PM/CM Ratio มีความสำคัญยังไง?

0
PM/CM Ratio มีความสำคัญยังไง?
PM/CM Ratio มีความสำคัญยังไง?

PM/CM Ratio คือหนึ่งตัวแปรในเรื่องของ Maintenance KPI ที่จะบ่งบอกว่าแผนงานซ่อมบำรุงเรามีประสิทธิ์ภาพแค่ไหน โดยความสัมพันธ์เชิคณิตศาสตร์คือ สัดส่วนระหว่าง Preventive Maintenance (PM) หารด้วย Corrective Maintenance (CM) ซึ่งตัวเลขจะออกมาเป็นสัดส่วน หรือทศนิยมนะครับ ซึ่ง PM/CM Ratio จะเป็นตัวชี้วัด หรือ KPI ที่ใช้ประเมินแผนการจัดการงานซ่อมบำรุงในองค์กรและมีการ Ranking เทียบกับค่าระดับสากลอีกด้วย

Factorium Banner CMMS

ความหมายของ PM และ CM

  1. Preventive Maintenance (PM) – การบำรุงรักษาที่วางแผนล่วงหน้า เช่น การตรวจสอบและการเปลี่ยนอะไหล่ น้ำมัน จาระบี ตามกำหนด เพื่อลดความเสี่ยงของการเสียหาย
  2. Corrective Maintenance (CM) – การซ่อมบำรุงที่เข้าไปซ่อมเมื่อเครื่องจักรหรืออุปกรณ์เสียหายหรือทำงานผิดปกติ

วิธีคำนวณ PM/CM Ratio

สูตรสำหรับคำนวณ PM/CM Ratio

หรือหากพิจารณาในแง่เวลา

Factorium Banner CMMS

ตัวอย่างการคำนวณ PM/CM Ratio

สมมุติในโรงงานหนึ่ง หน่วยงานซ่อมบำรุงเมื่อเปิดแผนงานในระบบ CMMS พบว่ามีประเภทงานซ่อมบำรุงรักษาดังนี้ >> งาน PM = 80 งาน / งาน CM = 20 งาน

ค่า 4:1 หมายความว่าองค์กรมีการบำรุงรักษาเชิงป้องกันมากกว่าการซ่อมบำรุงเชิงแก้ไข 4 เท่า ซึ่งถือเป็นสัดส่วนที่ดีสำหรับหลายอุตสาหกรรม

การตีความค่า PM/CM Ratio

  1. ค่า PM/CM Ratio สูง (มากกว่า 1) – หมายถึงองค์กรมีการวางแผนบำรุงรักษาเชิงป้องกันที่ดี งานซ่อมบำรุงส่วนใหญ่เกิดจากการป้องกันปัญหา
  2. ค่า PM/CM Ratio ต่ำ (น้อยกว่า 1) – แสดงถึงการพึ่งพาการซ่อมบำรุงเชิงแก้ไขมากเกินไป ซึ่งอาจทำให้เกิดการหยุดชะงักและต้นทุนสูง

เป้าหมาย PM/CM Ratio

ค่า PM/CM Ratio ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับประเภทของอุตสาหกรรมและเครื่องจักร แต่โดยทั่วไป:

  • สัดส่วนที่ดีควรอยู่ระหว่าง 2:1 ถึง 4:1 (80% งาน PM และ 20% งาน CM)
  • หาก PM สูงเกินไป (เช่น 10:1) อาจแปลว่าใช้ทรัพยากรกับ PM มากเกินความจำเป็น
  • หากต่ำกว่า 1:1 ควรปรับปรุงแผน PM เพื่อป้องกันการซ่อมบำรุงเชิงแก้ไขที่บ่อยเกินไป

PM/CM Ratio เป็นตัวชี้วัดที่สำคัญสำหรับการประเมินประสิทธิภาพการบำรุงรักษาและความน่าเชื่อถือของระบบเครื่องจักร หากคุณต้องการวางแผนปรับปรุง PM/CM Ratio อย่างมีประสิทธิภาพ

=======================================

หากเพื่อนๆกำลังมองหาระบบ CMMS ที่คุณภาพ มีมาตราฐานสากลระดับโลก ที่สำคัญใช้ฟรี ไม่ต้องโหลดโปรแกรม สามารถใช้ได้ในมือถือ ทั้งระบบ android และ iOS

นายช่างมาแชร์ขอแนะนำโปรแกรม Factorium ระบบ CMMS ยุคใหม่ โปรแกรมซ่อมบำรุงบนสมาร์ทโฟน สำหรับโรงงานยุค 4.0 ครับผม ( www.systemstone.com )

โปรแกรม Factorium โปรแกรมบริหารและจัดการงานซ่อมบำรุงบนสมาร์ทโฟน สำหรับโรงงานยุค 4.0

=======================================

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

กลยุทธ์ในการก้าวไปสู่ Proactive Maintenance

0
กลยุทธ์ในการก้าวไปสู่ Proactive Maintenance
กลยุทธ์ในการก้าวไปสู่ Proactive Maintenance

เชื่อว่าหลายๆโรงงานอุตสาหกรรมอยากจะขยับกลยุทธ์จากงานซ่อมบำรุงทั่วๆไปอย่าง Reactive/Prevenetive Maintenance ก้าวเข้าไปสู่แบบ Proactive Maintennace ซึ่งจะเป็นแนวทางที่ช่วย “ลดต้นทุนการผลิต (Cost Saving)” และ “เพิ่มความเสถียร (Reliability)” ในกระบวนการผลิตโดยการเน้นแก้ปัญหาตั้งแต่รากฐาน และส่งผลโดยตรงต่อความสามารถในการแข่งขันของบริษัทโดยตรงอีกด้วยนะครับ

