“สุพันธุ์ มงคลสุธี” คืนสังเวียน ส่องภารกิจใหม่ ลุยกู้ชีพ EA

0
“สุพันธุ์ มงคลสุธี” คืนสังเวียน ส่องภารกิจใหม่ ลุยกู้ชีพ EA
“สุพันธุ์ มงคลสุธี” คืนสังเวียน ส่องภารกิจใหม่ ลุยกู้ชีพ EA

ด้วยประสบการณ์กว่า 30 ปีในแวดวงอุตสาหกรรม ทุกคนจับตามองการหวนคืนบัลลังก์บิ๊กธุรกิจ ในตำแหน่งใหม่ล่าสุด “กรรมการ” บริษัท พลังงานบริสุทธิ์ จำกัด (มหาชน) หรือ EA ของ “นายสุพันธุ์ มงคลสุธี” ประธานกรรมการบริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ Synnex หลังจากห่างบทบาทธุรกิจไปคลุกคลีงานการเมืองพักใหญ่ การกลับมารับเผือกร้อน “EA” จึงน่าจับตามองไม่น้อย

กลับมานั่งบริหารเต็มเวลา “สุพันธุ์” สัมภาษณ์พิเศษ “ประชาชาติธุรกิจ” ถึงการกลับมาทำงานบริหารแบบเต็มเวลาว่า ผมอยู่ในตำแหน่งประธานกรรมการบริษัทอยู่แล้ว ไม่ได้ไปไหน เพียงแต่เป็นการกลับมานั่ง “บริหารเเบบเต็มเวลา” เพื่อดูข้อมูลหลังบ้าน ให้มีกรอบการทำงานชัดมากขึ้น โดยเอาประสบการณ์เรื่องเทรนนิ่งมาช่วยดู เพราะ “Synnex ขยายตัวเร็ว”

ภาพรวมธุรกิจปี’67

“ช่วงที่เกิดโควิด-19 ต้องยอมรับว่าสินค้าด้านไอทีขายดีมาก คนแย่งซื้อเพราะมีการ Work from Home ของขาดทั่วโลก แต่เมื่อโควิดจบลง เรายังทำแบบเดิม ๆ จึงทำให้ตลาดไอทีดรอปลง มีของเหลือในสต๊อก จำเป็นต้องระบาย เพราะรู้ว่าเก็บไว้นานก็ตกรุ่น ราคาก็ตก ต้องลดราคา การแข่งขันมากขึ้น บวกกับอัตราดอกเบี้ยทำให้ต้นทุนเราเพิ่ม เศรษฐกิจไม่ดี ทุกคนก็พยายามใช้ของเดิมที่มีอยู่ ทำให้ปี 2566 กำไรลดลง”

ปี 2567 ตลาดไอทีกำลังกลับมาคึกคักเหมือนเดิม เราปรับการดำเนินงาน อย่างการสั่งของที่ทันเหตุการณ์ไม่ให้ค้างสต๊อกเหลือมาก เน้นสินค้าบางกลุ่มที่มีกำไรมากขึ้น การเจรจาต่อรองการเงินกับลูกค้า เช่น ขอให้จ่ายเร็วขึ้นกับผู้ขาย เดิมเคยปล่อยเครดิต 30 วัน ขอปล่อยยาวขึ้นเพราะตลาดมันไม่ดี

Advertisment
ความต้องการของตลาดไอทีตอนนี้กำลังเปลี่ยนเป็น AI จะเห็นได้จากทั้ง SAMSUNG และ Apple จะมี AI เข้ามาในตัว ฉะนั้น เทรนด์ทำให้ธุรกิจก็ต้องเปลี่ยนแปลงไปด้วย ทุกคนจะลดต้นทุน เมื่อใช้ AI จะทำให้เราเร็วขึ้นเหมือนที่เราใช้ ChatGPT นอกจากเราขาย AI เรายังต้องเอา AI มาใช้ในองค์กรด้วย

