้งแต่ 1-29 พฤษภาคม เช้า-บ่าย
จำนวนจำกัด สงวนสิทธิ์ให้ผู้ลงทะเบียนก่อน
ลงทะเบียนได้ที่ : https://forms.gle/sTCsu8oo6UeYzWxR9

เนื้อหาในการสอน

  1. การสมัครและเปิดใช้งานระบบ Factorium CMMS แบบ Freemium
  2. การตั้งค่าและกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งาน
  3. การทำทะเบียนเครื่องจักร และการทำ QR Code Tracking
  4. การสร้างใบตรวจสภาพ Checksheet แบบดิจิตอลบนมือถือ
  5. การสร้างแผนการทำงาน ปฏิทินงาน PM และการแจ้งเตือน
  6. การจ่ายงาน PM และการกรอกผลการ PM โดยใช้มือถือ
  7. การดูรีพอร์ทงาน PM แบบเรียลไทม์
  8. การเปิดใบงานแจ้งซ่อมผ่านระบบ QR Code Scan
  9. การมอบหมายและติดตามงานซ่อมผ่านมือถือ
  10. การปิดใบงานซ่อมและประเมินผล ตรวจรับงานผ่านมือถือ
  11. ภาพรวมส่วนที่เหลือของระบบ

=======================================

หากเพื่อนๆกำลังมองหาระบบ CMMS ที่คุณภาพ มีมาตราฐานสากลระดับโลก ที่สำคัญใช้ฟรี ไม่ต้องโหลดโปรแกรม สามารถใช้ได้ในมือถือ ทั้งระบบ android และ iOS

นายช่างมาแชร์ขอแนะนำโปรแกรม Factorium ระบบ CMMS ยุคใหม่ โปรแกรมซ่อมบำรุงบนสมาร์ทโฟน สำหรับโรงงานยุค 4.0 ครับผม  (www.factorium.tech)

ติดต่อฝ่ายขายและปรึกษาโทร : 096-034-7506 (เนย) , 083-932-4654 (เกว)

=======================================

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ #Maintenance #CMMS #FACTORIUM

น้ำยาอเนกประสงค์ [EP.1]: ประโยชน์ของสาร Solvent ในโลกอุตสาหกรรม

5

หลายๆคนอาจเคยได้ยินคำว่า Solvent มานานแล้ว และรู้ว่า Solvent คือ ตัวทำละลาย ในสมัยที่เรียนวิชา เคมีอินทรีย์ในมหาลัย ก็มีสารเคมีหลายๆตัวบอกว่าประโยชน์ของมันคือใช้เป็นแค่ตัวทำละลาย และจบแค่นั้น

โดยไม่มีใครสงสัยว่า ที่จริงเจ้าสาร Solvent มันใช้ประโยชน์อย่างไรบ้าง? มันเอามาประยุกต์ แก้ไขปัญหา และใช้กับงานวิศวกรรมของเราได้อย่างไร

วันนี้นายช่างมาแชร์จึงขอนำเสนอ “ประโยชน์ของ Solvent ในโลกอุตสาหกรรม”

สารทำละลาย (Solvent) คืออะไร?

สารตัวทำละลาย หรือ Solvent

ตามหลักการ สารตัวทำละลาย หรือ Solvent สามารถเป็นได้ทั้งของแข็ง ,ของเหลว และแก๊ส โดยมีหน้าที่คือ ใช้ทำละลายตัวถูกละลาย (ที่มักจะเป็น คราบน้ำมัน คราบสนิม เศษตะกอน และตะกรันต่างๆ) จนละลายกลายเป็นสารละลาย (Solution) ในที่สุด

โดยความสามารถในการทำละลาย จะได้มากหรือน้อย จะแปรผันตรงกับ “ปริมาณของตัวทำละลาย” และ “อุณหภูมิ”

ประโยชน์ของสาร Solvent ในโรงงานอุตสาหกรรม

ในงานอุตสาห์กรรมเครื่องจักรอุปกรณ์เมื่อใช้งานไปนานๆ ก็จะเป็นเรื่องธรรมดาที่คราบต่างๆ ของสารที่อยู่ด้านใน จะเข้าไปเกาะ และสร้างคราบฝังลึกในอุปกรณ์ และในการที่จะล้างคราบพวกนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยครับ

ความสกปรกในเครื่องจักรในโรงงานอุตสาหกรรม (Tube bundle ในอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน)

ซึ่งในวิธีเดิมๆในการล้างอุปกรณ์ในโรงงานอุตสาหกรรมเหล่านี้ อาจจะใช้วิธีล้างด้วย คนขัดด้วยแปรงทองเหลือ ใช้ชุดแปรงปัดอัตโนมัติ แม้กระทั่งการฉีดน้ำแรงดันสูง (High pressure water jets) เพื่อสกัดคราบเหล่านั้นออกมา โดยจำเป็นต้องถอดชิ้นส่วนเหล่านั้นออกมาและใส่กลับไปอีก ซึ่งใช้ทั้งคนและเวลา (Man-hours) จำนวนมากในการที่จะล้างครั้งนึง

