เหล็กเส้น (Steel bars) ในงานก่อสร้างอุตสาหกรรม

0
ขอมาแชร์ความรู้ "เหล็กเส้น" ในงานอุตสาหกรรม กันนะครับ ?
ขอมาแชร์ความรู้ "เหล็กเส้น" ในงานอุตสาหกรรม กันนะครับ ?

ขอมาแชร์ความรู้ “เหล็กเส้น” ในงานอุตสาหกรรม กันนะครับ โดยเหล็กเส้น หรือ Steel Bars เป็นวัสดุก่อสร้างชิ้นสำคัญที่ “ช่วยเสริมความแข็งแกร่ง”ให้กับงานคอนกรีตของโครงสร้างบ้าน ทั้งฐานราก เสา คาน พื้นผนัง ทำให้รับน้ำหนักได้มากขึ้น ทนต่อแรงดึงมากขึ้น

โดยสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ คือ

1. เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar)

เหล็กข้ออ้อย (Deformed Bar) – มีลักษณะเป็นปล้อง ๆ คล้ายอ้อย ตัวย่อ “DB” ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางทั่วไปคือ 12-16 มม. ความยาวมาตรฐานอยู่ที่ 10 และ 12 เมตร เหมาะสำหรับงานก่อสร้างเสริมคอนกรีตที่ต้องการ “โครงสร้างที่แข็งแรง” เช่น อาคารสูง ๆ คอนโดมิเนียม สะพาน สนามบิน ที่สามารถรองรับน้ำหนักมากได้

2. เหล็กเส้นกลม (Round Bar)

มีลักษณะผิวเรียบเกลี้ยง หน้าตัดกลม ตัวย่อ “RB” ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางทั่วไปคือ 6-25 มม. ความยาวมาตรฐานอยู่ที่ 10 และ 12 เมตร ใช้สำหรับงานโครงสร้าง ปลอกเสา ปลอกคาน เช่น งานก่อสร้างขนาดเล็ก และขนาดกลาง

การอ่าน Spec ของเหล็กเส้น

ปล. อันนี้ขอยกตัวอย่างเหล็กข้ออ้อยนะครับ โดยจากในภาพคือ ให้สังเกตที่ตัวอักษรนูนบนเนื้อเหล็กซึ่งจะแสดงซื่อผู้ผลิต หรือยี่ห้อ ชนิด ขนาด อย่างชัดเจน โดยสามารถดูสเปกได้จาก “ประเภท&ขนาด เช่น DB16” และ “ชั้นคุณภาพ เช่น DB40 ที่บอกถึงคุณสมบัติทางกล”

วิธีการตรวจสอบคุณภาพเหล็กเส้นกลมในงานก่อสร้าง

1. การตรวจสอบลักษณะภายนอก (Visual Inspection)

การตรวจสอบลักษณะภายนอก (Visual Inspection) – การตรวจสอบลักษณะภายนอกของเหล็กเส้นกลมเป็นขั้นตอนแรกที่ง่ายและสำคัญ ตรวจสอบว่าผิวของเหล็กเส้นไม่มีรอยสนิม รอยแตก หรือรอยบุบที่อาจเกิดจากการขนส่งหรือการเก็บรักษาที่ไม่ถูกต้อง

2. การตรวจสอบคุณสมบัติทางกล (Mechanical Properties Testing)

การตรวจสอบคุณสมบัติทางกล (Mechanical Properties Testing) – การตรวจสอบคุณสมบัติทางกลของเหล็กเส้นกลมเป็นสิ่งที่ต้องทำเพื่อให้แน่ใจว่าเหล็กมีความแข็งแรงพอที่จะใช้งานในโครงสร้าง

– การทดสอบแรงดึง (Tensile Test): เป็นการทดสอบเพื่อหาค่าความต้านทานแรงดึงสูงสุด (Ultimate Tensile Strength) และค่าความยืดหยุ่น (Yield Strength) ของเหล็กเส้น การทดสอบนี้จะบ่งบอกถึงความแข็งแรงของเหล็กและความสามารถในการยืดหยุ่นภายใต้แรงดึง

– การทดสอบความแข็ง (Hardness Test) ทดสอบความแข็งของเหล็กเส้นเพื่อให้แน่ใจว่ามีความแข็งแรงพอสมควรต่อการใช้งานในโครงสร้าง

3. การตรวจสอบทางเคมี (Chemical Composition Analysis)

การตรวจสอบทางเคมี (Chemical Composition Analysis) การตรวจสอบส่วนประกอบทางเคมีของเหล็กเส้นกลมเป็นขั้นตอนที่สำคัญเพื่อให้แน่ใจว่าเหล็กมีส่วนประกอบทางเคมีที่เหมาะสม

4. การตรวจสอบมาตรฐานและการรับรอง (Mill Certificate)

การตรวจสอบมาตรฐานและการรับรอง (Mill Certificate) – การตรวจสอบว่าเหล็กเส้นกลมผ่านการรับรองมาตรฐานที่กำหนดเป็นขั้นตอนสุดท้ายที่สำคัญนะครับ

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ #เหล็กเส้น #Steelbars #เหล็กข้ออ้อย #เหล็กกลม

ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาสัญจรประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “Towards a Greener and Safer Industry: อุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ที่ปลอดภัยและยั่งยืน”

0
Towards a Greener and Safer Industry อุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ที่ปลอดภัยและยั่งยืน
Towards a Greener and Safer Industry อุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ที่ปลอดภัยและยั่งยืน

