การตรวจสอบรอยร้าวของโครงสร้างคอนกรีต [EP.2]

สวัสดีค่ะ กลับมาพบกันอีกแล้วนะคะ จากที่ทราบกันแล้วว่าสาเหตุรอยร้าวของโครงสร้างคอนกรีตได้แบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆ 4 ประเภท ซึ่งใน EP.1 ได้อธิบายเกี่ยวกับรอยร้าว 2 ประเภทแรกไปแล้ว ได้แก่ 1.รอยร้าวเกิดจากคุณภาพวัสดุและฝีมือการทำงานที่ไม่ดี และ 2.รอยร้าวเกิดจากเสื่อมสภาพของวัสดุ ดังนั้นวันนี้จะมาแชร์เนื้อหาความรู้รอยร้าวอีก 2 ประเภทที่เหลืออยู่ ไปติดตามกันเลยค่ะ

กลับไปอ่าน >> การตรวจสอบรอยร้าวของโครสร้างคอนกรีต [EP.1]

สาเหตุรอยร้าวของโครงสร้างคอนกรีต แบ่งออกเป็น 4 ประเภท

ประเภทที่ 1 และ 2 สามารถติดตามได้ใน [EP.1] ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น ส่วนใน [EP.2] นี้กล่าวถึงรอยร้าวของ 2 ประเภทสุดท้าย ได้แก่ 3.รอยร้าวเกิดจากโครงสร้างรับน้ำหนักบรรทุกเกินกำลัง และ 4.รอยร้าวเกิดจากฐานรากทรุดตัว

3. รอยร้าวเกิดจากโครงสร้างรบน้ำหนักบรรทุกเกินกำลัง

โครงสร้างจะแอ่นตัวและส่งผลให้เกิดรอยร้าว การที่โครงสร้างรับน้ำหนักไม่ได้นั้นเกิดจากสาเหตุดังนี้

1.หน้าตัดของโครงสร้างที่มีขนาดเล็กเกินไป

2.เหล็กเสริมในโครงสร้างผิดทิศทางจากที่ควรจะเป็น 3.การใช้งานที่ผิดประเภท หรือใช้งานจนน้ำหนักบรรทุกมากเกินกว่าที่ออกแบบไว้

3.การใช้งานที่ผิดประเภท หรือใช้งานจนน้ำหนักบรรทุกมากเกินกว่าที่ออกแบบไว้

3.1 รอยแตกพื้น

พื้นที่รับน้ำหนักไม่ได้จะเกิดการแอ่นตัว ตำแหน่งที่พบร้อยร้าวจะเป็นที่ขอบพื้นใกล้คานหรือเหนือคาน ลักษณะของรอยแตกจะเป็นเส้นยาวขนานกับความยาวของคาน เมื่อพื้นแอ่นตัวมากจะทำให้พบรอยแตกโดยรอบทั้ง 4  ด้าน นอกนั้นอาจพบเห็นรอยแตกทแยงใต้ท้องพื้นจากมุมเสาวิ่งเข้าหากลางพื้น ซึ่งอาจเกิดขึ้นที่มุมใดมุมหนึ่ง

ส่วนในกรณีพื้นสำเร็จรูปที่วางพาดปลายบนคานแล้วเทคอนกรีตปิดผิวบนนั้น หากไม่วางเหล็กรับแรงดึงที่ด้านบนของคานตรงตำแหน่งที่นำพื้นสำเร็จรูปมาวางพาด จะเกิดรอยแตกยาวที่คอนกรีตปิดผิวบริดวณเหนือคาน รอยแตกจะวิ่งยาวขนานความยาวคานในลักษณะเช่นเดียวกัน และเมื่อโครงสร้างรับน้ำหนักไม่ไหวจะส่งผลกระทบต่อผนังทำให้ผนังเกิดรอยร้าวได้ค่ะ

– รอยแตกที่ผนังใต้ท้องคานบน

เป็นรอยแตกแนวนอนที่ผนังบริเวณใต้ท้องคานเหนือผนัง ความกว้างของรอยแตกจะอยู่บริเวณช่วงกลางของความยาว รอยแตกอาจมีหลายรอยขนานกัน