การล้างอุปกรณ์ Heat Exchanger ด้วยการฉีดน้ำแรงดันสูง

จะดีกว่ามั้ย?…… ถ้านวัตกรรมในการล้างที่ประหยัดทั้งจำนวนคน และเวลาการล้างเครื่องจักรอุปกรณ์ (ถ้าเวลาในการล้างเครื่องจักรในโรงงานลดลง ก็หมายถึงโรงงานสามารถนำเครื่องจักรกลับมาสร้างผลผลิต (Product) และสร้างกำไรกลับมาได้ไวครับ)

การใช้สารละลาย Solvent ในงานอุตสาหกรรม

คำตอบนั้นก็คือ “การใช้สารละลาย (Solvent) ที่เหมาะสม” โดยเพียงแค่เราใส่ solvent เข้าไปในอุปกรณ์ และปล่อยให้สารละลายนั้นทำการละลาย ด้วยปฏิกิริยาทางเคมีกับคราบสิ่งสกปรก (ซึ่งในที่นี้คือตัวถูกละลาย) จากนั้นสิ่งสกปรกก็จะหลุดออกจากชิ้นส่วนอุปกรณ์ของเราโดยไม่ทำลายเนื้อผิววัสดุของชิ้นงาน และเอาน้ำล้างออก ก็เป็นอันจบครับ

โดยปัจจุบันพบว่าสาร Solvent มีใช้แพร่หลาย และใช้ประโยชน์ได้หลายด้านในวงการอุตสาหกรรม ได้แก่

  • งานล้างอุปกรณ์ในโรงงาน เช่น Heat Exchanger, Boiler, Fired heater
  • ตัวทำละลายในกาว (ที่มักจะเห็นแยกชั้นของของเหลว)
  • งาน Coating, งานละลายโลหะในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์
  • โรงงานผลิตน้ำหมึก
  • งานขัดสี
  • งานล้างยางมะตอย
  • ส่วนผสมในสารซักฟอกหรือสารลดแรงตึงผิว
  • Solvent สำหรับการกลั่นแยกสารให้บริสุทธ์ที่เราเรียกว่า Liquid-liquid extraction.

บทความนี้นายช่างขอเน้นในงานล้างนะครับ เพราะมันใช้เยอะและเห็นมากที่สุดในอุตสาหกรรมจริงๆ เช่น งานล้าง Heat Exchanger, Boiler, Fired heater และอุปกรณ์อื่นๆที่การล้างเชิงกลทำได้ไม่ทั่วถึง การล้างอุปกรณ์ทำให้ประสิทธิภาพของอุปกรณ์กลับมาใกล้กับของใหม่ และทำให้โรงงานประหยัดพลังงานได้ด้วย

การต่อชุดล้าง Solvent เพื่อ Circulate ในอุปกรณ์ Heat Exchanger (เพื่อล้างอย่างต่อเนื่อง)
ภาพ ก่อน-หลัง ล้างของอุปกรณ์ Heat Exchanger

หลักการล้างคือ ต้องรู้ก่อนว่า Solute (ตัวถูกละลาย) คือ สิ่งสกปรกที่เราอยากล้างออกเป็นสารประเภทไหน เพื่อนำไปเลือก Solvent ที่เหมาะสมที่สุด โดยเลือกจากสมบัติการละลายของตัวถูกละลาย(สิ่งสกปรก) เช่น สารอินทรีย์ (Hydrocarbon fouling) จะต้องใช้เป็น Organic solvent เช่น Toluene , Hexane, Benzene เป็นต้น

แต่ถ้าหากเป็นพวกสนิม หรือคราบ Sulfur ก็จะเลือก Solvent ที่มีความเป็นกรดเพื่อที่จะล้าง Rusting scale หรือ Corrosion scale ให้ออก โดยบริษัทของผู้รับเหมางานล้างจะเป็นคนเลือก Solvent และประเมินวิธีการล้าง เพราะเขาต้องการันตีความสะอาดและประสิทธิภาพหลังการล้าง นอกจากนี้เพื่อป้องกันการเสียหายจากการล้างจะต้องรีวิว ในเรื่องของ Material compatibility ด้วยว่าวัสดุของอุปกรณ์ของโรงงานสามารถทนกับ Solvent ได้หรือไม่