กลับมาอีกครั้ง!! สัมมนาสัญจรโดย กรมโรงงานอุตสาหกรรม ร่วมกับ อินฟอร์มา มาร์เก็ตส์ ประเทศไทย 

 ขอเชิญเข้าร่วมงานสัมมนาสัญจรประจำปี 2568 ภายใต้หัวข้อ “Towards a Greener and Safer Industry: อุตสาหกรรมไทยยุคใหม่ที่ปลอดภัยและยั่งยืน” สานต่อแผนนโยบายของกรมโรงงานฯ ในการยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและสิ่งแวดล้อม สู่อุตสาหกรรมสีเขียว พร้อมสนับสนุนการพัฒนาและเพิ่มขีดความสามารถของภาคอุตสาหกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังมี นิทรรศการแสดงเทคโนโลยี ด้านหม้อไอน้ำ ปั๊ม วาล์ว การจัดการน้ำ และ สิ่งแวดล้อม จากงาน Boilex Asia & Pumps and Valves Asia และ Thai Water Expo 2025 

DATE : วันอังคารที่ 29 เมษายน 2568 , เวลา 09.00 – 16.00 น. 

Location : ณ ห้องโชติกา โรงแรมเซ็นทรัล เพลส จังหวัดสมุทรสาคร

ลงทะเบียนเพื่อเข้าฟังสัมมนา: https://bit.ly/3XxRbRK

#DIW#informamarkets#roadshow#preregistration#smartmaintenance#energysaving#watermanagement#environmental#technology#greenindustry

ขอเรียนเชิญร่วมงานสัมมนาเชิงวิชาการ 𝐓𝐒𝐌𝐄 𝐈𝐍𝐃𝐔𝐒𝐓𝐑𝐈𝐀𝐋 𝐒𝐄𝐌𝐈𝐍𝐀𝐑 ครั้งที่ 3

0
TSME ครั้งที่ 3 ลงทะเบียน
TSME ครั้งที่ 3 ลงทะเบียน

“เทคนิคการจัดการพลังงานเพื่อลดต้นทุนและการใช้ CAE ในงานหม้อน้ำและภาชนะรับแรงดัน”

🔰 #อบรมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย‼️
🔰 ได้รับ #คะแนนPDU 6 หน่วย และร่วมกิจกรรมลุ้นรับของรางวัลมากมาย

รับจำนวนจำกัด ❌❌

⛔ หมดเขตลงทะเบียน 1 เม.ย. 2568 ⛔
และ ผู้จัดงานขอสงวนสิทธิ์ในการคัดเลือกผู้เข้าร่วมสัมมนาหากมีผู้สมัครเกินจำนวน

📅 วันพฤหัสบดีที่ 3 เมษายน พ.ศ.2568
⏰ เวลา 8.30 – 17.00 น.
📍 ณ ห้องประชุม 271501 อาคาร 27 คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

📝 สมัคร/ลงทะเบียน : https://forms.gle/w4p2T1oRpbgngRyv9

🏢 สถานที่จัดงาน : https://maps.app.goo.gl/NDXr6UTnKEtSCQad6

🔊 ที่จอดรถ : https://maps.app.goo.gl/VEvkqWxet5X3Mig66

อัปเดตข่าวสาร #ด้านหม้อน้ำ และกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ก่อนใครได้ที่

กิจกรรมที่จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้ ก่อนใครได้ที่

🌐 Facebook : https://www.facebook.com/oncethroughboiler
🌐 Facebook : https://www.facebook.com/share/18SbgaLemn/?mibextid=wwXIfr
🌎 YouTube: https://www.youtube.com/@oncethroughboiler
📱 Line OA : @oncethroughboiler หรือ Click👉🏻 https://lin.ee/lYCccd6
☎️ Tel : 02 321 3650 , 092 223 7742

อบรมฟรี #หม้อน้ำ #ระบบไอน้ำ #วันซ์ทรูบอยเลอร์ #พลังงาน #SEMINAR #Boiler #OncethroughBoiler #Energy #Efficiency #ProfessionalBoiler

Electronic Differential Pressure Transmitter (EDP) ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการวัดความดัน

0
Electronic Differential Pressure Transmitter (EDP): ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการวัดความดัน
Electronic Differential Pressure Transmitter (EDP): ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีการวัดความดัน

Electronic Differential Pressure Transmitter (EDP) คือเครื่องมือที่ใช้เทคโนโลยีอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการวัด ความดันแตกต่าง (Differential Pressure, DP) ระหว่างสองจุดในระบบต่าง ๆ เช่น กระบวนการอุตสาหกรรม ระบบส่งของเหลว และระบบก๊าซ เครื่องมือประเภทนี้มีความสำคัญอย่างมากในงานควบคุมกระบวนการและการวัด เพื่อเพิ่มความแม่นยำและประสิทธิภาพในบทความนี้ เราจะอธิบายเกี่ยวกับหลักการทำงาน คุณสมบัติ การใช้งานในอุตสาหกรรม และข้อพิจารณาในการเลือกใช้ EDP

หลักการทำงานของ Electronic Differential Pressure Transmitter (EDP)

Electronic Differential Pressure Transmitter ใช้เซ็นเซอร์ที่ตรวจวัดความดันของสองตำแหน่ง (High Pressure Side และ Low Pressure Side) เพื่อหาค่าความดันแตกต่าง โดยค่าที่วัดได้จะถูกแปลงเป็นสัญญาณไฟฟ้า (เช่น 4-20 mA หรือสัญญาณดิจิทัล) และส่งต่อไปยังระบบควบคุม

สมการของความดันแตกต่าง

ประเภทของ Electronic Differential Pressure Transmitter (EDP)