AI ขับเคลื่อน Synnex

วันนี้ผมกำลังทำหน้าที่ ขับเคลื่อน Synnex รองรับกับการขยายตัว เข้ามาปรับองค์กรด้วยการปรับหลังบ้าน ผมคิกออฟไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ประกาศที่จะลงทุนเบื้องต้น 20-30 ล้านบาท ทั้งซอฟต์แวร์และเครื่องไม้เครื่องมือต่าง ๆ “เอา AI เข้ามาปรับปรุงการทำงาน”

“ภาพรวมจะเห็นการนำ AI มาช่วยด้านบริการตอบคำถามลูกค้า กลุ่มเป้าหมายถูกต้องมากขึ้น ช่วยวิเคราะห์การขายและการตลาด ด้วยเรามีฐานข้อมูลเยอะมากเพราะเราทำธุรกิจมากว่า 30 ปี เราสามารถดึงข้อมูลเหล่านี้ให้ AI ช่วย เพื่อให้ทุกคนได้ใช้ประโยชน์ ตอบและแก้ปัญหาให้ลูกค้าได้เร็วขึ้น เราจะเห็นภาพการเปลี่ยนแปลงต้นปี 2568”

เรามีแผนที่จะลีนองค์กรอาจเหมือนการที่ต้องลดพนักงานลง ส่วนหนึ่งเพราะเราเอา AI เข้ามา แต่สิ่งที่เราต้องการคือ ลีน เพื่อให้พนักงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ดังนั้นพนักงานจะต้องปรับตัว แผนเราคือ ลีน เพื่อให้บริษัทโต แล้วเอาพนักงานมารองรับส่วนที่เราโต เราจึงไม่มีความจำเป็นที่ต้องปลดพนักงาน เช่น พนักงาน 800 คน ยอดขาย 40,000 ล้านบาท

แต่เราไม่ลีน เราจะใช้วิธีเพิ่มยอดขาย แน่นอนอาจมีพนักงานกลุ่มหนึ่งที่ไม่ไหวจริง ๆ ตรงนี้เราค่อยว่ากัน เพราะนั่นเรื่องการปรับโครงสร้างองค์กรให้มีประสิทธิภาพ ถามว่าปรับในรอบกี่ปี เราต้องรู้ว่าธุรกิจมันเป็น Curve มีขึ้น มีลง ช่วงขาลงเราต้องดันกลับมาให้ได้ อย่างปีที่แล้วกำไรเราลง ปีนี้เราจึงต้องกลับมาดันหัวให้ขึ้น ปรับเรื่องคน โครงสร้างข้างใน เป็นปีที่ปรับเยอะมาก เพื่อที่ปี 2568 เราจะโตได้เร็วกว่านี้

สินค้าใหม่ยอดขายทะลุ 4 หมื่นล้าน

คู่ค้าของเราไว้ใจเรา มีสินค้าใหม่ ๆ ให้เรามากขึ้น อย่างการทำเกมมิ่ง สิ่งนี้จะทำให้เราเป็นรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เราไปร่วมกับทางไทยแลนด์เกมโชว์พาร์ตเนอร์ในรายการ และการที่เราจะเป็นรายเดียวและรายแรกในการ “เปิดช็อป NINTENDO” ในเดือนพฤศจิกายน 2567 ที่พารากอน แห่งที่ 2 รองจากโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นี่คือสิ่งที่เราทำตลาดใหม่ ๆ

รวมถึงพวก AutoCAD เพราะในหลายอุตสาหกรรมต้องใช้ เราก็เป็นตัวแทนแต่เพียงผู้เดียว และในเดือนกันยายน iPhone 16 ที่มี AI อยู่ในตัวจะวางขาย เราได้อานิสงส์มาก เนื่องจากเราเป็นคนขาย Apple รายใหญ่รายหนึ่งในไทย จะเห็นได้ว่าโครงสร้างทำให้เราโต ปีนี้เราคาดว่าจะมี “ยอดขาย 40,000 ล้านบาท” โต 5.3% จากปี 2566 ที่มียอดขาย 38,000 ล้านบาท