ความแตกต่างระหว่าง Proactive และ Preventive Maintenance

  1. Preventive Maintenance (บำรุงรักษาเชิงป้องกัน) – การบำรุงรักษาตามรอบเวลา (Time-Based) เช่น การเปลี่ยนอะไหล่ตามกำหนด
  2. Proactive Maintenance: – การเน้นหาสาเหตุรากของปัญหา หรืออาการสุขภาพจริงๆ (Root Cause) ซึ่งจะป้องกันปัญหาที่อาจเกิดในอนาคตอีกด้วย ซึ่งจะดีกว่าแบบแรกนะครับ

ดังนั้นในบทความนี้อาจจะขอแชร์วิธีในการก้าวเข้าสู่กลยุทธ์งานซ่อมแบบ Proactive Maintenance กันครับ

Factorium Banner CMMS

5 กลยุทธ์สู่ Proactive Maintenance

1. การรวบรวมข้อมูลเครื่องจักรแบบ Real-Time Monitoring

a) ติดตั้ง IoT Sensors บนเครื่องจักรเพื่อตรวจจับข้อมูล – หรือสุขภาพของเครื่องจักรที่สำคัญแบบ ณ ช่วงเวลานั้นๆจริง ทำให้เราสามารถทราบ condition ของเครื่องจักรและทำนายอาการเสียหายที่จะเกิดขึ้นได้อีกด้วย

เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ IoT กุญแจสำคัญสู่โรงงานอุตสาหกรรม 4.0
เทคโนโลยีการเชื่อมต่อ IoT กุญแจสำคัญสู่โรงงานอุตสาหกรรม 4.0
  • การติดตั้งเซนเซอร์การสั่นสะเทือน (Vibration Sensor) – เพื่อดูสุขภาพ Condition Monitoring จากแรงสั่นสะเทือนที่เราเก็บค่าไว้ หากเกิดความผิดปกติเราก็สามารถเข้าไปแก้ไขได้อย่างทันทั่วที
  • การติดตั้งเซนเซอร์อุณหภูมิและความชื้น (Temperature & Humidity Sensor) – สำหรับเซนเซอร์ชนิดนี้อาจจะเหมาะสมกับเครื่องจักร หรือชิ้นส่วนที่มีผลกระทบต่ออุณหภูมิและความชื้น เช่นชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์เป็นต้น
  • การติดตั้งเซนเซอร์ความดัน (Pressure) – เซนเซอร์ชนิดนี้จะเหมาะในกลุ่มงานขนส่งและลำเลียง เช่น ปั้ม (Pump), คอมเพลสเซอร์ (Compressor), และระบบท่อทาง (Piping System) ต่างๆ เพื่อดูประสิทธิภาพของเครื่องจักรและระบบต่างๆ
  • การติดตั้งเซนเซอร์กระแสไฟฟ้า (Current Transform sensor) – เซนเซอร์ชนิดนี้เป็นตัวบ่งบอกว่าเครื่องจักรในการกินกระแสไฟฟ้าเท่าไหร่ ซึ่งสามารถวิเคราะห์ความผิดปกติในระบบได้ หรือสามารถบ่งบอกประสิทธิภาพการใช้พลังงานเป็นต้นครับ

b) ใช้ ระบบ CMMS (Computerized Maintenance Management System) – ในการบันทึก ,ติดตามประวัติการทำงาน และบริหารการซ่อมบำรุงอย่างครบวงจร ซึ่งถือว่าเป็นส่วนสำคัญพื้นฐานที่สุดที่ควรมีครับ ซึ่งจะช่วยในทุกส่วนทั้งในระบบซ่อมบำรุงเองและฝั่งผลิตอีกด้วย เช่น เพิ่มประสิทธิภาพการซ่อมบำรุง, ลดต้นทุนการซ่อมบำรุง, ปรับปรุงความน่าเชื่อถือของเครื่องจักร, ลดงานเอกสาร, สนับสนุนการตัดสินใจ

CMMS-software-mobile

และยังเป็นพื้นฐานในการเชื่อมต่อกับ IoT Sensors เพื่อเก็บข้อมูลแบบเรียลไทม์ ตลอดจนการใช้ AI และ Machine Learning เพื่อวิเคราะห์และพยากรณ์ปัญหาล่วงหน้า

2. ใช้เทคนิคทางวิศวกรรมเพื่อทำการทำนายคาดการณ์ Predictive Maintenance

ใช้เทคนิค Condition Monitoring และ Predictive Maintenance เช่น การวิเคราะห์การสั่นสะเทือน (Vibration Analysis), การวิเคราะห์น้ำมันหล่อลื่น (Oil Analysis), การตรวจจับเสียงผิดปกติ (Ultrasonic Analysis)

ซึ่งสามารถใช้โมเดล AI และ Machine Learning เพื่อทำนายแนวโน้มการเสียหาย (Predictive Maintenance) ให้แม่นยำยิ่งขึ้นได้อีกด้วยครับ

vibration-monitoring

3. การตรวจสอบและแก้ไขปัญหาได้ตรงจุด (Eliminate Root Cause of Problem)

ในส่วนนี้ถือว่าสำคัญมากๆนะครับ ในการระบุ Root Cause ของปัญหาให้ถูกต้องว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ซึ่งต้องใช้ความชำนาญและเข้าใจเครื่องจักรอย่างมาก แม้ว่าเราจะมีข้อมูล Big data หรือ ML, AI อย่างครบถ้วนแล้วก็ตาม เช่น ปัญหา Unbalance, ปัญหา Cooling ไม่พอ หรือเป็นเรื่องของ Material เป็นต้นครับ

หลังจากนั่นเราก็ใช้ศาสตรร์ทางวิศวกรรมเข้ามาแก้ปัญหาได้อย่างตรงจุด เราก็สามารถยืดอายุของเครื่องได้หลาย 10 ปีเลยทีเดียวครับ

IoT Machine Industry revolution
IoT Machine Industry revolution

4. การอบรมพนักงาน (Staff Training)

สร้างทีมงานให้มีความเชี่ยวชาญและเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องจักร และชิ้นส่วนที่ดูแล เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบและงานซ่อมบำรุงรักษา และอาจจะเสริมความรู้ด้านเทคโนโลยี เช่น จัดอบรมและสัมนาเพื่ออัปเดตเกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีใหม่ เช่น การวิเคราะห์ข้อมูล IoT และ Condition Monitoring เป็นต้นครับ