1. Wet-Wet Differential Pressure Transmitter

  • วัดความดันแตกต่างของของเหลวในทั้งสองฝั่ง
  • เหมาะสำหรับระบบที่มีของเหลวเป็นตัวกลาง เช่น ระบบปั๊มน้ำ

2. Wet-Dry Differential Pressure Transmitter

  • ใช้ในระบบที่มีของเหลวในฝั่งหนึ่งและแก๊สในอีกฝั่ง
  • ตัวอย่างเช่น การวัดระดับของเหลวในถังปิด
ภาพตัวอย่าง Wet-Dry Differential Pressure Transmitter

3. Dry-Dry Differential Pressure Transmitter

  • ใช้ในระบบที่มีอากาศหรือแก๊สทั้งสองฝั่ง
  • เหมาะสำหรับการวัดแรงดันในระบบอากาศ
รูปแสดง เครื่องมือการวัดความดันแตกต่างชนิดไม่ fill liquid

การเลือกใช้ Electronic Differential Pressure Transmitter (EDP) อย่างเหมาะสม

การเลือก EDP สิ่งที่ต้องคำนึงถึง นอกจากความแม่นยำ (Accuracy) และ ความเที่ยงตรง (Precision) แล้ว สิ่งที่ต้องพิจารณาเพิ่มเติมในการใช้งาน EDP จะต้องคำนึงถึงสภาพแวดล้อม และปัจจัยอื่นๆเพิ่มเติม ซึ่งแอดได้แบ่งเป็นข้อๆ ดังนี้ครับ

  1. ช่วงแรงดัน (Pressure Range): เลือกเครื่องมือที่สามารถรองรับค่าความดันที่ต้องการวัดได้
  2. วัสดุที่สัมผัสของเหลว (Wetted Materials): ใช้วัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อนในกรณีที่ของเหลวมีฤทธิ์เคมี
  3. สภาพแวดล้อม (Environment): หากติดตั้งในพื้นที่ที่มีการสั่นสะเทือนหรือฝุ่นมาก ควรเลือกเครื่องมือที่มีความทนทาน
  4. การเชื่อมต่อสัญญาณ (Connection): พิจารณาการรองรับโปรโตคอลการสื่อสารที่ใช้ในโรงงาน เช่น HART หรือ Modbus
VEGA test1

ตัวอย่างการใช้งาน Electronic Differential Pressure Transmitter ในอุตสาหกรรม

1. การวัดการไหล (Flow Measurement)

  • ใช้คู่กับ Orifice Plate, Venturi Tube, หรือ Pitot Tube เพื่อวัดอัตราการไหลของของเหลวหรือแก๊ส
  • ค่าความดันแตกต่างถูกแปลงเป็นอัตราการไหลผ่านสมการการไหล
รูปแสดง การประยุกต์ใช้ EDP ในการวัด Flow

2. การวัดระดับ (Level Measurement):

  • ใช้ในถังปิดหรือถังแรงดัน โดยการคำนวณระดับของเหลวจากความดันที่เกิดขึ้น
รูปแสดง การประยุกต์ใช้ EDP ในการวัดระดับ

3. การวัดแรงดันในระบบกรอง (Filter Monitoring)

  • วัดความดันแตกต่างระหว่างด้านเข้าและออกของตัวกรอง เพื่อระบุสถานะของตัวกรอง (เช่น ว่าตันหรือไม่)

4. การควบคุมกระบวนการ (Process Control)

  • ใช้ในโรงงานปิโตรเคมี โรงไฟฟ้า หรือโรงงานอาหาร เพื่อควบคุมแรงดันในกระบวนการผลิต

สรุป

Electronic Differential Pressure Transmitter (EDP) เป็นเครื่องมือที่ทันสมัยและมีความแม่นยำสูงสำหรับการวัดความดันแตกต่างในงานอุตสาหกรรมหลากหลายประเภท ด้วยเทคโนโลยีที่รองรับการสื่อสารดิจิทัลและการปรับแต่งที่ยืดหยุ่น ทำให้ EDP เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับการควบคุมกระบวนการในอุตสาหกรรมยุคใหม่ อย่างไรก็ตาม การเลือกใช้ควรคำนึงถึงความเหมาะสมกับลักษณะงานเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่คุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุด

*********************************************

VEGA test1

สำหรับบทความนี้ขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากทาง VEGA (Thailand) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายอุปกรณ์ วัดระดับ และ แรงดัน ในโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆในประเทศไทย

Tel : 02-700-9240

email : [email protected]

website : https://www.vega.com/en-th

VEGA tie-in lineOA

*********************************************

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ #Vega #Level #Transmitter

ระบบ DCS (Distributed Control System) ในโรงงานอุตสาหกรรม

0
ระบบ DCS (Distributed Control System) ในโรงงานอุตสาหกรรม
ระบบ DCS (Distributed Control System) ในโรงงานอุตสาหกรรม

ระบบ DCS หรือ Distributed Control System เป็นระบบควบคุมที่มีความสำคัญต่อกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ด้วยความสามารถในการกระจายการควบคุมและการตรวจสอบระบบที่มีหลายหน่วยย่อย DCS ช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความเสถียร และความปลอดภัยในกระบวนการผลิตที่ซับซ้อน เช่น อุตสาหกรรมเคมี ปิโตรเลียม และพลังงาน

องค์ประกอบของระบบ DCS

องค์ประกอบของ DCS อาจแตกต่างกันบ้างในแต่ละยี่ห้อ ซึ่งในแต่ละยี่ห้อจะมีจุดเด่นและมีเอกลักษณ์ของตัวเอง แต่ในภาพรวมโดยหลักๆแล้ว DCS จะมีองค์ประกอบสำคัญๆที่ไม่แตกต่างกันมาก ซึ่งจะมีองค์ประกอบดังนี้ครับ