การใช้สาร Solvent ล้างสนิมในชิ้นส่วนเครื่องจักรกล

ซึ่งในยุคแรกๆ สารละลาย Solvent ที่เป็นที่นิยมมากๆ คือ กรดแก่ และ เบสแก่ ซึ่งประสิทธิ์ภาพในการทำละลายถือว่าพอใช้ได้ แต่ยังไม่ได้ตรงเป้าหมายเป๊ะๆ และที่สำคัญเป็นอันตรายต่อคนทำงาน ชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่จะทำการล้าง และเป็นมลพิษสิ่งแวดล้อมอีก (ซึ่งต้องเสียค่าจำกัดสารที่เป็นมลพิษหลังจากงานล้างจบอีก) ดังนั้นวิธีนี้ด้วยความไม่ปลอดภัย และเรื่องมลพิษของสิ่งแวดล้อม อาจจะถูกนำมาพิจารณาเป็นวิธีการทำงานท้ายๆ สำหรับการล้างครับ

[นวัตกรรมใหม่] สำหรับสารละลาย Organic ที่เป็นมิตรต่อคน และสิ่งแวดล้อม

ซึ่งด้วยนวัตกรรมในปัจจุบัน ซึ่งสมัยนี้มีสารทำละลายที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่มีปฏิกิริยาต่อเนื้อวัสดุชิ้นงาน และ ไม่ทำอันตรายคนทำงาน และที่สำคัญ สารละลายสามารถเลือกให้เหมาะสมที่สุด ในการเข้าไปกำจัดคราบสกปรก (หรือ ตัวถูกละลาย) เพื่อให้มีประสิทธิ์ภาพการล้างเครื่องจักร และอุปกรณ์มากที่สุด

orange sol
ORANGE-SOL ยี่ห้อสารละลาย Organic ที่เป็นมิตรต่อคน และสิ่งแวดล้อม

แล้วด้วยความที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ทำอันตรายต่อคนทำงาน และการเลือกสารละลายที่เหมาะสมให้เหมาะสมจริงๆ กับสิ่งสกปรกที่เราจะไปล้าง จึงเป็นวิธีการล้างที่สามารถนำมาใช้ในการทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพของอุตสาหกรรมได้อย่างดีเยี่ยม

ในแง่ของประสิทธิภาพของเครื่องจักรกลหลังจากล้าง (Machine Efficiency)

อุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน ตลอดจนกระทั่งท่อ fin-tube ที่ล้างออกได้ยาก ที่มักจะล้างด้วยการฉีดน้ำแรงดันสูง (high pressure jet) หากใช้สารละลายที่เหมาะสมจะทำให้ชิ้นส่วนนั้นมีสภาพกลับมาสะอาดมากๆครับ

ซึ่งจากงานอ้างอิงหลายๆงานที่เคยทำมาเช่น Heat exchanger, HRSG หรืออุปกรณ์อื่นๆ การล้างด้วยวิธีนี้ ประสิทธิ์ภาพของอุปกรณ์ แทบจะกลับไปเหมือนกับเครื่องจักรใหม่เลย (เมื่อเราวัดค่าโดยเทียบกับ ค่าออกแบบของสัมประสิทธิ์การแลกเปลี่ยนความร้อน)

Fin tube เมื่อถูกล้างด้วยสารละลายที่มีประสิทธิ์ภาพ ก่อน-หลัง

ในแง่ของ จำนวนคน และเวลา (Man-power)

แน่นอนครับ เมื่อเราทำการล้างด้วยสารละลาย organic ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และไม่ทำอันตรายต่อคนทำงาน ส่งผลให้ในการทำงานหลายๆลักษณะอาจจะไม่จำเป็นต้องถอดชิ้นส่วนอุปกรณ์ออกมา เพียงแค่เอาน้ำยาใส่ลงไปในอุปกรณ์ส่วนนั้น (โดยการใส่น้ำยาจะใช้วิธีการต่อปั้ม และชุดระบบหมุนเวียนเพื่อทำการล้างอุปกรณ์ตัวนั้น, ตามรูปด้านล่างครับ)

ตัวอย่างการต่ออุปกรณ์ชุดหมุนเวียนอัตโนมัติเพื่อล้างอุปกรณ์แลกเปลี่ยนความร้อน

ดังนั้นส่งผลให้การใช้จำนวนคน อุปกรณ์ต่างๆ (เช่น Crane หรือ อุปกรณ์ที่ใช้อำนวยความสะดวกสำหรับถอด จะลดลง หรือไม่ต้องใช้เลยครับ) รวมถึงเวลาทำงานจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญแน่นอนครับ

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณข้อมูลที่ดีจากบริษัท Global Seal ณ ครับ เป็นบริษัทที่จำหน่าย Solvent ในอุตสาหกรรม Oil&Gas มามากกว่า 30 ปี

หากเพื่อนๆคนไหนสนใจนวัตกรรมดีๆสำหรับ Organic solvent สามารถจิ้มที่รูปด้านล่างเพื่อขอรายละเอียดได้เลยนะครับผม

หรือติดต่อโดยตรงกับบริษัท Global seal (คุณพรเทพ) Tel. 081-624-4111 email [email protected]

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

บริษัท CP สร้างโรงงานผลิตหน้ากากอนามัยเพื่อแจกฟรี ให้เสร็จภายใน 5 สัปดาห์!!