5. ปรับปรุงและบูรณาการกระบวนการ (Reprocess)

– ปรับกระบวนการผลิตเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาซ้ำ เช่น ใช้เครื่องจักรอย่างเหมาะสม, ลดการทำงานเกินกำลัง และทำงานร่วมกับแผนกอื่น ๆ เช่น ฝ่ายวิศวกรรมและการผลิต เพื่อวางแผนการซ่อมบำรุงที่มีประสิทธิภาพที่มากขึ้นครับ

Factorium Banner CMMS

ประโยชน์ของ Proactive Maintenance

  • ลดการหยุดชะงักที่ไม่คาดคิด (Unplanned Downtime)
  • เพิ่มอายุการใช้งานของเครื่องจักร (Prolog MTBF)
  • ลดต้นทุนการซ่อมบำรุงระยะยาว (Maintenance Cost Saving)
  • ปรับปรุงความปลอดภัยในสถานที่ทำงาน (More Safety Workplace)
  • เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและความน่าเชื่อถือ (Reliability & Integity)

=======================================

หากเพื่อนๆกำลังมองหาระบบ CMMS ที่คุณภาพ มีมาตราฐานสากลระดับโลก ที่สำคัญใช้ฟรี ไม่ต้องโหลดโปรแกรม สามารถใช้ได้ในมือถือ ทั้งระบบ android และ iOS

นายช่างมาแชร์ขอแนะนำโปรแกรม Factorium ระบบ CMMS ยุคใหม่ โปรแกรมซ่อมบำรุงบนสมาร์ทโฟน สำหรับโรงงานยุค 4.0 ครับผม ( www.systemstone.com )

โปรแกรม Factorium โปรแกรมบริหารและจัดการงานซ่อมบำรุงบนสมาร์ทโฟน สำหรับโรงงานยุค 4.0

=======================================

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

การคำนวน OEE (Overall Equipment Effectiveness) ในกระบวนการผลิต

0
การคำนวน OEE (Overall Equipment Effectiveness) ในกระบวนการผลิต

OEE (Overall Equipment Effectiveness) เป็นตัวชี้วัดที่ใช้ประเมินประสิทธิภาพการทำงานของเครื่องจักรในกระบวนการผลิต โดยการวัด OEE จะพิจารณาจาก 3 องค์ประกอบหลัก ได้แก่ ความพร้อม (Availability), ประสิทธิภาพ (Performance), และ คุณภาพ (Quality) ซึ่งใช้ในการระบุว่าเครื่องจักรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพแค่ไหนเมื่อเทียบกับความสามารถสูงสุดของเครื่องจักรนั่นเองครับ

สูตรการคำนวณ OEE

OEE คำนวณจากการนำค่าของทั้งสามองค์ประกอบมาคูณกันดังนี้

OEE(%) = Availability × Performance×QualityOEE(%) = Availability × Performance × Quality

Factorium Banner CMMS

การคำนวณแต่ละองค์ประกอบ

1. ความพร้อมใช้งาน (Availability)

Availability (ความพร้อมใช้งาน) : วัดเปอร์เซ็นต์ของเวลาที่เครื่องจักรพร้อมทำงานเมื่อเทียบกับเวลาที่ควรจะทำงาน

  • Planned Production Time: เวลาที่วางแผนให้เครื่องจักรทำงาน
  • Downtime: เวลาที่เครื่องจักรหยุดทำงาน (เช่น การซ่อมบำรุง)

2. ประสิทธิภาพ (Performance)

Performance (ประสิทธิภาพ) : วัดว่าเครื่องจักรทำงานด้วยความเร็วใกล้เคียงความเร็วที่ควรเป็นมากน้อยแค่ไหน

  • Actual Output: จำนวนชิ้นงานที่ผลิตได้จริง
  • Theoretical Output: จำนวนชิ้นงานที่ควรผลิตได้ตามเวลาทำงานจริงที่ใช้และความเร็วของเครื่องจักร

3. คุณภาพ (Quality)

Quality (คุณภาพ): วัดเปอร์เซ็นต์ของชิ้นงานที่มีคุณภาพเมื่อเทียบกับจำนวนชิ้นงานทั้งหมด

  • Good Pieces: จำนวนชิ้นงานที่ได้มาตรฐาน
  • Total Pieces: จำนวนชิ้นงานทั้งหมดที่ผลิตได้
Factorium Banner CMMS

ตัวอย่างการคำนวณ OEE

สมมติว่าโรงงานแห่งหนึ่งมีค่าตัวเลขในการผลิตดังนี้

  • Planned Production Time: 8 ชั่วโมง (480 นาที)
  • Downtime: 60 นาที
  • Theoretical Output: 100 ชิ้นต่อชั่วโมง
  • Actual Output: 700 ชิ้น
  • Good Pieces: 680 ชิ้น

เกณฑ์การประเมิน OEE

  • 85% ขึ้นไป: เป็นเกณฑ์มาตรฐานระดับ World Class
  • 60%-84%: มีประสิทธิภาพดี แต่ยังมีโอกาสปรับปรุง
  • ต่ำกว่า 60%: ควรปรับปรุงกระบวนการผลิตอย่างเร่งด่วน

การคำนวณ OEE ช่วยให้คุณระบุจุดที่ต้องปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการผลิตได้อย่างแม่นยำ!