  1. Field Control Station
    • หน่วยควบคุมที่ติดตั้งในพื้นที่ของกระบวนการผลิต
รูปแสดงถึงระบบตู้ Field control station
  1. Human-Machine Interface (HMI)
    • ส่วนติดต่อระหว่างมนุษย์กับเครื่องจักร
    • ใช้สำหรับการตรวจสอบและควบคุมกระบวนการผ่านหน้าจอแสดงผล เช่น การตรวจดูสถานะของระบบ หรือการตั้งค่าพารามิเตอร์ต่างๆ
รูปแสดงถึงระบบ Human Machine Interface
  1. Field Instrumentation
    • อุปกรณ์ที่ใช้วัดและตรวจสอบค่าต่างๆ ในกระบวนการ เช่น อุณหภูมิ ความดัน อัตราการไหล และระดับ
    • ส่งข้อมูลไปยัง Field Control Station เพื่อการประมวลผล
รูปแสดงถึงตัวอย่าง Field Instrumentation
  1. Communication Network
    • ระบบเครือข่ายที่เชื่อมต่อส่วนประกอบต่างๆ ของ DCS
    • ใช้โปรโตคอลการสื่อสารเฉพาะ เช่น Modbus, Profibus, หรือ Ethernet
รูปแสดงถึงระบบ Communication network ซึ่งใช้ระบบ LAN
  1. Engineering Workstation
    • ใช้สำหรับการออกแบบและเขียนโปรแกรมระบบควบคุมและช่วยในการกำหนดลอจิกควบคุม การตั้งค่าพารามิเตอร์ และการบำรุงรักษา

หลักการทำงานของ DCS

1. การกระจายการควบคุม

ระบบ DCS จะแบ่งการควบคุมออกเป็นหลายหน่วยย่อย (Control Station) ซึ่งแต่ละหน่วยสามารถทำงานอย่างอิสระ

2. การทำงานแบบเรียลไทม์

ช่วยให้กระบวนการผลิตดำเนินไปอย่างราบรื่นและลดเวลาในการตอบสนองต่อเหตุการณ์ฉุกเฉิน

3. ความปลอดภัย

DCS มีฟังก์ชันการตรวจสอบและการป้องกันที่ช่วยลดความเสี่ยงจากความผิดพลาดในกระบวนการผลิต

4. ความเสถียร

การกระจายการควบคุมช่วยลดผลกระทบหากเกิดปัญหากับหน่วยควบคุมใดหน่วยหนึ่ง

5. ลดภาระงานของผู้ปฏิบัติงาน

ด้วยระบบอัตโนมัติที่สามารถตรวจสอบและควบคุมกระบวนการได้เอง ผู้ปฏิบัติงานสามารถมุ่งเน้นไปที่การวางแผนและการปรับปรุงกระบวนการ

การเลือกใช้งาน DCS

  1. ลักษณะของกระบวนการผลิต DCS เหมาะสำหรับกระบวนการที่มีความต่อเนื่อง 24/7 เช่น อุตสาหกรรมเคมีและพลังงาน
  2. ความซับซ้อนของระบบ หากกระบวนการมีหลายขั้นตอนและต้องการควบคุมแบบเรียลไทม์ ควรเลือก DCS
  3. ความเสถียร ระบบ DCS มีความเสถียรค่อนข้างสูงซึ่งหากมีงาน Modify ต่างๆเพิ่มเติมอาจรบกวนระบบที่กำลังทำงานอยู่น้อยมาก
  4. งบประมาณ DCS จะมีต้นทุนสูงกว่า PLC เพราะฉะนั้นในบางโครงการ อาจต้องพิจารณา Input / Output point ให้เหมาะสม และรองรับการขยายเพิ่มเติมในอนาคต

สรุป

ระบบ DCS เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความปลอดภัยในกระบวนการผลิตที่ซับซ้อนในโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยความสามารถในการกระจายการควบคุมและการประมวลผลแบบเรียลไทม์ DCS ช่วยลดความเสี่ยง เพิ่มความยืดหยุ่น และรองรับการขยายระบบในอนาคต แม้ต้นทุนเริ่มต้นจะสูง แต่ประโยชน์ที่ได้รับในระยะยาวทำให้ DCS เป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับโรงงานที่ต้องการความมั่นคงและความต่อเนื่องในการดำเนินงาน

****************************************

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ

จากทาง “Seus Engineering” นะครับ ผู้เชี่ยวชาญระบบไฟฟ้าและระบบคุมคุมอุตสาหกรรมประสบการณ์มากกว่า 19 ปี รับบริการงาน EPC (Engineering, Procurement and Construction)ในกลุ่มงานของ Electrical and Instrumentation และ Control System

ช่องทางการติดต่อ :

คุณอาณัติ ,Tel. 088-982-9793 email: [email protected]
คุณอรรถพล Tel. 087-327-9116 email: [email protected]