0

หลังจากที่บริษัท กลุ่มเครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) ขอใช้เวลาเพียง 5 สัปดาห์ สร้างโรงงานมูลค่า 100 ล้านบาท เพื่อผลิตหน้ากากอนามัยแจกฟรี จบโควิด-19 ยกให้โรงพยาบาลจุฬาฯ ทำให้ภารกิจการสร้างโรงงานขึ้นภายใต้คอนเซปต์ ‘เร็วแต่มีคุณภาพ’ และต้องออกแบบ ก่อสร้างในมาตรฐานห้องคลีนรูม (clean room)

โดยภารกิจในครั้งนี้จะมาเป็นผู้ออกแบบและก่อสร้าง ทั้งยังได้ผนึกกำลังเรียนรู้ไปพร้อมกับพันธมิตรที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง ที่เข้ามาถ่ายทอดองค์ความรู้ที่หลากหลายสู่ทีมงานวิศวกรรม เนื่องจากโรงงานที่ออกแบบนี้ต้องสะอาด มาตรฐานสากล และที่สำคัญคือต้องผลิตให้ได้ใน 5 สัปดาห์

ซึ่งโรงงานนี้ตั้งอยู่บนชั้น 3 ของบริษัท เกษตรภัณฑ์อุตสาหกรรม (CPF) จำกัด ในย่านพระประแดง โดยปัจจุบันได้ผ่านขั้นตอนการเทพื้นใหม่ได้เสร็จสิ้นไปแล้ว เพื่อให้เป็นลักษณะปลอดฝุ่นตามมาตรฐานการผลิต ซึ่งมี 5 ขั้นตอน ดังนี้

  1. การเตรียมผิว
  2. ขั้นตอนการทาสีรองพื้นอีพ็อกซี 
  3. ขั้นตอนการทาสีชั้นกลาง 
  4. ขั้นตอนการเก็บความละเอียดผิวก่อนลงสีอีพ็อกซีชั้นทับหน้า 
  5. ขั้นตอนการลงสีทับหน้าชั้นสุดท้าย 

สำหรับในสัปดาห์สุดท้าย….จะเป็นเรื่องการประกอบห้องต่างๆ ตามที่ได้ออกแบบไปแล้ว และได้นำนวัตกรรม ด้านระบบสื่อสาร รวมถึงเครื่องจักรที่นำเข้าจะเป็นแบบออโตเมติก เข้ามาเพื่อความรวดเร็วในการสร้าง โดยจะเชื่อมโยงแบบ IIOT (หนึ่งในระบบเทคโนโลยีอุตสาหกรรมยุค 4.0 กลับไปอ่านบทความได้ที่นี้ครับ) โดยใช้กลุ่มบริษัท ทรูเริ่มเข้ามาวางระบบสื่อสาร ทั้งแบบมีสายและไร้สาย ซึ่งจะทำให้ทราบความเคลื่อนไหวของเครื่องจักรทั้งหมดผ่านหน้าจอคอมพิวเตอร์

“ทีมงาน พนักงาน ช่าง และวิศวกรทั้งหมด ที่ทำงานอย่างเหน็ดเหนื่อย ต้องมาเร่งลุ้นให้กำลังใจทีมงานภารกิจสำคัญเพื่อประเทศ ว่าจะเสร็จได้ทัน 5 สัปดาห์หรือไม่ แต่ที่แน่ๆ ทุกคนที่เข้ามาทำด้วยใจและความทุ่มเท เพราะรู้ดีว่า หน้ากากทุกชิ้นจากโรงงานจะถึงมือคนไทยฟรี ทำให้บรรเทาความทุกข์คนไทยจากภัยโควิด-19 ได้ไม่มากก็น้อย”

ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก

https://thestandard.co/cp-hastens-to-build-a-mask-factory/
https://www.instrument.engineer/2020/04/the-process-of-building-mask.html?m=1&fbclid=IwAR1o-sQzTWeTMoQkUClgfbN9bk0URtKGazK-3isLrabCRwa87YGaUQ5DsXw
https://www.youtube.com/channel/UC3eBK8dMcxPUIyyovHMlhzA
https://www.cpall.co.th/

 แล้วเราจะผ่านวิกฤติครั้งนี้ไปด้วยกันนะครับ แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

[ทำความเข้าใจ] – ค่าไฟฟ้า ใครๆ ก็หาว่าแพง !!! ในช่วง Work From Home

0
บิล ค่า ไฟแพง
บิล ค่า ไฟแพง

ในช่วงวิกฤตการณ์จากการแพร่ระบาดเชื้อไวรัสโคโรนา COVID-19 นั้นจากนโยบายจนถึงการใช้กฏหมายนั้น จึงทำให้หลายๆ บริษัท ให้พนักงานต้องปฏิบัติงานอยู่ที่บ้าน ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่าดี จะได้ทำงานอยู่บ้านแบบ ชิลๆ แต่หารู้หรือไม่ว่านั้น มีภัยที่ไม่เงียบ ที่เราไม่รู้ตัวว่าจะทำให้เรามีค่าใช้จ่ายมากยิ่งขึ้น “ค่าไฟฟ้าในบ้าน” นั่นเอง ซึ่งหลายๆ คนอาจจะสงสัยวาคิดค่าไฟฟ้านั้นมีการคำนวณมาอย่างไร