=======================================

หากเพื่อนๆกำลังมองหาระบบ CMMS ที่คุณภาพ มีมาตราฐานสากลระดับโลก ที่สำคัญใช้ฟรี ไม่ต้องโหลดโปรแกรม สามารถใช้ได้ในมือถือ ทั้งระบบ android และ iOS

นายช่างมาแชร์ขอแนะนำโปรแกรม Factorium ระบบ CMMS ยุคใหม่ โปรแกรมซ่อมบำรุงบนสมาร์ทโฟน สำหรับโรงงานยุค 4.0 ครับผม ( www.systemstone.com )

โปรแกรม Factorium โปรแกรมบริหารและจัดการงานซ่อมบำรุงบนสมาร์ทโฟน สำหรับโรงงานยุค 4.0

=======================================

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

กล้องถ่ายภาพความร้อนรุ่น POCKET 2 – High performance Compact Thermal imaging camera for Professionals

0
HIK Microtech Pocket2
HIK Microtech Pocket2

งาน “Thermo Scan” เป็นกระบวนการตรวจสอบและวิเคราะห์ความร้อนที่เกิดขึ้นในระบบ, อุปกรณ์, หรือในเครื่องจักรต่าง ๆ โดย “ใช้กล้องถ่ายภาพความร้อน (Thermal Imaging Camera)” เพื่อช่วยระบุความผิดปกติ (Abnormal) เช่น การรั่วไหลของพลังงาน (Energy) ,ความร้อนสูงเกินไป (Overheating) หรือจุดบกพร่อง (Defect) ในระบบที่อาจส่งผลต่อความปลอดภัย หรือประสิทธิภาพของเครื่องจักร

โดยประโยชน์ของการทำ Thermo Scan หรือ การถ่ายภาพความร้อนด้วยกล้อง Thermal Imaging Camera มักจะนำไปใช้กับงานดังนี้

1. การบำรุงรักษาเชิงป้องกัน (Preventive Maintenance): ใช้เพื่อตรวจสอบและป้องกันปัญหาในระบบไฟฟ้า, เครื่องจักร หรือโครงสร้าง ก่อนที่จะเกิดความเสียหาย

2. ตรวจสอบระบบไฟฟ้า: เช่น จุดเชื่อมต่อที่มีความร้อนสูงผิดปกติ (Hot Spot) ในแผงควบคุม, สายไฟ หรือหม้อแปลงไฟฟ้า

3. การวิเคราะห์ระบบเครื่องจักรกล: ช่วยตรวจจับการสึกหรอของอุปกรณ์ เช่น แบริ่ง (Bearing) หรือมอเตอร์

4. ลดต้นทุนการซ่อมบำรุง: ช่วยลดการหยุดชะงักของการทำงานและค่าใช้จ่ายจากความเสียหายรุนแรง

5. ตรวจสอบอาคารและระบบปรับอากาศ: ตรวจหารอยรั่วของฉนวน ความชื้นในผนัง หรือความร้อนที่สูญเสียในระบบปรับอากาศ

แต่ทว่าในบางงานที่มีที่คับแคบ ทำงานได้ลำบาก หรืองานที่ต้องใช้ความคล้องตัวสูงต่างๆ การพกกล้อง Thermal Imaging Camera ก็อาจจะเป็นอุปสรรค์ต่อผู้ใช้งานได้ ดังนั้นวันนี้ทางนายช่างมาแชร์จะขอมาแชร์อีกหนึ่งเทคโนโลยีดีๆ จากทาง HIK Microtech สำหรับกล้องถ่ายความร้อยในรุ่น Pocket2 ที่มีจุดเด่น คือ ประสิทธิภาพสูง (High Performance) และพกพาง่าย (Compact Size) สำหรับนายช่างมืออาชีพแบบเราๆนั่นเองครับผม

HIK Microtech Pocket 2 – กล้องถ่ายความร้อนคุณภาพสูงพกพาง่าย

1. กล้องถ่ายภาพความร้อนคุณภาพสูง Enhanced Image Quality

สำหรับกล้องถ่ายความร้อนจากทาง HIK Microtech รุ่น Pocket2 เป็นกล้องถ่ายภาพความร้อนที่สามารถถ่ายภาพความร้อนที่มีความละเอียดสูงถึง 256 x 192 = 49,152 pixel เมื่อเทียบกับกล้องถ่ายภาพความร้อนในลักษณะเดียวกัน รวมถึง Sensor ภาพที่มีประสิทธิภาพสูงโดยมีค่า Sensitive 40 mK และการถ่ายวีดิโอที่ 25 FPS รวมถึงมีโหมด Super IR สำหรับเพิ่มความคมชัดให้ภาพและรายละเอียดให้กับงานที่เราเข้าไปทำอีกด้วยครับ

2. รูปแบบและโหมดการถ่ายภาพความร้อน Dual Thermal-Visible Camera

กล้องถ่ายความร้อนจากทาง HIK Microtech รุ่น Pocket2 สามารถถ่ายภาพความร้อนได้ทั้วในแบบ Thermal image และ Visual image พร้อมกันได้ มีหน้าจอขนาดใหญ่ 3.5” LCD แบบ Touch screen และยังสามารถปรับรูปแบบสีของ Thermal image ได้ 8 รูปแบบ เช่น Rainbow, Ironbow, Fusion และแบบอื่น เพื่อดูภาพถ่ายความร้อนในละกษณะงานในรูปแบบที่แตกต่างกัน

3. ความสามารถและย่านการวัด (Wide and Precise Temperature Measurement)

เห็นกล้องตัวเล็กๆ สำหรับรุ่น Pocket 2 ตัวนี้ต้องขอบอกก่อนว่าความสามารถไม่ได้เล็กตามนะครับ เพราะกล้องตัวนี้สามารถวัดอุณหภูมิในย่านวัด -20 to 400 oC เลยทีเดียวและความแม่นยำถึง (±2℃, 2% of the reading) พ้อมด้วยฟังค์ชั่นจุด Hot spot ,Clod spot และ Center มาในฟังชั่นของอุปกรณ์ และยังสามารถปรับค่า Emissivity และปรับระยะทางของกล้องถ่ายภาพถึงวัตถุแบบ Custom ได้ 

ในแง่ของการใช้งานกล้องตัวเล็กๆของเราสามารถที่จะการจัดเก็บสามารถจัดเก็บภาพได้มากกว่า 60,000 ภาพ และไฟล์ภาพวิดีโอได้ยาวประมาณ 54 ชม.                  