นับว่าเป็นปีแรกที่ยอดขายเราสูงมากและคาดว่าต้องได้ถึงเป้า เพราะครึ่งปีแรกยอดขาย 19,000 ล้านบาท แน่นอนว่าในไตรมาส 3 และ 4 ยอดขายจะยิ่งโตมากกว่าด้วยเพราะเป็นซีซั่น กำไรก็คาดว่าจะโตกว่าปี 2566 ประมาณ 30-40%

กู้ชีพคือเรียกความเชื่อมั่น

“การกู้ชีพเขาคือ เรียกความเชื่อมั่น เรื่องแรกคือหุ้นกู้ระยะสั้น เขาจะแก้ไขได้ แต่เขาก็ต้องพยายามลีนตัวเอง หาสินค้าใหม่ที่ดีกว่าตลาดและตอบสนองตลาด โดยเฉพาะการมุ่งวิจัยและพัฒนา (R&D) คือทางที่ถูกต้อง เหมือนหัวเว่ยที่ใช้กลยุทธ์นี้ เมื่อของออกมาดีแล้วคนอื่นแข่งขันไม่ได้

นี่คือทางที่ถูกต้องที่สุด แล้วสินค้าจะขายได้เอง กู้ชีพอีกส่วนคือการหาพันธมิตรใหม่ให้ได้ ซึ่งเขากำลังหาอยู่ เขามีพาร์ตเนอร์เยอะ ก่อนจะมีปัญหาเขาสร้างรถไฟฟ้าเสร็จแล้ว มีญี่ปุ่นเป็นพาร์ตเนอร์ที่เตรียมคุยเรื่อง Knowhow เมื่อสะดุดแล้วทำให้แบงก์ไม่กล้าปล่อยกู้ เราก็จะไปสานต่อ”

สำหรับสเป็กของพาร์ตเนอร์ต้องเป็นต่างชาติ มีเทคโนโลยี Knowhow มี Financing เพื่อให้เขาแข็งแรง ต้องเป็นรายใหญ่ไฮเทค เพราะ EA ยังต้องไปในมุมของ EV สถานีชาร์จทั้งแบบปั๊มและหัวจ่าย อันนี้ก็เตรียมจะทำ เพราะถ้าเปิดปั๊มก็จะขยายไปทำอย่างอื่นได้

อย่างไรก็ตาม ผมเป็นกรรมการอิสระ ไม่สามารถเข้าไปดูเรื่องการตรวจสอบบัญชี การจัดซื้อจัดจ้างได้ คงได้ในฐานะช่วยให้ความคิดเห็น อะไรที่เป็นประโยชน์ช่วยแนะนำ แล้วเราจะใช้เวลาฟื้นความเชื่อมั่น กี่ปีอยู่ที่ว่าจะหาพาร์ตเนอร์ได้เมื่อไร ได้เร็วก็ฟื้นกลับมาเร็ว ซึ่งเขาก็หาโปรเจ็กต์ใหม่ควบคู่ไปด้วย ที่บอร์ดคุยกันตอนนี้คือการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า

เช่น หุ้นกู้ที่จะถึงดีล เงินระยะสั้นที่เป็นหนี้แบงก์ เพราะเขาเรียกคืนจะเคลียร์อย่างไร อย่างการขอยืดหุ้นกู้อาจจะได้ 3 ปี ทำแบบนี้เขาก็ไม่ต้องเอาเงินไปจ่ายก่อน ยังมีเวลาหาเงินจากธุรกิจ เพื่อจะกู้ได้ในอนาคต แม้จะได้ไม่ 100% แต่ทุกธุรกิจยังไปได้ มีเพียงโรงไฟฟ้าที่จะหมดอายุในอีก 2 ปีข้างหน้าก็รอต่อสัญญา