แต่ก่อนอื่นเลยมาทำให้ความรู้จักกับผู้ให้บริการไฟฟ้าสำหรับผู้อยู่อาศัย ซึ่งจะมีหลักๆ อยู่ 2 ผู้ให้บริการที่ไม่ใช่ภาคเอกชนในประเทศไทย นั่นก็คือ การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) นั่นเอง

โดยผู้ให้บริการไฟฟ้าทั้ง 2 ภาคส่วนนั้น จะแตกต่างตรงพื้นที่ให้บริการ

โดยทาง การไฟฟ้านครหลวง MEA นั้น” จะให้บริการในเขตกรุงเทพมหานคร นนทบุรี และสมุทรปราการ ซึ่งมีทั้งหมด 18 เขต เท่านั้น”

แต่สำหรับจังหวัดอื่นและเขตที่เหลือนั้นจะเป็นทาง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) เป็นผู้ที่ให้บริการทั้งหมด

สำหรับในส่วนของค่าไฟฟ้าของทั้ง 2 ผู้ให้บริการนั้นขึ้นอยู่กับประเภทของลักษณะที่อยู่อาศัยหรือประกอบอาชีพ

เช่น ประเภทที่ 1 สำหรับบ้านอยู่อาศัย ประเภทที่ 2 กิจการขนาดเล็ก ประเภทที่ 3 กิจการขนาดกลาง เป็นต้น

โดยแต่ละประเภทนั้นจะมีอัตราค่าไฟฟ้าที่ไม่เท่ากัน แต่สำหรับอัตราของค่าไฟทั้ง 2 ผู้ให้บริการนั้นเท่ากัน สำหรับประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย ที่เอามาเป็นตัวอย่าง โดยเราได้ยกตัวอย่างของ PEA ที่จะมีอัตราค่าไฟ ดังนี้

แต่การคิดค่าไฟฟ้าของทั้ง การไฟฟ้านครหลวง (MEA) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) จะเป็นอัตราเดียวกันนะครับ

อัตราการคิดของค่าไฟฟ้า

โดยในอัตราค่าไฟของประเภทที่ 1 บ้านอยู่อาศัย ในหัวข้อ 1.1 นั้นจะแบ่งย่อยออกไปตามการใช้ไฟฟ้าของแต่ละบ้านที่อยู่อาศัย และอัตราค่าไฟแต่ละประเภทจะไม่เท่ากัน

สำหรับในกรณี 1.1.1 จะใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 150 หน่วยต่อเดือน และถ้าใช้ไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือนนั้น จะได้ใช้ไฟฟ้าฟรี กรณีเป็นบุคคลธรรมดา ไม่ได้เป็นนิติบุคคล

                สำหรับในกรณี 1.1.2 นั้น ถ้าเราใช้ไฟฟ้ามากกว่า 150 หน่วยต่อเดือน ติดกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน จะถูกเข้าข่ายในหมวดหมู่นี้ และปรับประเภทจาก 1.1.1 มาเป็น 1.1.2 แต่ในทางกลับกันถ้าเราใช้ไฟฟ้าน้อยกว่า 150 หน่วยต่อเดือน ติดกันเป็นระยะเวลา 3 เดือนนั้น จะทำให้ปรับจากประเภท 1.1.2 กลับลงมาที่ 1.1.1

                สำหรับในกรณี 1.2 นั้นจะเป็นสำหรับที่อยู่อาศัยที่มีการติดตั้งหม้อแปลงไฟฟ้า โดยจะมีการติดค่าไฟตามอัตราช่วงเวลาของการใช้งาน ที่เราเรียกว่า Time of Use Rate : TOU)

                เมื่อเราได้รู้ว่าที่อยู่อาศัยหรือสภานประกอบการเข้าข่ายประเภทไหนก็สามารถคำนวณค่าไฟ เพื่อตรวจสอบความถูกต้องได้ดังนี้ 

การคำนวณค่าไฟฟ้า

ขอยกตัวอย่างเป็นของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) นะครับ

ในกรอบที่ 1 จะเห็นว่าการใช้ไฟฟ้าย้อนหลังนั้นมีค่ามากกว่า 150 หน่วยต่อเดือน ติดกันมากกว่า 3 เดือน จึงทำให้สามารถสรุปได้ว่า เข้าข่ายประเภท 1.1.2

ในกรอบที่ 2 จะเป็นการทราบจำนวนหน่วยที่ใช้ต่อเดือน ซึ่งจะเห็นว่าใช้ไป 482 หน่วยต่อเดือน เพื่อที่จะนำมาคำนวณในกรอบที่ 3