สำหรับการถ่ายภาพจะเป็นการตั้ง “มุมมองของกล้อง แนวนอน 50° × แนวตั้ง 37.2°” และสามารถทำ Digital zoom ได้ ถึง X4.0 

เมื่อถ่ายภาพความร้อนจบแล้วสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับ Software ต่อไปซึ่งสามารถใช้สำหรับในการทำ Report ได้ และสามารถตรวจสอบภาพเชิงลึกได้ โดยการนำภาพไปใช้ในโปรแกรม Software การตรวจสอบต่อไป

นอกจากนั้น กล้องถ่ายความร้อน HIK Microtech รุ่น Pocket2 ยังสามารถใช้งานร่วมกับโทรศัพท์ Smartphone ได้ โดยผ่าน HotSpot , Wifi เพื่อช่วยความสะดวกในการใช้งาน หรือ Live ฟังชั่นได้

กล้องถ่ายความร้อนรุ่น Pocket2 สามารถพกพาได้สะดวกมากๆ ด้วยการออกแบบขนาด Compact Size รวมถึงมาตรฐานการกันน้ำและฝุ่นใน ในระดับ IP54 และ ผ่านการทดสอบ Drop test ที่ความสูง 2 เมตร ซึ่งนอกจากนั้นกล้องตัวนี้ยังมาพร้อมกับระบบไฟ Flash ในตัวอีกด้วย แต่ด้วยฟังค์ชั่นที่อัแน่นจัดเต็มขนาดนี้ แต่ในด้านของราคาขอบอกว่าสามารถเข้าถึงได้ทุกคนเลยครับ พร้อมกับการรับประกัน (Waranty) คุณภาพแบบจัดเต็มในส่วนของ แบตเตอรี่ 2 ปี , อุปกรณ์ 3 ปี และ Detector 10 ปี 

4. ฟังค์ชั่นเสริมสุดเจ๋ง (Special Option)

ทาง HIK Microtech มี Option เสริมสำหรับ Lens Macro โดยสามารถวัดได้ความละเอียดสูงสุด 100 micron สำหรับกล้องถ่ายภาพความร้อนรุ่น POCKET 2 รวมถึงอุปกรณืเสริมต่างๆและทาง HIK Microtech สามารถทำความละเอียดได้ถึง 20 micron สำหรับรุ่น SP series เหมาะสำหรับงาน QA/QC ของงานประเภท Electronic เช่นงานซ่อม Electronic board และ PCB board ต่างๆครับ

วีดีโอแนะนำ HIK Microtech รุ่น Pocket Series

******************************************************************************************

หากเพื่อนๆสนใจกล้อง HIK Microtech รุ่น Pocket2 สามารถติดต่อช่องทางตามนี้ได้เลยนะครับ

K.Suthee Leknuch Tel. 092-5495354

Website : https://www.hikmicrotech.com/

FB Page : HIKMICROthermography.Thailand 

******************************************************************************************

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ #Thermal #imagecamera #HIKmicro #Pocketseries

เราควรจะเลือกซื้อสินค้า รางเคเบิ้ลวางสายไฟชนิดไฟเบอร์กลาส (FRP) จากผู้ผลิตภายในประเทศ หรือนำเข้าจากต่างประเทศดีกว่ากัน

0
เราควรจะเลือกซื้อสินค้า รางเคเบิ้ลวางสายไฟชนิดไฟเบอร์กลาส (FRP) จากผู้ผลิตภายในประเทศ หรือนำเข้าจากต่างประเทศดีกว่ากัน
เราควรจะเลือกซื้อสินค้า รางเคเบิ้ลวางสายไฟชนิดไฟเบอร์กลาส (FRP) จากผู้ผลิตภายในประเทศ หรือนำเข้าจากต่างประเทศดีกว่ากัน

ในปัจจุบันการเลือกซื้อสินค้ารางวางสายไฟ ชนิด FRP Cable tray, ladder type และ perforated tray เพื่อใช้งานในอุตสาหกรรมต่างๆ ผู้ใช้สินค้ามักจะเลือกซื้อจากโรงงานผู้ผลิตทั้งผลิตภายในประเทศ และนำเข้าจากโรงงานผู้ผลิตต่างประเทศ ทั้ง 2 ช่องทางนี้มีข้อดีและข้อควรระวัง……ต่างกันออกไป

นำเข้าจากผู้ผลิตต่างประเทศ ควรเลือกบริษัทที่มีเทคโนโลยีในการผลิตแบบ Pultrusion process ที่มีประสิทธิภาพ

การเลือกซื้อสินค้าที่ต้องนำเข้าจากผู้ผลิตต่างประเทศ

  1. ควรเลือกซื้อจากบริษัทที่มีเทคโนโลยีในการผลิตแบบ Pultrusion process ที่มีประสิทธิภาพ มีผลการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพ เช่น ค่า Tensile strength, Flexural strength, Izod Impact ที่ผ่านมาตรฐานทดสอบตาม ASTM และผลิตตาม NEMA FG-1  เพื่อทำให้ลูกค้าสามารถมั่นใจได้ว่า สินค้าที่นำเข้านั้นคุ้มค่ากับการเสียภาษี
  2. ควรเลือกซื้อจากบริษัทที่มีการบริการให้คำปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญ สามารถให้คำปรึกษาได้อย่างเป็นประโยชน์ แต่อาจเกิดความล่าช้า หรือไม่สามารถมาให้คำปรึกษาที่หน้างานติดตั้งได้ทันที
  3. ควรเลือกซื้อจากบริษัทที่สามารถมีการจัดการส่งสินค้าได้หลายช่องทาง ทั้งทางเรือขนส่ง ทางอากาศ ทางรถบรรทุก แต่ในบางครั้งอาจพบปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการจัดส่งสินค้าได้ เช่น สินค้าเกิดความเสียหายหรือเกิดปัญหาความล่าช้าระหว่างการขนส่ง