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

Thermax (ประเทศไทย) จำกัด ได้ลงนามร่วมออกงานแสดงสินค้ากับงาน BXAPVA 2025

0
Thermax (ประเทศไทย) จำกัด ได้ลงนามร่วมออกงานแสดงสินค้ากับงาน BXAPVA 2025
Thermax (ประเทศไทย) จำกัด ได้ลงนามร่วมออกงานแสดงสินค้ากับงาน BXAPVA 2025

เรายินดีที่จะประกาศว่าบริษัท Thermax (ประเทศไทย) จำกัด ได้ลงนามร่วมออกงานแสดงสินค้ากับงาน BXAPVA 2025 ซึ่งเป็นงานชั้นนำของภูมิภาคอาเซียนที่จัดแสดงด้านเทคโนโลยีหม้อไอน้ำ ภาชนะรับแรงดัน ปั๊ม วาล์ว ท่อ ข้อต่อ และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องล่าสุด บริษัท Thermax เป็นบริษัทที่ห้ามพลาด!! สำหรับผู้ที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานในอุตสาหกรรมและขับเคลื่อนสู่ความยั่งยืน

Thermax เป็นบริษัทวิศวกรรมที่จัดหาโซลูชันที่ยั่งยืนในด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม เราเป็นพันธมิตรด้านสาธารณูปโภคแบบครบวงจรสำหรับกลุ่มอุตสาหกรรมและเชิงพาณิชย์ เรานำเสนอโซลูชันแบบบูรณาการที่เป็นนวัตกรรมสำหรับความต้องการด้านการผลิตที่หลากหลาย

ร่วมงาน Boilex Asia & Pumps and Valves Asia 2025 กับเราเพื่อจัดแสดงนวัตกรรมล่าสุดในด้านเทคโนโลยีสีเขียวและเชื่อมต่อกับผู้นำในอุตสาหกรรม งานนี้จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 2-4 กรกฎาคม 2025 ที่ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพฯ ประเทศไทย

จองพื้นที่จัดแสดงของคุณวันนี้! www.boilex-asia.com

“เมทานอล” ในเหล้าเถื่อน อันตรายแค่ไหน?

0
สารเมธิลแอลกอฮอล์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เมทานอล จัดเป็นสารเคมีอันตราย
สารเมธิลแอลกอฮอล์ หรือเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า เมทานอล จัดเป็นสารเคมีอันตราย

หลังจากที่มีข่าวพบผู้ป่วย “เมทานอล” หรือ “เมทธิลแอลกอฮอล์ (Methyl Alcohol ; Methanol)” เป็นพิษ 21 ราย เสียชีวิตแล้ว 2 ราย หลังซื้อ “เหล้าเถื่อน” ไปดื่ม สันนิฐานว่าเกิดจากพิษเมทานอล สำหรับวันนี้ทางนายช่างมาแชร์จะขอมาแชร์ความรู้เกี่ยวกับแอลกอฮอลชนิดนี้กันนะครับว่าคืออะไร? อันตรายยังไง? แล้วทำไมถึงไปอยู่ในเหล้าได้ ในบทความนี้ไปดูกันครับ

สาร “เมทานอล” (Methanol) คืออะไร?

สารเมทานอล (Methanol) หรือ เมทิลแอลกอฮอล์ (Methyl alcohol) ถือเป็นแอลกอฮอลชนิดหนึ่ง มีสูตรโครงสร้างแบบย่อ CH3OH เป็นลักษณะของเหลวใส ระเหยง่าย มีความเป็นพิษ!! ห้ามกินนะครับ นิยมใช้เป็นสารตัวทำละลาย (Solvent) และใช้เป็นเชื้อเพลิงในธรรมชาติ เมทานอลเป็นผลิตภัณฑ์จากการสลายสารอาหารแบบไม่ใช้ออกซิเจนของแบคทีเรียหลายชนิด ซึ่งเมทานอลจะระเหยออกสู่อากาศภายนอก แล้วสลายตัวได้คาร์บอนไดออกไซด์และน้ำ หากเราเผาเมทานอลกับอากาศ จะได้คาร์บอนไดออกไซด์กับน้ำ ดังสมการด้านล่างนี้