Website : https://www.seusengineering.com

****************************************

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ 

Single Line Diagram (SLD) Drawing ที่มีความสำคัญทางไฟฟ้า

0
Single Line Diagram (SLD) Drawing ที่มีความสำคัญทางไฟฟ้า

Single Line Diagram (SLD) หรือบางคนเรียกว่า One-line Diagram เป็นเอกสารทางวิศวกรรมที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในระบบไฟฟ้า โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมและระบบไฟฟ้าขนาดใหญ่ ซึ่ง SLD ถูกใช้เพื่อแสดงให้เห็นถึงแผนผังของการกระจายพลังงานไฟฟ้าในระบบโดยใช้สัญลักษณ์และเส้นเพียงเส้นเดียว เพื่อแสดงระบบไฟฟ้าได้อย่างกระชับและชัดเจน แม้ว่าในความเป็นจริง ระบบจะมีสายไฟฟ้าหลายสายที่เชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆ แต่ SLD จะลดความซับซ้อนของการนำเสนอให้เหลือเพียงเส้นเดียวเพื่อการวิเคราะห์และออกแบบที่ง่ายขึ้น

ความสำคัญของ Single Line Diagram

  1. การออกแบบและวางแผนระบบไฟฟ้า SLD เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้วิศวกรสามารถออกแบบระบบไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยให้ข้อมูลที่จำเป็นเกี่ยวกับการเชื่อมต่อระหว่างแหล่งจ่ายไฟ อุปกรณ์ป้องกัน และโหลดไฟฟ้า นอกจากนี้ SLD ยังช่วยในการวางแผนการใช้พลังงานในระบบ เพื่อให้มั่นใจว่ามีการกระจายพลังงานอย่างเหมาะสม
  1. การวิเคราะห์ระบบ ในกรณีที่เกิดปัญหาในระบบไฟฟ้า เช่น ไฟฟ้าขัดข้องหรืออุปกรณ์ชำรุด SLD สามารถใช้ในการวิเคราะห์และระบุปัญหาได้ง่ายขึ้น เช่น การตรวจสอบว่าเบรกเกอร์ตัวใดตัดไฟหรือโหลดใดที่มีการใช้พลังงานเกินกำหนด

การสื่อสารกับบุคคลอื่นๆ ข้อมูล SLD ช่วยให้การสื่อสารระหว่างทีมงานต่างๆ เช่น ทีมออกแบบ ทีมติดตั้ง และทีมซ่อมบำรุง เป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากเอกสารนี้แสดงข้อมูลที่ทุกคนสามารถเข้าใจได้ในรูปแบบที่เป็นมาตรฐาน

ส่วนประกอบสำคัญของ Single Line Diagram

  1. แหล่งจ่ายไฟฟ้า (Power Source) แหล่งจ่ายไฟฟ้าอาจเป็นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า (Generator) หรือหม้อแปลงไฟฟ้า (Transformer) โดยใน SLD จะแสดงสัญลักษณ์ของแหล่งจ่ายไฟพร้อมกับข้อมูลสำคัญ เช่น กำลังไฟฟ้า (kVA) และแรงดันไฟฟ้า (Voltage)
  2. สายไฟฟ้า (Conductors) ใน SLD เส้นที่แสดงถึงสายไฟฟ้าจะเป็นเส้นตรงเดียว ซึ่งใช้แทนสายไฟหลายสายในความเป็นจริง เช่น สายไฟสามเฟส (3-phase) และสายกราวด์
  3. อุปกรณ์ป้องกัน (Protective Devices) SLD จะแสดงอุปกรณ์ป้องกัน เช่น เบรกเกอร์ (Circuit Breaker) ฟิวส์ (Fuse) และรีเลย์ป้องกัน (Protective Relay) ซึ่งช่วยป้องกันความเสียหายต่อระบบในกรณีที่เกิดไฟฟ้าลัดวงจรหรือโหลดเกิน
  4. โหลดไฟฟ้า (Loads) โหลดไฟฟ้าอาจเป็นมอเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า หรือโหลดอื่นๆ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า SLD จะระบุประเภทของโหลดพร้อมข้อมูลกำลังไฟฟ้าและแรงดันที่ใช้
  5. Busbar Busbar/Bus duct เป็นตัวกลางในการเชื่อมต่อแหล่งจ่ายไฟกับโหลดหรืออุปกรณ์อื่นๆ ใน SLD จะมีสัญลักษณ์เป็นเส้นหนาหรือเส้นคู่เพื่อแสดงการเชื่อมต่อ
  6. สวิตช์และไอโซเลเตอร์ (Switches and Isolators) ใช้สำหรับควบคุมและแยกส่วนของระบบไฟฟ้าเพื่อความปลอดภัยในการซ่อมบำรุงหรือการเปลี่ยนอุปกรณ์

ขั้นตอนการสร้าง Single Line Diagram

  1. รวบรวมข้อมูลพื้นฐาน ข้อมูลที่ต้องเตรียมก่อนเริ่มสร้าง SLD ได้แก่
    • แหล่งจ่ายไฟฟ้า
    • ประเภทและจำนวนโหลดไฟฟ้า
    • อุปกรณ์ป้องกัน
    • การเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์
  2. กำหนดรูปแบบและมาตรฐาน การสร้าง SLD ควรใช้มาตรฐานที่เหมาะสม เช่น IEC 60617 หรือ IEEE Std 315 เพื่อให้แน่ใจว่าสัญลักษณ์และรูปแบบที่ใช้เข้าใจได้ง่ายและเป็นที่ยอมรับในวงการ
  3. ร่างแผนผังเบื้องต้น เริ่มจากการวาดแหล่งจ่ายไฟที่ต้นทาง และต่อเนื่องไปยังโหลดไฟฟ้าผ่านสายไฟฟ้า อุปกรณ์ป้องกัน และ Busbar
  4. ตรวจสอบความถูกต้อง ตรวจสอบว่า SLD แสดงข้อมูลครบถ้วนและถูกต้อง โดยพิจารณาจากแรงดันไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า และกำลังไฟฟ้าในแต่ละส่วนของระบบ