ในกรอบที่ 3 ค่าพลังงานไฟฟ้านั้นสามารถคำนวณได้ดังนี้

150 หน่วยแรก อัตราค่าไฟ 3.2484 บาท

         (0-150) → 150 x 3.2484 = 487.26 บาท

250 หน่วยต่อไป อัตราค่าไฟ 4.2218 บาท

         (151-400) → 250 x 4.2218 = 1,055.45 บาท

เกิน 400 หน่วยขึ้นไป อัตราค่าไฟ 4.4127 บาท

         (401 ขึ้นไป) → 82 x 4.4127 = 361.84 บาท

ดังนั้นค่าพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 1,904.55 บาท

โดยจากที่มีค่าพลังงานไฟฟ้าแล้ว จะมีค่าบริการอย่างอื่น ดังนี้

ค่าบริการรายเดือน 38.22 บาท

ค่า FT อัตรา -0.1160 บาทต่อหน่วย

         -0.1160 x 482 = -55.91 บาท

ซึ่งจากตรงนี้จะรวมทั้งสิ้น 1,886.86 บาท

และมีภาษีมูลค่าเพิ่มอีก 7% = 132.08 บาท

รวมทั้งสิ้น 2,018.94 บาท

แต่ในช่วงนี้จากวิกฤตการณ์ COVID-19 นั้น PEA มีมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าประจำเดือน เมษายน ถึง มิถุนายน 2563 ให้ส่วนลดอีก 3% ซึ่งเท่ากับ 60.56 บาท

ดังนั้นยอดรวมทั้งหมดที่ต้องชำระให้กับการไฟฟ้านั้นเท่ากับ 1,958.38 บาท

เป็นอย่างไรกันบ้างครับ การคิดค่าไฟฟ้านั้นไม่ยากอย่างที่คิด ที่เพื่อนๆ สามารถเข้าไปตรวจสอบการใช้ไฟฟ้าของบ้านหรือในสถานประกอบการของตัวเองได้ โดยค่าไฟฟ้าที่ออกมาในใบแจ้งยอดนั้น จะเป็นการสะท้อนการใช้ไฟฟ้าของเราเอง ซึ่งเพื่อนๆ ต้องดูพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้าของตัวเองด้วยนะครับ ว่าสมเหตุสมผลหรือเปล่าครับ

ซึ่งในฉบับหน้าเราจะมาวิธีการลดประหยัดไฟฟ้ากันในบ้านในสถานการณ์ COVID-19 แบบนี้ ที่ทำให้ทุกคนทำงานได้อย่างชิลๆ ที่บ้าน และสบายๆ กระเป๋าเงินเราเองครับ

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

การวางแผน PM ในงานซ่อมและการบำรุงรักษา – (Preventive Maintenance)

4
PM wallpaper
PM wallpaper

จากบทความที่ผ่านมาในเรื่องของ “ชนิดของงานซ่อมบำรุง” ทำให้รู้ว่า เราควรที่จะวางแผนดูแล และมีกระบวนงานซ่อมเครื่องจักรก่อนที่เครื่องจักรจะพัง เพื่อไม่ให้การผลิตในโรงงาน ต้องหยุดจนโรงงานสูญเสียโอกาสในการผลิต ซึ่งถือว่าเป็นมูลค่าที่สูงกว่า ค่าซ่อมเครื่องจักรมากๆเลยครับ

แต่ว่า….ในการวางแผนงานซ่อมที่ดีนั้น จะต้องคิดถึงในแง่ของต้นทุนงานซ่อมที่เหมาะสมด้วย ยกตัวอย่างเช่น การเปลี่ยนถ่ายน้ำมัน หากเราวางแผนเข้าไปเปลี่ยนถ่ายไม่เหมาะสม

เช่นช้าเกินไปก็อาจจะทำชิ้นส่วนในเครื่องจักรเสียหาย ส่งผลให้เครื่องจักรพังโดยที่ไม่ได้วางแผนล่วงหน้าเอาไว้ (Unplanned break down)

แต่ถ้าวางแผนซ่อมเร็วเกินไปน้ำมันยังที่ยังมีคุณภาพที่ดีอยู่ แต่ก็ต้องถูกเปลี่ยนไปซะแล้ว…ส่งผลทำให้ต้นทุนงานซ่อมสูงอีก แล้วจุดไหนละ….ที่จะเหมาะสมที่สุดในการเข้าไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันกันหละ?

วันนี้ทางเพจนายช่างมาแชร์ ขอมามาแชร์ความรู้ในด้านของ “งานซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน” หรือ “Preventive Maintenance” (PM) กันนะครับ.

Factorium Banner CMMS

อะไรคือ งานซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกัน หรือ Preventive Maintenance?