ขอภาพ pultrusion process / การผลิต FRP หรือเกี่ยวข้องครับ

ผู้ผลิตภายในประเทศ ลดต้นทุนการขนส่ง ให้คำปรึกษาใกล้ชิด และรวดเร็ว

หากเรามาพิจารณาเลือกซื้อสินค้าจากผู้ผลิตภายในประเทศ ก็จะพบว่า

  1. สามารถผลิตรางวางสายไฟฟ้า FRP cable ladder ตามมาตรฐาน NEMA FG-1 ด้วยวิธี Pultrusion process เช่นเดียวกับสินค้านำเข้าจากต่างประเทศ มีประสิทธิภาพและมีผลการทดสอบคุณสมบัติทางกายภาพรองรับ
  2. มีทีมงานให้คำปรึกษา สามารถสั่งผลิตสินค้าได้ตรงการใช้งานตามสภาพหน้างานจริง (Customized service) ด้วยการสำรวจสภาพหน้างาน และสามารถให้คำปรึกษาตั้งแต่เริ่มกระบวนการขาย จนถึงหลังการขายเมื่อเกิดปัญหา ได้อย่างใกล้ชิดและรวดเร็ว
  3. สามารถลดต้นทุนค่าการจัดการเกี่ยวกับการขนส่งสินค้า อีกทั้งระยะเวลาจัดส่งสินค้ารวดเร็วกว่าการนำเข้าจากต่างประเทศ สามารถจัดส่งสินค้าได้ทันการใช้งาน และยังลดความเสียหายที่อาจเกิดระหว่างกระบวนการจัดส่ง
  4. ราคาสินค้าที่ต่ำกว่า เนื่องจากเป็นสินค้าที่ผลิตในประเทศ ทำให้ประหยัดในเรื่องค่าขนส่งจากต่างประเทศ และค่าภาษีนำเข้า
  5. อายุการใช้งานยาวนานกว่า (Life time) ด้วยวิธีทาสี PU Coating เคลือบผิวด้านนอกราง สามารถป้องกัน UV. resistance ได้ดีกว่า

ขอภาพ pultrusion process / PU Coat หรือเกี่ยวข้องครับ

************************************************

ขอภาพ banner โฆษณานะครับ

บริษัท จีอาร์อี คอมโพสิท จำกัด เป็นผู้ผลิตรางวางสายไฟฟ้า FRP Cable ladder แบบ  Pultrusion process รายแรกในประเทศ บริษัทฯ สามารถผลิตรางวางสายไฟ ได้ทั้ง Ladder type and perforated tray type เราผลิตสินค้าที่ผ่านการทดสอบตามมาตรฐาน  NEMA FG-1 ด้วยคุณสมบัติด้านวิศวกรรมครบถ้วนทั้งในด้านการทนการกัดกร่อนจากสารเคมี ไอทะเล ไม่เป็นสนิม ไม่ลามไฟ มีความแข็งแรงทนทาน เฉกเช่น สินค้าที่นำเข้าจากต่างประเทศ 

GRE cable ladder & tray ได้รับการยอมรับให้ใช้ในโครงการของโรงไฟฟ้าและโรงงานในแถบนิคมอุตสาหกรรมหลายแห่งในประเทศ มานานกว่า 15 ปี

อันตรายจากไฟรั่ว! ผ่านรางวางสายไฟ..ทั้งๆที่ต่อกราวด์แล้ว!!

0
อันตรายจากไฟรั่ว! ผ่านรางวางสายไฟทั้งๆที่ต่อกราวด์แล้ว
อันตรายจากไฟรั่ว! ผ่านรางวางสายไฟทั้งๆที่ต่อกราวด์แล้ว

อันตรายจากกระแสไฟรั่ว ผ่านรางวางสายไฟ ทั้งๆที่ต่อกราวด์ จะมีความรุนแรงของ “ไฟฟ้าดูด หรือ ไฟช็อต” มากน้อย ขึ้นอยู่กับจำนวนโวลท์ (Voltage)  และแอมแปร์ (Amperage) ของกระแสไฟฟ้าที่ผ่านเข้าสู่ร่างกาย การสูญเสียชีวิตหรืออวัยวะของผู้ปฎิบัติงานส่วนใหญ่จะเกิดจากการสัมผัสถูกไฟฟ้าแรงสูงชนิด High voltage ซึ่งบ่อยครั้งเกิดจากการละเลยเรื่องของ “สนิมที่เกิดบนรางวางสายไฟ” จนทำให้รางผุพัง หรือ “เกิดสนิมบริเวณสายกราวด์” จนทำให้สายกราวด์ขาด ดังนั้นเราควรหมั่นดูแลรักษาอุปกรณ์ที่อาจมีความเสี่ยงต่อการเกิดไฟรั่วหรือไฟช็อตด้วยความละเอียดรอบคอบ เพื่อป้องกันการสูญเสียที่อาจเกิดขึ้น

ขอยกตัวอย่างที่เราอาจมองข้ามเช่น รางวางสายไฟ (Cable Tray) ซึ่งเป็นที่นิยมใช้ในการเดินสายไฟฟ้าของโรงงานอุตสาหกรรมและอาคาร มีประโยชน์โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลาเดินระบบสายไฟฟ้าที่ซึ่งคาดว่าจะมีการเปลี่ยนสายไฟฟ้าใหม่หรือเพิ่มสายใหม่ในอนาคต สามารถติดตั้งได้ง่าย สะดวกรวดเร็ว และสามารถวางสายไฟฟ้าได้เป็นจำนวนมาก อีกทั้งสามารถระบายอากาศได้ดี

รางวางสายไฟแบบ “ต่อกราวด์” และ “ไม่ต่อกราวด์

รางวางสายไฟ (Cable Tray) หากจำแนกตามวัสดุมีทั้งแบบที่ทำจาก

1. “วัสดุโลหะ (Metal) เช่น hot-dip galvanized, อลูมิเนียม, สแตนเลส)” และที่ทำจาก

2. “วัสดุอโลหะ (Non-metal) เช่น Plastic, FRP, ไม้) หากโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารใด เลือกใช้รางวางสายไฟที่ทำจากวัสดุโลหะ (Hot-dip galvanized, อลูมิเนียม, สแตนเลส) 