การใช้งาน Single Line Diagram ในโรงงานอุตสาหกรรม

  1. การบำรุงรักษาระบบไฟฟ้า  SLD เป็น Drawing ที่สำคัญสำหรับทีมงานบำรุงรักษาในการตรวจสอบและซ่อมแซมอุปกรณ์ไฟฟ้า บางครั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าจำเป็นต้องมีการวางแผนในการตัดไฟฟ้าก่อนการซ่อมบำรุง ซึ่ง SLD จะมีความสำคัญอย่างมากในการระบุขั้นตอนการตัดไฟฟ้า
  2. การฝึกอบรม SLD สามารถใช้ในการฝึกอบรมพนักงาน เพื่อให้เข้าใจโครงสร้างและการทำงานของระบบไฟฟ้าในโรงงาน
  3. การวางแผนขยายระบบ หากโรงงานต้องการขยายระบบไฟฟ้า SLD เป็นข้อมูลพื้นฐานที่ช่วยให้วิศวกรสามารถวางแผนและออกแบบระบบเพิ่มเติมได้อย่างถูกต้อง

สรุป

Single Line Diagram เป็นเอกสารที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในงานวิศวกรรมไฟฟ้า โดยเฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรม SLD ช่วยให้การออกแบบ การบำรุงรักษา และการขยายระบบไฟฟ้าทำได้อย่างมีประสิทธิภาพ ด้วยการนำเสนอข้อมูลในรูปแบบที่กระชับและเข้าใจง่าย การออกแบบและใช้งาน SLD อย่างถูกต้องจะช่วยลดความซับซ้อนของระบบและเพิ่ม

****************************************

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ

จากทาง “Seus Engineering” นะครับ ผู้เชี่ยวชาญระบบไฟฟ้าและระบบคุมคุมอุตสาหกรรมประสบการณ์มากกว่า 19 ปี รับบริการงาน EPC (Engineering, Procurement and Construction)ในกลุ่มงานของ Electrical and Instrumentation และ Control System

ช่องทางการติดต่อ :

คุณอาณัติ ,Tel. 088-982-9793 email: [email protected]
คุณอรรถพล Tel. 087-327-9116 email: [email protected]

Website : https://www.seusengineering.com

****************************************

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ 

ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับระบบควบคุมด้วย PLC

0
ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับระบบควบคุมด้วย PLC
ความเข้าใจพื้นฐานเกี่ยวกับระบบควบคุมด้วย PLC

ระบบควบคุมด้วย PLC (Programmable Logic Controller) เป็นหัวใจสำคัญของการควบคุมกระบวนการในโรงงานอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ด้วยความสามารถในการประมวลผลสัญญาณแบบดิจิทัลและอะนาล็อก PLC จึงถูกนำมาใช้แทนวงจรรีเลย์แบบเดิมโดยผู้คิดค้นเป็นวิศวกรไฟฟ้า และช่วยเพิ่มความยืดหยุ่น ความแม่นยำ และความสะดวกสบายในการปรับเปลี่ยน (Modify) ควบคุมระบบต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

องค์ประกอบสำคัญของ PLC

  1. หน่วยประมวลผลกลาง (Central Processing Unit – CPU)
    • ทำหน้าที่ประมวลผลข้อมูลและควบคุมการทำงานของระบบ
    • รับคำสั่งจากโปรแกรมที่เขียนในรูปแบบ Ladder Diagram, Function Block Diagram (FBD) หรือ Structured Text (ST)
  1. หน่วยความจำ (Memory)
    • ใช้เก็บโปรแกรมควบคุมและข้อมูลชั่วคราวที่เกี่ยวข้องกับการทำงาน
    • แบ่งออกเป็นสองประเภทหลัก ได้แก่ RAM และ ROM
  2. โมดูลอินพุต (Input Module)
    • รับสัญญาณจากอุปกรณ์ภายนอก เช่น เซนเซอร์, สวิตช์ หรือปุ่มกด
    • มีทั้งอินพุตแบบดิจิทัลและอะนาล็อก
  1. โมดูลเอาต์พุต (Output Module)
    • ส่งสัญญาณไปยังอุปกรณ์ต่างๆ เช่น มอเตอร์, วาล์ว หรือหลอดไฟ
    • เอาต์พุตมีทั้งแบบดิจิทัลและอะนาล็อก
  2. แหล่งจ่ายไฟ (Power Supply)
    • จ่ายพลังงานให้กับ CPU, โมดูลอินพุต/เอาต์พุต และอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อ
  1. การสื่อสาร (Communication Interface)
    • ช่วยให้ PLC สามารถเชื่อมต่อและแลกเปลี่ยนข้อมูลกับระบบอื่น เช่น SCADA หรือ HMI

การเขียนโปรแกรม PLC

  1. Ladder Diagram (LD)
    • รูปแบบการเขียนโปรแกรมที่ได้รับความนิยมที่สุด
    • มีลักษณะคล้ายวงจรรีเลย์ ทำให้เข้าใจง่ายสำหรับวิศวกรไฟฟ้า
  1. Function Block Diagram (FBD)
    • ใช้บล็อกฟังก์ชันเพื่อแสดงกระบวนการควบคุม
    • เหมาะสำหรับงานที่ซับซ้อน
  1. Structured Text (ST)
    • ใช้คำสั่งในรูปแบบของภาษาโปรแกรม
    • เหมาะสำหรับงานที่ต้องการการคำนวณที่ซับซ้อน
  1. Sequential Function Chart (SFC)
    • ใช้สำหรับงานที่มีลำดับขั้นตอนชัดเจน
  1. Instruction List (IL)
    • รูปแบบการเขียนโปรแกรมแบบข้อความที่คล้ายกับ Assembly Language