สาเหตุ เกิดจากคานใต้ผนังแอ่นตัวมากเกินไปทำให้ผนังที่วางอยู่ถูกดึงลง

– รอยแตกแนวดิ่งกลางผนัง

  • ลักษณะของรอยแตกอยู่ในแนวดิ่งแตกยาวจากบนลงล่าง

สาเหตุ รอยแตกประเภทนี้เกิดจากคานเหนือผนังแอ่นตัวลงมากดทับจนแตกร้าว

3.2 เสา

เมื่อเสารับน้ำหนักไม่ได้จะเกิดการโก่งตัวรอยแตกร้าวจะเกิดเพียงด้านใดด้านหนึ่งหรือสองด้านที่ติดกัน ด้านของเสาที่โก่งออกจะเกิดรอยแตกร้าวขณะที่ด้านของเสาโก่งเข้าจะไม่มีรอยแตกเพราะเป็นด้านที่รับแรงอัดซึ่งคอนกรีตสามารถรับแรงอัดได้ดีอยู่แล้ว รอยแตกมีลักษณะคล้ายตัวยูวางนอนในแนวราบ มีลักษณะเป็นปล้องๆขนาน

3.3 คาน

เมื่อรับน้ำหนักไม่ได้จะเกิดการแอ่นตัว รอยแตกที่พบเห็นคือ รอยแตกที่ตำแหน่งกลางคาน จะเริ่มจากใต้ท้องคานและแตกลามออกด้าข้างทั้งสองของคานลักษะเป็นรูปตัวยูเพียงเส้นเดียว เมื่อคายนแอ่นตัวมากขึ้นจะเกิดรอยแตกขึ้นที่ละคู่ขนาบสองฝั่งของรอยแตกเดิม รอยแตกเหล่านี้เริ่มเป็นตัวยูเอียงเข้ากลางคาน นอกจากนี้ยังพบรอยแตกเฉียงที่ปลายคานห่างจากขอบเสามาช่วงหนึ่ง ซึ่งรอยแตกนี้เกิดจากแรงเฉือน

4. รอยร้าวเกิดจากฐานรากทรุดตัว

เมื่อฐานรากใต้โครงสร้างทรุดตัวไม่เท่ากันจะทำให้ส่วนประกอบของอาคารเกิดการแตกร้าว โดยทั่วไปจะเกิดขึ้นเป็นลำดับจากผนัง คาน พื้น และเสา ผนังก่ออิฐฉาบปูนจะเป็นส่วนแรกที่แสดงให้เห็นก่อน และผนังชั้นล่างจะแตกก่อนผนังชั้นบน เพราะอยู่ใกล้ฐานรากมากกว่า ส่วนอาคารที่มีความต่อเนื่องกันอาจเริ่มแตกร้าวจากชั้นบนไล่ลงมาเพราะเกิดจากห้องข้างเคียงที่อยู่ห่างออกไปเกิดการทรุดตัวและดึงให้แตกร้าว

รอยแตกร้าวของผนังและโครงสร้างเองจากอาคารทรุดตัวไม่เท่ากัน มีลักษณะดังนี้

4.1 ผนัง

รอยแตกร้าวเกิดที่กลางผนังเป็นรอยแตกเฉียงและแตกตะลุความหนาของผนัง รอยแตกมักจะกว้างมากบริเวณช่วงกลางเพราะเป็นตำแหน่งที่เริ่มแตก เมื่อพบเห็นรอยแตกร้าวแบบให้ขีดเส้นตั้งฉากกับรอยร้าวปลายเส้นที่ชี้ลงดินจะบ่งบอกตำแหน่งของฐานรากที่มีปัญหาทรุดตัว การพิจารณาว่าฐานรากตำแหน่งใดบ้างมีการทรุดตัวตวรพิจารณาผนังของอาคารทีละแผง

4.2 คาน

รอยแตกร้าวจะพบเห็นได้ที่ปลายคานทั้งสองข้าง และส่วนมากจะเป็นรอยร้าวดิ่ง ปลายคานด้านที่ฐานรากทรุดตัวรอยแตกจะเกิดจากด้านล่างและแตกขึ้นด้านบน ส่วนปลายคานด้านที่ฐานรากไม่ทรุดตัวหรือทรุดตัวน้อยกว่าจะแตกร้าวจากบนลงล่าง

หมายเหตุ ข้อสังเกตว่ารอยร้าวเริ่มเกิดจากตำแหน่งไหน ตำแหน่งนั้นจะมีขนาดอ้ากว้างมากกว่าตำแหน่งอื่น