งานซ่อมบำรุงรักษาเชิงป้องกัน โดยนิยามแล้ว “เป็นการดูแลชิ้นส่วนของเครื่องจักร ให้มีโอกาสล้มเหลวในการทำหน้าที่ของเค้าให้น้อยที่สุด” ซึ่งเครื่องจักรจะต้องไม่หยุดกระทันหันในขณะที่ทำงาน

โดยงานซ่อมบำรุงรักษาชนิดนี้จะถูกเรียกสั้นๆว่า “PM” ที่ย่อมาจาก Preventive Maintenance

ซึ่งลักษณะของงาน PM จะเป็นลักษณะการวางแผนให้เหมาะสมเพื่อที่จะเข้าไปทำกิจกรรมในงานซ่อมและการบำรุงรักษา

ชนิดของงาน Preventive Maintenance ?

ในการวางแผน PM ในงานซ่อมและการบำรุงรักษา สามารถแบ่งออกได้เป็น 2 แบบหลักๆคือ แบ่งตามระยะเวลา (Time base) และ แบ่งตามปริมาณการใช้งาน (Usage base)

การวัด Vibration Analysis โดยเครื่องมือวัด

1. แผน PM ตามระยะเวลา (Time-based Preventive Maintenance)

ในการกำหนดแผน PM โดยใช้เวลาเป็นตัวกำหนดเพื่อทำนายสภาพ และคุณสมบัติของเครื่องจักร ซึ่งในกรณีแรก จะใช้ในการเข้าไปทำกิจกรรมกับชิ้นส่วนที่มีความสำคัญต่อเครื่องจักรมากๆ ซึ่งชิ้นส่วนตัวนั้นของเครื่องจักรมีผลกระทบรุนแรงต่อเครื่องจักรมากๆ หากชิ้นส่วนนี้เกิดความเสียหาย จะส่งผลกระทบต่อเครื่องจักร และการผลิตของโรงงานได้ครับ

หรืิอสำหรับโรงงานที่เดินเครื่องจักร ที่มีระยะเวลาที่แน่นอนตลอด ขอยกตัวอย่างเพื่อความเข้าใจนะครับ เช่นสมมุติเรามีปั้ม 1 ตัว ในระยะเวลา 1 ปี ปั้มอาจจะมีการใช้งานตลอด 6,570 ชม (ใช้งาน 3 เดือน หยุด 1 เดือน; ตลอด 24 ชม) ก็สามารถกำหนดช่วงเวลาเข้าไปเปลี่ยนถ่ายน้ำมันหล่อลื่นทุกๆ 6 เดือน เป็นต้นนะครับ

2. แผน PM ตามปริมาณการใช้งาน (Usage-based Preventive Maintenance)

ในการกำหนดแผน PM ตามลักษณะปริมาณการใช้งานจะ “ชี้ชัดมากกว่า” แบบแผน PM ที่กำหนดตามระยะเวลา เพราะ สภาพ และคุณสมบัติของชิ้นส่วนเครื่องจักร รวมถึงชิ้นส่วนสิ้นเปลืองต่างๆ (Consume part) จะสามารถทำนายได้แม่นยำกว่าครับ

ยกตัวอย่างเช่น เราจะกำหนดเป็นแผนว่า เราจะเข้าไปทำกิจกรรมของเครื่องจักรทุกๆการใช้งาน กี่ ชม ที่ใช้งานเครื่องจักรจริงๆ ,ตามจำนวนครั้ง (Cycle) , หรือ ระยะทางที่ใช้งาน (ในกรณีของยานพาหนะ) เป็นต้นนะครับ

Factorium Banner CMMS

การวางแผนงาน PM (Preventive Maintenance Planning)

การวางแผนงาน PM โดยปราศจากโปรแกรม CMMS หรือโปรแกรมบริหารจัดการงานซ่อมบำรุง ถือว่าเป็นความท้าทายของโรงงานอย่างมาก เพื่อที่จะทำให้ไม่ลืมงาน PM….เนื่องจากว่า การวางแผนเข้าไปทำการซ่อม และบำรุงรักษาต้องใช้ทั้ง กำลังคน (Man-hour) สิ่งของต่างๆ (Spare part) และช่วงเวลาที่จะเข้าไปทำ (Planned schedule) ซึ่งข้อมูลพวกนี้มีปริมาณมหาศาล ทีเดียวเลยครับสำหรับโรงงานหนึ่งโรงงาน

Planning กระบวนการวางแผน
Planning กระบวนการวางแผน

“โปรแกรม CMMS คืออะไร คลิกไปอันได้ตรงนี้เลยครับ”

ยกตัวอย่างเช่น เรากำหนดแผนการซ่อมเครื่องจักรทุกๆ 4 ปี ด้วยเวลาตั้ง 4 ปี อาจจะมีคนเก่าลาออก หรือเปลี่ยนแปลงองค์กร ข้อมูลการซ่อมก็สามารถลืมไปได้ง่ายๆแล้วครับ