การเลือกใช้ PLC

  1. ขนาดของระบบ
    • เลือก PLC ที่มีจำนวนอินพุตและเอาต์พุตเหมาะสมกับงาน
  2. ความเร็วในการประมวลผล
    • สำหรับงานที่ต้องการการตอบสนองเร็ว เช่น ระบบควบคุมมอเตอร์ความเร็วสูง
  3. การสื่อสาร
    • เลือก PLC ที่รองรับโปรโตคอลการสื่อสารที่เหมาะสม เช่น Modbus, Profibus, หรือ Ethernet
  4. สภาพแวดล้อมการทำงาน
    • PLC ควรทนต่ออุณหภูมิ ความชื้น และสัญญาณรบกวนในพื้นที่ติดตั้ง
  5. ความสามารถในการขยาย
    • ควรเลือก PLC ที่สามารถเพิ่มโมดูลได้ในอนาคต

สรุป

PLC เป็นเครื่องมือสำคัญในระบบควบคุมอัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความแม่นยำของกระบวนการผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม ด้วยความยืดหยุ่นในการควบคุม การเขียนโปรแกรมที่หลากหลาย และความสามารถในการขยายระบบ PLC จึงเหมาะสมกับงานควบคุมในทุกระดับ ตั้งแต่ระบบขนาดเล็กไปจนถึงระบบที่ซับซ้อนในโรงงานขนาดใหญ่

****************************************

ขอขอบคุณผู้สนับสนุนอย่างเป็นทางการ

จากทาง “Seus Engineering” นะครับ ผู้เชี่ยวชาญระบบไฟฟ้าและระบบคุมคุมอุตสาหกรรมประสบการณ์มากกว่า 19 ปี รับบริการงาน EPC (Engineering, Procurement and Construction)ในกลุ่มงานของ Electrical and Instrumentation และ Control System

ช่องทางการติดต่อ :

คุณอาณัติ ,Tel. 088-982-9793 email: [email protected]
คุณอรรถพล Tel. 087-327-9116 email: [email protected]

Website : https://www.seusengineering.com

****************************************

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ 

ลงทะเบียนเข้าร่วมงาน Intelligent Asia Thailand 2025  ได้แล้ววันนี้

0
Intelligent asia thailand 2025
Intelligent asia thailand 2025

เต็มอิ่มกับสิทธิพิเศษ พร้อมอัปเดตเทรนด์เจาะลึกด้านวงจรอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ จากผู้เชี่ยวชาญในอุตสาหกรรม

คุ้มขนาดนี้ พลาดไม่ได้! สิทธิพิเศษสำหรับการลงทะเบียนเป็นหมู่คณะ (5 ท่านขึ้นไป) สนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางรับบัตรเข้างานผ่านช่องทางพิเศษ

สัมมนาฟรี ทุกหัวข้อ  SPS Stage , PCB Seminars, TECH Stage


ลงทะเบียน ฟรี! ไม่มีค่าใช้จ่าย: https://shorturl.asia/f3w5a

วันที่ : 6 – 8 มีนาคม 2568

สถานที่: ฮอลล์ 102-103  ไบเทค บางนา

รายละเอียดงาน https://intelligentasia-thailand.chanchao.com.tw/en

สอบถามเพิ่มเติม 0-2128-0941

เข้างานฟรี! (กรุณาแต่งกายสุภาพ)

#IntelligentAsiaThailand2025 #IntelligentAsiaThailand #AutomationThailand #SPSStage #PCBSeminars #TECHStage #งานแสดงสินค้าอุตสาหกรรม #การผลิตอัจฉริยะ

เออร์เซน (Aerzen) ชูแนวคิด BCG Model เปิดตัวบริการ “Subscription Plan” ตอบโจทย์อุตสาหกรรมยุคใหม่ สนับสนุนการเติบโตอย่างยั่งยืน

0
Aerzen blower wallpaper
Aerzen blower wallpaper

เออร์เซน (Aerzen) ผู้นำด้ำนเทคโนโลยี Oil-free Blower และ Oil-free Compressor ที่มีประวัติ ยาวนานกว่า 160 ปี ประกาศเปิดตัวบริการ Subscription Plan ครั้งแรกในกลุ่มอุตสำหกรรม สร้างความ คล่องตัวให้ภาคอุตสำหกรรม ปรับเปลี่ยนแนวคิดจากการซื้อเครื่องจักรมาเป็นระบบ Subscription ซึ่ง ออกแบบได้ตามความต้องการของผู้ใช้งาน

พร้อมยกระดับมาตรฐานความยั่งยืนให้สอดคล้องกับแนวคิด BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) มุ่งใช้ทรัพยากรอย่างคุ้มค่า ลดมลพิษ และส่งเสริมเศรษฐกิจหมุนเวียนอย่างยั่งยืน

แนวคิด “Subscription Plan” – Aerzen Thailand

นายชิงชัน กุศลธรรมรัตน์ Rental Manager, Aerzen Thailand เปิดเผยว่า เราเชื่อมั่นว่าความ ยั่งยืนไม่ได้เป็นเพียงกระแส แต่คือหัวใจสําคัญของการดําเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน การเปิดตัว “Subscription Plan” ในครั้งนี้ สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของเออร์เซนในการเปิดโอกาสให้ทุกธุรกิจสามารถ เข้าถึงเทคโนโลยีล้ําสมัยได้อย่างสะดวกยิ่งขึ้น โดยไม่จําเป็นต้องใช้เงินลงทุนจํานวนมากอีกต่อไป พร้อม ปรับใช้งานให้เหมาะสมตามความต้องการจริงในแต่ละโครงการ เพื่อส่งเสริมให้ธุรกิจเติบโตอย่างมีความ รับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