4.3 พื้น

รอยแตกที่พื้นจะเกิดบริเวณใกล้ขอบคานเกิดเพียงด้านใดด้านหนึ่งหรือสองด้าน ไม่เกิดขึ้นโดยรอบเหมือนกรณีพื้นรับน้ำหนักไม่ไหว และที่พบเห็นส่วนมากจะเป็นพื้นที่มีความกว้างมากๆ เช่น พื้นในโรงงาน เมื่อพบเห็นรอยแตกแบบนี้ให้สังเกตว่าพื้นเอียงลาดไปทางใดด้านนั้นจะเป็นตำแหน่งที่ฐานรากทรุดตัว

4.4 เสา

ปกติเมื่อฐานรากทรุดตัวเสาตันที่วางอยู่บนฐานรากนั้นจะไม่แตกร้าวทุดตัวตามกัน แต่เสาตำแหน่งอื่นจะถูกดึงรั้งให้โก่งงอ เมื่อเสาโก่งงอจะเกิดรอยแตกร้าว ลักษณะของรอยแตกร้าวจะเหมือนกับนำไม้บรรทัดพลาสติกมางอโค้งจะเกิดรอยแตกเป็นปล้องๆ รอยแตกที่เสามีลักษณะเป็นตัวยูนอนและเกิดเฉพาะด้านที่โก่งออก ด้านที่งอเข้าจะไม่พบรอยแตกร้าว รอยแตกอาจมีหลายเส้นเป็นปล้องๆ ปลายของรอยร้าวจะชี้ไปในทิศทางที่มีฐานรากทรุดตัว

กรณีพิเศษ อาคารที่มีปัญกาทรุดเอียงทั้งหลังมักจะไม่มีรอยร้าว ที่เป็นเช่นนี้เพราะฐานรากทรุดตัวตามกันหรือฐานรากพลิกตัวไปในทิศทางเดียวกันทำให้ไม่เกิดแรงดึงรั้งในโครงสร้าง การสำรวจตรวจสอบอาคารประเภทนี้ต้องใช้ข้อสังเกต เช่น

1.สภาพการไหลของวัตถุลมบนพื้นว่าเป็นไปในทิศทางเดียวเสมอหรือไม่

2.ประตูที่เปิดไว้อ้ากว้างเพิ่มขึ้นหรือปิดกลับเองได้

3.ดูรูปทรงภายนอกว่าเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่งหรือไม่แล้วจึงสรุปผลการสำรวจได้ ตัวอย่างข้างต้นเป็นส่วนหนึ่งของการสำรวจอาคารเบื้องต้น รอยร้าวจึงเป็นสัญญาณเบื้องต้นที่ควรเฝ้าระมัดระวัง หากพบเห็นอาคารมีปัญหาแล้วรีบแก้ไข อาคารจะยังคงมีความมั่นคงและใช้งานต่อไปได้

องค์ประกอบหลักในการพิจารณาทางด้านวิศวกรรม ได้แก่ ความมั่นคงปลอดภัยของโครงสร้าง รอยร้าวเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่บอกถึงว่าโครงสร้างเรานั้นมีปัญหา ให้ทำการแก้ไข้ให้ตรงกับปัญหานั้น เพื่อเป็นการบำรุงรักษาอาคาร เว้นเสียแต่ว่ามีความชำรุดเสียหายมากจนเกินไปซ่อมแซมแล้วไม่คุ้มกับการทุบทิ้งสร้างใหม่ นี้ก็เป็นส่วนประกอบอีกอย่างที่ผู้เกี่ยวข้องควรนำมาพิจารณากันด้วยนะคะ

ขอขอบคุณเนื้อหาแหล่งที่มา “บทความพิเศษ รอยร้าว…สัญญาณเตือนภัย”