ตลอดจนปัญหาโลกแตก!! อย่างการทำงานตามแผน PM แต่ช่างหน้างานก็ไม่ได้เข้าไปทำจริง แต่ส่งรีพอทมาว่าทำครบหมดแล้ว….?? ก็ไม่สามรถควบคุมได้ครับ (ถ้าเป็นยุคระบบสมัยใหม่จะมีระบบสแกน QRcode รวมถึงถ่ายรูปเป็น Report และเก็บข้อมูลหน้างานได้ทันทีเลยครับ; ระบบ QRcode ในงานตามแผน PM)

QR-code-scan-system-stone
ระบบ QR Scan ในการทำแผน PM ด้วยระบบ CMMS ยุคใหม่

ดังนั้นการที่เรามีโปรแกรม CMMS ที่ดีจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้มากๆเลยครับ ซึ่งจะสามารถติดตามผลการเข้าไปทำ ว่าแผนทั้งหมดในโรงงานมีอะไรบ้าง เสร็จตามแผนกี่งาน มีข้อมูลต่างๆนำมาวิเคราะห์ และสรุปผล และยังสามารถตั้งเป็น KPI ประจำหน่วยงานได้อีกต่างหากนะครับ

“ความเหมาะสม” และ “ข้อจำกัด” ของงาน Preventive Maintenance

งานที่เหมาะสมสำหรับการทำ PM จะเป็น ลักษณะเครื่องจักรที่

  • ลักษณะของความเสียหายของชิ้นส่วน สามารถป้องกันได้ด้วยการซ่อมและบำรุงรักษาปกติ
  • ลักษณะความเสียหาย แปรผันตรงตาม การใช้งาน
  • ชิ้นส่วนอุปกรณ์มีความสำคัญต่อเครื่องจักรมาก (อารมณ์ประมาณว่า “เปลี่ยนก่อนไปเลย” ครับ)

แต่อย่างไรก็ตาม PM ก็ยังมีข้อจำกัดต่ออุปกรณ์ หรือชิ้นส่วนบางประเภท

  • เป็นความเสียหายแบบสุ่ม (Random failure mode) ; การพังไม่ขึ้นอยู่กับเวลา ใช้ๆงานอยู่ไปอาจจะพังได้เลย หรืออาจจะใช้งานได้นาน ซึ่งคาดเดาไม่ได้ เช่น บอร์ดอิเล็กทรอนิกส์ เป็นต้นครับ
  • อุปกรณ์ที่ไม่ได้มีความสำคัญ หรือผลกระทบต่อโรงงาน (ประมาณว่า ค่าการบำรุงรักษาในการทำ PM แพงกว่า ซ่อม หรือซื้อใหม่ครับ)

และสุดท้ายนี้ขอขอบคุณสปอนเซอร์ใจดีจาก Factorium โปรแกรม CMMS อันดับหนึ่งของไทย หากเพื่อนๆกำลังมองหาโปรแกรมจัดการ PM และงานซ่อมบำรุงอื่นๆที่ทันสมัยที่สุด ณ เวลานี้ ลองไปสมัครใช้ฟรีกันได้เลยครับผม (โหลดใช้งานฟรี คลิกที่ภาพเลยครับ)

=======================================

หากเพื่อนๆกำลังมองหาระบบ CMMS ที่คุณภาพ มีมาตราฐานสากลระดับโลก ที่สำคัญใช้ฟรี ไม่ต้องโหลดโปรแกรม สามารถใช้ได้ในมือถือ ทั้งระบบ android และ iOS

นายช่างมาแชร์ขอแนะนำโปรแกรม Factorium ระบบ CMMS ยุคใหม่ โปรแกรมซ่อมบำรุงบนสมาร์ทโฟน สำหรับโรงงานยุค 4.0 ครับผม  (www.factorium.tech)

ติดต่อฝ่ายขายและปรึกษาโทร : 096-034-7506 (เนย) , 083-932-4654 (เกว)

=======================================

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ #Maintenance #CMMS #FACTORIUM

[EVENT] ASEAN Sustainable Energy Week (ASE) 2020

0
งาน-event งานอุตสาหกรรม-2020-เลื่อนจัด-หนีโควิด
งาน-event งานอุตสาหกรรม-2020-เลื่อนจัด-หนีโควิด

ASEAN Sustainable Energy Week (ASE) 2020 งานแสดงเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียน พลังงานสะอาด และเทคโนโลยีพลังงานที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่งแต่เดิมมีกำหนดจัดระหว่างวันที่ 11 – 13 มิถุนายน 2020 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค กรุงเทพ ได้ประกาศเลื่อนเป็นวันที่ 16 – 18 กันยายน 2020 ในสถานที่เดิม ทำให้โชว์ย่อยในงาน ทั้ง Renewable Energy Asia, Energy Efficiency Expo, Entech Pollutec Asia, และ Electric Vehicle Asia ถูกเลื่อนออกไปตามกำหนดการเดียวกัน  

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์