“การใช้เครื่องจักรอุตสาหกรรมแบบ “Subscription Plan” ช่วยลดความซับซ้อนในการบํารุงรักษา เครื่องจักร เพราะเครื่องจักรจะได้รับการดูแลจากผู้ผลิตโดยตรง โมเดล Subscription Plan นี้ช่วยให้ภาค ธุรกิจและโรงงานเลือกใช้เครื่องเป่าลมและเครื่องอัดอากาศได้ตรงกับความต้องการจริง ลดการใช้งาน พลังงานเกินจําเป็น และลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามหลักเศรษฐกิจสีเขียว (Green Economy)”

เทคโนโลยีไร้น้ํามัน (Oil-Free) ของ เออร์เซน (Aerzen)

นายชิงชัน กล่าว ทั้งนี้ เออร์เซน (Aerzen) ได้มุ่งลดมลพิษและยกระดับมาตรฐานความสะอาด เพื่อคุณค่าต่อสังคม ด้วยเครื่องเป่าลม (Blower) และเครื่องอัดอากาศ (Compressor) ที่ใช้เทคโนโลยีไร้น้ํามัน (Oil-Free) ของ เออร์เซน (Aerzen) ได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 8573-1 Class 0 ทําให้ไม่เกิดการปนเปื้อนของน้ํามันใน กระบวนการผลิต โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมที่ต้องการความสะอาดและความปลอดภัยในระดับสูง เช่น อาหาร เครื่องดื่ม ปิโตรเคมี และอิเล็กทรอนิกส์ การปรับเปลี่ยนรูปแบบการใช้เครื่องจักรไปสู่ระบบ Subscription นอกจากจะเป็นการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพแล้ว ยังช่วยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและลดมลพิษในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นก้าวสําคัญในการดูแลคุณภาพชีวิตของผู้ปฏิบัติงานชุมชน และสังคมโดยรวม


แนวคิด “Subscription Plan” ทําให้ผู้ประกอบการไม่จําเป็นต้องใช้เงินลงทุนจํานวนมากในคราว เดียวไปกับเครื่องจักรขนาดใหญ่อีกต่อไป เมื่อไม่ใช้งาน ผู้ประกอบการไม่จําเป็นต้องรับผิดชอบค่าดูแลหรือ ค่าซ่อมบํารุงเพิ่มเติม Aerzen จะนําเครื่องจักรกลับมาบํารุงรักษาตามมาตรฐานที่เข้มงวด พร้อมทั้ง ตรวจสอบให้เป็นไปตามข้อกําหนด เพื่อเตรียมให้ผู้ใช้รายใหม่สามารถเช่าไปใช้งานต่อได้อย่างมั่นใจ เป็น การขับเคลื่อน เศรษฐกิจหมุนเวียน โดยที่ทรัพยากรไม่ถูกปล่อยทิ้งให้สูญเปล่าพร้อมก้าวสู่ความยั่งยืนกับ เออร์เซน (Aerzen) เปลี่ยนวิธีการดําเนินธุรกิจของคุณให้เป็นมิตรกับ สิ่งแวดล้อมด้วย Subscription Plan บริการที่ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของธุรกิจยุคใหม่ พร้อมสนับสนุนแนวคิด BCG Model (Bio-Circular-Green Economy) เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืน

***************************

Arzen blower Banner2

ติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ :
LinkedIn: Aerzen Rental Asia Pacific
Facebook: Aerzen Rental Asia Pacific
Instagram: aerzenrentalth
Website: www.aerzenrentalth.com
สอบถามโทร : 038 015 488 อีเมล [email protected]


ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนแปลงสู่อนาคตที่ยั่งยืนกับ เออร์เซน (Aerzen)
ติดต่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือสัมภาษณ์ผู้บริหาร
ฝ่ายสื่อสารองค์กร เออร์เซน (ประเทศไทย)
โทร. 038 015 488
อีเมล: [email protected]

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ #Aerzen #Blower

ขอเชิญเข้าร่วมอบรม “Cyber…ภัยเงียบที่อาจมาโดยไม่ทันตั้งตัว!”

0
ขอเชิญเข้าร่วมอบรม "Cyber…ภัยเงียบที่อาจมาโดยไม่ทันตั้งตัว!"
ขอเชิญเข้าร่วมอบรม "Cyber…ภัยเงียบที่อาจมาโดยไม่ทันตั้งตัว!"

ขอเชิญเข้าร่วมอบรม Cyber Security 40 ที่นั่ง ฟรี! มูลค่า 990 บาท/คน เพื่อเสริมสร้างความรู้และความเข้าใจในการป้องกันภัยไซเบอร์

ลงทะเบียน : https://forms.gle/d5UNqZLbR9ABYy786


พบกันที่ สถาบันไทยเยอรมัน อมตะซิตี้ จังหวัดชลบุรี

สิ่งที่คุณจะได้รับ:

  • อาหารว่างฟรี
  • ใบรับรองการอบรม
  • เสริมความปลอดภัยให้กับองค์กร ลดความเสี่ยงทางไซเบอร์
  • เรียนรู้จากผู้เชี่ยวชาญแบบเจาะลึก

อย่ารอช้า โอกาสดีๆ แบบนี้มีจำนวนจำกัด

#อบรมฟรี #SecurityAwareness #CyberSecurity