2CH3OH + 3 O2 → 2 CO2 + 4 H2O

SDS : https://www.rcilabscan.com/

การใช้สาร “เมทานอล” ในทางที่ผิด

ใน “การทำเหล้าเถื่อน” มักมีการนำเอาสารเมทิลแอลกอฮอล์นี้ผสมลงไป ด้วยเพราะราคาถูก!! ทั้งนี้ทั้งนั้น…เหล้าที่ต้มเองซึ่งมักมีส่วนผสมของเมทานอลมักเป็นที่นิยมในหมู่คนยากจนในต่างประเทศเนื่องจากมีราคาถูกกว่า หรือ อาจจะเกิดจากปฏิกิริยาเคมีแล้วเกิดขึ้นก็เป็นไปได้ครับ ซึ่งเมทานอลมีความเป็นพิษสูง แม้รับประทานไปจำนวนไม่มากก็ทำให้เสียชีวิตภายหลังจากการดื่มนั่นเองครับ

กลไกการเป็นพิษของ “เมทธานอล” 

ปริมาณที่เมทธานอลเริ่มเป็นพิษอยู่ที่ประมาณ 100 mg/kg ขนาดที่เป็นพิษรุนแรงจนผู้ป่วยถึงแก่ชีวิตจะมีค่ามักมากกว่า 60 ml ของ 40% เมทานอล โดยสามารถดูดซึมอย่างรวดเร็วภายใน 1 ชั่วโมง ส่วนใหญ่ประมาณ 95% จะถูกกำจัดที่ตับ ซึ่งโดยทั่วไปร่างกายสามารถกำจัด เอทานอล ได้ดีกว่า เมทธานอล 10 เท่า 

ผู้ป่วยจะเริ่มมีอาการได้ตั้งแต่ 1 ชั่วโมง จนไปถึง 3 วัน ถ้าหากมีการดื่ม เมทานอล (Methanol) ร่วมกับ เอทานอล (Ethanol) จะทำให้อาการเริ่มแรกช้าลงไปอีก ผู้ป่วยอาจมีอาการของทางเดินอาหาร เช่น คลื่นไส้ อาเจียน และปวดท้อง อาการที่ค่อนข้างจำเพาะได้แก่ พิษทางตา ผู้ป่วยจะมีอาการตาพร่า ตามัว แพ้แสง เห็นภาพขาวจ้าไปหมด ปวดศีรษะ เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย และในรายที่เป็นมากอาจมี อาการโคมาและชัก

Methanol

ประโยชน์ในเชิงอุตสาหกรรม

เมทานอลส่วนใหญ่ นำไปเป็นสารฟอร์มาลดีไฮด์ เพื่อผลิตพลาสติก ไม้อัด สี วัตถุระเบิด และการจัดกลีบผ้าถาวรสารแปรรูปของเมทานอลถูกนำไปผสมกับ LPG เพื่อใช้ในครัวเรือน หรือผสมกับน้ำมันดีเซล ทำเป็นไบโอดีเซล

Factory

Reference : Wikipedia / PPTVHD36

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

GC Group ร่วมกับกลุ่มปตท. บรรจุถุงยังชีพ เร่งระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่ภาคเหนือ ส่งมอบของใช้จำเป็นและถุงยังชีพกว่า 10,000 ถุง เพื่อบรรเทาทุกข์ในสถานการณ์วิกฤติประเทศ

0
GC Group ร่วมกับกลุ่มปตท. บรรจุถุงยังชีพ เร่งระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่ภาคเหนือ ส่งมอบของใช้จำเป็นและถุงยังชีพกว่า 10,000 ถุง เพื่อบรรเทาทุกข์ในสถานการณ์วิกฤติประเทศ
GC Group ร่วมกับกลุ่มปตท. บรรจุถุงยังชีพ เร่งระดมกำลังช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยพื้นที่ภาคเหนือ ส่งมอบของใช้จำเป็นและถุงยังชีพกว่า 10,000 ถุง เพื่อบรรเทาทุกข์ในสถานการณ์วิกฤติประเทศ