ตามมาตรฐานของ วสท.กำหนดว่าจะต้องมีการต่อกราวด์ที่รางวางสายไฟ 
แต่ถ้าโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารใดเลือกใช้รางวางสายไฟที่ทำจากวัสดุอโลหะ (Plastic, FRP, ไม้)  วัสดุนั้นจะต้องเป็นวัสดุที่ต้านเปลวเพลิง 

ส่วนข้อดีของรางอโลหะคือ “มีความเป็นฉนวนในตัวและทนต่อสภาวะกัดกร่อนได้ดี” ก็ไม่จำเป็นต้องมีการต่อกราวด์

ภาพตัวอย่าง : การต่อกราวด์ของรางสายไฟของวัสดุโลหะ

การต่อกราวด์ (Grounding) ที่รางวางสายไฟโลหะนั้นเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง เพราะคือความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สิน การต่อกราวด์ที่รางวางสายไฟจะต้องต่อสายกราวด์ต่อเนื่องไปตลอดแนวรางวางสายเพื่อให้ส่วนของโลหะต่อถึงกันตลอด มีศักย์ไฟฟ้าเป็นศูนย์เพื่อป้องกันไฟดูด ผู้ปฏิบัติงานควรหมั่นสังเกตและตรวจสอบสายกราวด์ที่ต่อไว้อย่างสม่ำเสมอว่าเป็นสนิมหรือขาดออกจากกันหรือไม่  โดยเฉพาะทุกจุดที่มีการต่อสายกราวด์ไว้ 

ในกรณีที่ “สายกราวด์มีปัญหาดังกล่าวเมื่อมีกระแสไฟรั่วลงโครงโลหะจะเกิดความเสี่ยงต่อผู้ปฎิบัติงาน อาจถูกไฟดูดและมีอันตรายถึงชีวิตได้”

ดังนั้นควรหมั่นดูแลระบบให้ดีอยู่เสมอและให้ความสำคัญบริเวณที่มีการติดตั้งรางวางสายไฟบริเวณภายนอกอาคาร หรือบริเวณที่มีการกัดกร่อนสูง (High Corrosion Rate) เช่น Cooling tower, Chemical plant, Watse Water Treatment Unit ก็ย่อมมีความเสี่ยงสูงที่จะเกิดเหตุการณ์ดังกล่าวได้

การป้องกันไฟรั่ว โดยไม่ต้องต่อกราวด์

การต่อกราวด์ที่รางวางสายไฟที่ถูกต้องนั้นสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่มาตรฐานวสท.ข้อที่ (4.15.4), (4.22) และ (4.23) หรือ หากต้องการขจัดความเสี่ยงเรื่องไฟรั่วลงที่รางวางสายไฟโลหะ การเลือกใช้รางสายไฟที่มีคุณสมบัติไม่เป็นสนิม, ไม่นำไฟฟ้าและไม่ลามไฟ เช่น รางวางสายไฟเบอร์กลาส นับเป็นหนทางหนึ่งในการเพิ่มความปลอดภัยทางไฟฟ้าให้กับระบบและผู้ใช้งาน

GRE_cable-ladder-cable-tray
ภาพตัวอย่าง : รางสายไฟแบบไฟเบอร์กลาส หรือ FRP Cable Tray

ด้วยคุณสมบัติเด่นๆ ของวัสดุคอมโพสิท (FRP) ในด้านความแข็งแรง ทนการกัดกร่อน ไม่ผุซ้ำช่วยลดการตั้งงบ เพื่อซ่อมบำรุงรางฯ FRP cable tray จึงยังคงเป็นทางเลือกหลักที่ทุกโรงงานอุตสาหกรรม ไม่ควรมองข้าม 

======================================

สุดท้ายขอขอบคุณความรู้ดีๆจากทาง GRE Composites ผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์ FRP Cable Tray, FRP Cable Ladder คุณภาพสูงนะครับ หากเพื่อนๆสนใจในการ Upgrade รางวางสายไฟให้ปลอดภัยมากขึ้น

ก็สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ https://www.grecomposites.com/frp-cable-tray/

======================================

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ #FRP #Cable #Tray

SMC Open House 2024 !เปิดบ้านศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืนเทคโนโลยีดิจิทัลเปลี่ยนอุตสาหกรรม…สู่อนาคตที่ยั่งยืน

0
SMC Open House 2024
SMC Open House 2024

17 ธ.ค. นี้ ! วงการอุตสาหกรรมห้ามพลาด งาน SMC Open House 2024 !เปิดบ้านศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ในแนวคิด Sustainable Digital Transformation เทคโนโลยีดิจิทัลเปลี่ยนอุตสาหกรรม…สู่อนาคตที่ยั่งยืน “

ขอเชิญชวนทุกท่านร่วมสัมผัสประสบการณ์ที่จะพาคุณก้าวข้ามขีดจำกัด ของเทคโนโลยีสู่การยกระดับการผลิตขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมอย่างยั่งยืน
ในงาน SMC Open House 2024 เปิดบ้านครั้งใหญ่ศูนย์นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน (SMC) ที่จัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สำหรับในปีนี้นำเสนอแนวคิด “Sustainable Digital Transformation – เทคโนโลยีดิจิทัลเปลี่ยนอุตสาหกรรม…สู่อนาคตที่ยั่งยืน” เจาะลึกเรื่องราวเทคโนโลยีดิจิทัลที่ช่วยยกระดับการผลิต ปลดล็อกศักยภาพของโรงงาน พร้อมผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้ก้าวสู่ความยั่งยืน

ไฮไลต์ภายในงาน

1. Conference & Forum เนื้อหาเข้มข้น


พบวิทยากรชั้นนำในวงการอุตสาหกรรมไทย ที่จะมาแบ่งปันความรู้และประสบการณ์จริงเกี่ยวกับ
การนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต กรณีศึกษาโรงงานอุตสาหกรรมที่ประสบความสำเร็จ