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

Related

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

292ผู้ติดตามติดตาม
1,580ผู้ติดตามติดตาม
356ผู้ติดตามติดตาม
.newsletter-container { text-align: center; background-color: #FBFCFC; border-radius: 10px; padding: 32px 24px 28px 24px; max-width: 350px; margin: 0 auto; box-shadow: 0 2px 8px rgba(0,0,0,0.07); } .newsletter-container h3 { margin-top: 0; margin-bottom: 10px; font-size: 1.4em; letter-spacing: 1px; } .newsletter-container p { margin-top: 0; margin-bottom: 18px; color: #333; font-size: 1em; } #sub_email { width: 90%; max-width: 230px; padding: 10px 12px; border-radius: 5px; border: 1px solid #ccc; margin-bottom: 18px; font-size: 1em; box-sizing: border-box; } #sub_button { background-color: #2e86c1; border-radius: 5px; color: white; padding: 12px 0; text-align: center; font-weight: 700; font-size: 1.05em; cursor: pointer; transition: background 0.2s; display: block; width: 100%; margin: 0 auto; box-shadow: 0 1px 4px rgba(171,0,0,0.08); } #sub_button:hover { background-color: #1abc9c; } #container_link { display: block; margin-top: 4px; text-decoration: none; } jQuery('#container_link').click(function(e) { e.preventDefault(); let email = jQuery('#sub_email').val(); if (email === '') { alert('Please enter a valid email address.'); return; } let data = { action: 'subscribe', email: email }; jQuery.ajax({ type: 'POST', url: 'https://n8n.naichangmashare.com/webhook/ncms-news-letter-subscribtion', // Replace with your endpoint data: data, success: function(response) { if (response.success) { alert('Thank you for subscribing!'); } else { alert('Thank you for subscribing!'); //alert('Subscription failed. Please try again.'); } }, error: function() { alert('Thank you for subscribing!'); //alert('An error occurred. Please try again.'); } }); });

Thanks Sponsor


.global-loader-wrapper { position: relative; min-height: 150px; } .loader { position: absolute; top: 50%; left: 50%; transform: translate(-50%, -50%); border: 4px solid #f3f3f3; border-top: 4px solid #3498db; border-radius: 50%; width: 30px; height: 30px; animation: spin 1s linear infinite; } @keyframes spin { 0% { transform: rotate(0deg); } 100% { transform: rotate(360deg); } } document.addEventListener('DOMContentLoaded', function() { const container = document.getElementById('post-banner-container'); // สร้าง global loader ขณะรอ fetch const globalLoaderWrapper = document.createElement('div'); globalLoaderWrapper.className = 'global-loader-wrapper'; const globalLoader = document.createElement('div'); globalLoader.className = 'loader'; globalLoaderWrapper.appendChild(globalLoader); container.appendChild(globalLoaderWrapper); fetch('https://naichangmashare.com/wp-content/ncms_banner/get_banner.php?position=postBanner') .then(response => response.json()) .then(data => { // ลบ global loader container.innerHTML = ''; // กรองเอาเฉพาะโฆษณาที่มีข้อมูลสมบูรณ์ const validAds = data.filter(ad => ad.Ads_BannerHyperLink && ad.Ads_BannerImageUrl); if (validAds.length === 0) return; // --- ส่วนการคำนวณการหมุนวนตามเวลา --- // สลับตำแหน่งตามช่วงเวลา (ตัวอย่าง: เปลี่ยนลำดับทุกๆ 10 นาที) const timeInterval = 10 * 60 * 1000; // 10 นาที (ปรับได้ตามต้องการ) const shiftOffset = Math.floor(Date.now() / timeInterval) % validAds.length; // หมุนวนอาร์เรย์ตาม shiftOffset const rotatedAds = validAds.slice(shiftOffset).concat(validAds.slice(0, shiftOffset)); // --- ตัดเอาแค่ 15 อันแรกมาแสดง (Mask 15) --- const displayAds = rotatedAds.slice(0, 25); // แสดงผลแบนเนอร์ displayAds.forEach(ad => { const img = new Image(); img.style.width = '100%'; img.alt = 'Advertisement Banner'; const link = document.createElement('a'); link.href = ad.Ads_BannerHyperLink; link.target = '_blank'; img.onload = () => { link.appendChild(img); container.appendChild(link); }; img.onerror = () => { const errorDiv = document.createElement('div'); errorDiv.style.color = 'red'; errorDiv.textContent = 'โหลดภาพไม่สำเร็จ'; link.appendChild(errorDiv); container.appendChild(link); }; img.src = ad.Ads_BannerImageUrl; }); }) .catch(error => { console.error('Error loading ads:', error); container.innerHTML = '

โหลดไม่สำเร็จ

'; }); });

Latest Articles