คณะผู้บริหาร และพนักงาน กลุ่ม ปตท. ร่วมบรรจุถุงยังชีพ และปล่อยขบวนรถเพื่อส่งมอบความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยในพื้นที่ภาคเหนือ ไปยัง จ.แพร่ และ จ.น่าน โดยช่วงสัปดาห์ก่อนหน้านี้ ได้ส่งความช่วยเหลือไปยัง จ.เชียงราย และ จ.พะเยา ขณะนี้กลุ่ม ปตท. ได้ทยอยส่งมอบถุงยังชีพรวมกว่า 10,000 ถุง น้ำดื่ม 10,800 ขวด รวมถึงผ้าห่ม ยารักษาโรค และสิ่งของจำเป็น รวมมูลค่ากว่า 4.6 ล้านบาท เพื่อเร่งบรรเทาทุกข์แก่ผู้ประสบอุทกภัย

พร้อมได้ส่งหน่วยปฏิบัติการ PTT Group SEALs ซึ่งรวมพนักงานจิตอาสา กลุ่ม ปตท. ที่มีทักษะพิเศษในการกู้ชีพและช่วยเหลือผู้ประสบภัยจากทุกบริษัทในกลุ่ม ปตท. ได้แก่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน) บริษัท ไออาร์พีซี จำกัด (มหาชน) บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน)

บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) และ บริษัท เอ็นพีซี เซฟตี้ แอนด์ เอ็นไวรอนเมนทอล เซอร์วิส จำกัด โดยเร่งนำอุปกรณ์ ได้แก่ โดรน เรืออะลูมิเนียมท้องแบน เรืออะลูมิเนียมท้องวี รถตรวจการณ์ รถสิบล้อ และอุปกรณ์การช่วยเหลือต่าง ๆ ร่วมปฏิบัติการมอบถุงยังชีพให้ประชาชน โดยเฉพาะบุคคลที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษอย่างคนชราและเด็ก ๆ ในพื้นที่ที่ยากแก่การเข้าถึง อันเป็นหนึ่งในพันธกิจของ กลุ่ม ปตท. ในการช่วยเหลือดูแลสังคมในสถานการณ์วิกฤติทุกเหตุการณ์มาอย่างต่อเนื่อง ทั้งสถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชน อุทกภัยครั้งใหญ่ปี 2554 และสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ด้วย

#GCchemistryforBettetLiving #PTTGroupSEAL #บรรเทาทุกข์ผู้ประสบอุทกภัย

[Online Seminar] ~ ระบบป้องกันอัคคีภัยแบบพาสซีฟ (PFP) เพื่อปกป้องอาคารจอดรถที่ใช้แบตเตอร์รี่รถยนต์ไฟฟ้า

0
ระบบป้องกันอัคคีภัยแบบพาสซีฟ (PFP) เพื่อปกป้องอาคารจอดรถที่ใช้แบตเตอร์รี่รถยนต์ไฟฟ้า
ระบบป้องกันอัคคีภัยแบบพาสซีฟ (PFP) เพื่อปกป้องอาคารจอดรถที่ใช้แบตเตอร์รี่รถยนต์ไฟฟ้า

ระบบป้องกันอัคคีภัยแบบพาสซีฟ (PFP) เพื่อปกป้องอาคารจอดรถที่ใช้แบตเตอร์รี่รถยนต์ไฟฟ้า

  • วันที่ 27 สิงหาคม 2567
  • เวลา 19.00 – 20.30 น.
  • รับชมผ่านทาง ZOOM

วิทยากร

  • คุณจอห์น ชา ผู้จัดการฝ่ายเทคนิคระดับภูมิภาคของ บริษัท โปรแมท เอเชีย ประเทศมาเลย์เซีย
  • คุณมนตรี ศิริคะรินทร์ ผู้จัดการฝ่ายเทคนิค บริษัท ลากัวร์เทค จำกัด