2. จับคู่เจรจาธุรกิจ (Business Matching)


โอกาสทองในการพบปะ และสร้างเครือข่ายกับพันธมิตรจากหลากหลายวงการ เช่น
ผู้ประกอบการโรงงานอุตสาหกรรม, Technology Vendors, System Integrators

นิทรรศการ และนำเยี่ยมชม Testbed ห้องปฏิบัติการ SMC ชมนิทรรศการจากสมาชิก พันธมิตร และคณะนักวิจัยของ SMC นำเสนอโซลูชัน นวัตกรรม สินค้า บริการ และประสบการณ์ เพื่อสร้างความร่วมมือระหว่างกัน พร้อมกิจกรรมเยี่ยมชม SMC Testbed เปิดให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ ได้สัมผัสโครงสร้างพื้นฐานด้านการวิจัยและพัฒนาของ SMC พร้อมฟังการนำเสนอจากนักวิจัยแบบ exclusive

ปักปฏิทินล็อกเวลาไว้เลย !

  • วันอังคาร ที่ 17 ธันวาคม 67 เวลา 09.00 – 16.00 น.
  • ณ อาคาร D เขตนวัตกรรม ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern Economic Corridor of Innovation: EECi) จังหวัดระยอง

เปิดให้ลงทะเบียนแล้ววันนี้ https://smc-open-house.openservice.in.th/

#SMCOpenHouse2024 #SustainableDigitalTransformation #Thailand4_0 #นวัตกรรมการผลิตยั่งยืน

ฟรี! ลงทะเบียนลุ้นรับปฏิทินจากทาง Murata 2025 จำนวน 100 รางวัล!

0
ปฏิทินของมูราตะ murata calendar
ปฏิทินของมูราตะ murata calendar

ฟรี! ลงทะเบียนลุ้นรับปฏิทิน 2025 จำนวน 100 รางวัล! 📅✨

ต้อนรับปีใหม่กับปฏิทินของมูราตะที่จะช่วยให้คุณ:

จัดระเบียบชีวิต: ติดตามวันสำคัญและกิจกรรมต่างๆ ของคุณได้อย่างง่ายดาย

Exclusive design: เพลิดเพลินกับดีไซน์ปฏิทินที่สวยงามและไม่มีวางจำหน่ายที่ไหน

วางแผนล่วงหน้า: เริ่มต้นปีใหม่ด้วยเป้าหมายที่ชัดเจน

ห้ามพลาด! ลงทะเบียนเพื่อลุ้นเป็นหนึ่งในผู้โชคดีได้เลย! 🍀🎁

ระยะเวลาร่วมกิจกรรม 1 – 31 ธันวาคม 2024

ดูกติกาเพิ่มเติมและลงทะเบียนได้ที่: https://www.murata.com/…/TMT-2025-calendar/register…

#MurataLuckyDraw#Calenda2025#thaimurata#Muratathailand#TMTthailand

อบรมฟรี! “Security Awareness” รับจำนวนจำกัดเพียง 40 ท่านเท่านั้น!

0
Security Awareness Factorium

อบรมฟรี! “Security Awareness” รับจำนวนจำกัดเพียง 40 ท่านเท่านั้น! ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยให้องค์กรของคุณ รับมือภัยคุกคามทาง Cyber ทุกรูปแบบอย่างมั่นใจ

📍พบกันที่ สถาบันไทยเยอรมัน อมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี

ลงทะเบียน https://forms.gle/d5UNqZLbR9ABYy786

สิ่งที่คุณจะได้รับ:

– อาหารว่างฟรี

– ใบรับรองการอบรม

– เสริมความปลอดภัยให้กับองค์กร ลดความเสี่ยงทางไซเบอร์

– เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญแบบเจาะลึก

📌 อย่ารอช้า โอกาสดีๆ แบบนี้มีจำนวนจำกัด

#อบรมฟรี#SecurityAwareness#CyberSecurity

business จัดสัมมนาใหญ่ประจำปี “2025 Net Zero กับความท้าทายของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่

0

วันที่ 26 พ.ย. 2567 นี้ที่ศูนย์ประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีนายกรัฐมนตรี “แพทองธาร ชินวัตร” กล่าวเปิดงานผ่าน VTR พร้อมฟังปาฐกถาจาก “พิชัย ชุณหวชิร” รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และการบรรยายโดยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ นักวิชาการ และผู้บริหารองค์กรภาคเอกชน

ในขณะที่ทั่วโลกกำลังกังวลกับภาวะก๊าซเรือนกระจกซึ่งเป็นต้นตอสำคัญของการเกิด “ภาวะโลกร้อน” ที่ส่งผลกระทบทั้งต่อสิ่งแวดล้อมและคุณภาพชีวิตของผู้คน ทุกหน่วยงานองค์กรจึงมีความมุ่งมั่นที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดก๊าซเรือนกระจกผ่านการดำเนินงานและการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อก้าวไปสู่การเป็นองค์กร Net Zero หรือการลดก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์

กองบรรณธิการ ibusiness เล็งเห็นถึงความสำคัญของสถานการณ์ดังกล่าว จึงได้มีการจัดงานสัมมนาใหญ่ประจำปี ภายใต้หัวข้อ “2025 Net Zero กับความท้าทายของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่” ในวันที่ 26 พ.ย. 2567 นี้ เวลา 8.30-12.00 น. ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ห้อง Meeting Room (MR) 210-211

พร้อมฟังบรรยายจากวิทยากรพิเศษ โดยผู้เชี่ยวชาญจากภาครัฐ นักวิชาการ และผู้บริหารองค์กรภาคเอกชน ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ เพื่อรับมือกับความท้าทายของเศรษฐกิจโลกยุคใหม่ที่การดำเนินธุรกิจต้องควบคู่ไปกับการมีเป้าหมายในเรื่อง Net Zero

Ibusiness #2025NetZero