จัดโดย สมาคมผู้ตรวจสอบอาคาร ร่วมกับ บริษัท ลากัวร์เทค จำกัด

ทางสมาคมฯ จะดำเนินการจัดส่ง รหัสให้ท่านทางอีเมลที่ท่านลงทะเบียนไว้

**รหัสเข้าห้องจะได้รับทันที หลังจากลงทะเบียน หากไม่พบตรวจสอบใน Junk Mail

ลงทะเบียนเพื่อรับรหัสเข้าสัมมนาที่นี่ : https://forms.gle/mdCLBNF9cCExzJpt7

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

𝐓𝐒𝐌𝐄 𝐈𝐍𝐃𝐔𝐒𝐓𝐑𝐈𝐀𝐋 𝐒𝐄𝐌𝐈𝐍𝐀𝐑 ~ ก้าวแรกสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านหม้อน้ำ

0
𝐓𝐒𝐌𝐄 𝐈𝐍𝐃𝐔𝐒𝐓𝐑𝐈𝐀𝐋 𝐒𝐄𝐌𝐈𝐍𝐀𝐑 ~ ก้าวแรกสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านหม้อน้ำ
𝐓𝐒𝐌𝐄 𝐈𝐍𝐃𝐔𝐒𝐓𝐑𝐈𝐀𝐋 𝐒𝐄𝐌𝐈𝐍𝐀𝐑 ~ ก้าวแรกสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านหม้อน้ำ

เปิดรับลงทะเบียน 𝐓𝐒𝐌𝐄 𝐈𝐍𝐃𝐔𝐒𝐓𝐑𝐈𝐀𝐋 𝐒𝐄𝐌𝐈𝐍𝐀𝐑 [𝐎𝐧𝐬𝐢𝐭𝐞] ก้าวแรกสู่ผู้เชี่ยวชาญด้านหม้อน้ำ ร่วมงานฟรี [ ไม่มีค่าใช้จ่าย ]

ผู้เข้าร่วมงานจะได้รับคะแนน 𝐂𝐏𝐃 จากสภาวิศวกร

  • ก้าวแรกสู่ผู้เชี่ยวชาญระบบไอน้ำ
  • เทคโนโลยีหม้อน้ำแบบไหลผ่านทางเดียว
  • ลิ้นนิรภัยสำหรับหม้อน้ำ ตามมาตรฐาน ASME

วันที่ : 27 กรกฎาคม 2567

เวลา : 9.00 – 17.00 น.

สถานที่ : สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ณ ห้องประชุม Slope 4 อาคาร 12 ชั้น คณะวิศวกรรมศาสตร์

ช่องทางการสมัครลงทะเบียนโดยการสแกน QR Code

หรือคลิ๊กที่ Link : https://forms.gle/kxhEj3gky6iCtKpT8

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

ท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน…สำคัญไฉน?

0
ท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน...สำคัญไฉน?
ท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน...สำคัญไฉน?

ท่อร้อยสายไฟฟ้าเป็นส่วนสำคัญในการติดตั้งระบบไฟฟ้า โดยมีหน้าที่ในการป้องกันสายไฟจากความเสียหายและช่วยให้การเดินสายไฟเป็นระเบียบ ท่อร้อยสายไฟฟ้าที่นิยมใช้ในท้องตลาดสามารถแบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลัก ได้แก่ ท่อโลหะ และ ท่ออโลหะ

1.1) ท่อโลหะ

ท่อโลหะ มักจะใช้ในงานที่ต้องการความแข็งแรงและการป้องกันสูงจากการกระแทกและสภาพแวดล้อม ท่อโลหะที่นิยมใช้ในท้องตลาด 

  • ท่อเหล็ก RSC (Rigid Steel Conduit): ท่อเหล็กที่มีความแข็งแรงสูง เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่มีความเสี่ยงต่อการกระแทกหรือแรงกดสูง
  • ท่อ IMC (Intermediate Metal Conduit): ท่อโลหะที่บางกว่า RSC แต่ยังคงความแข็งแรง เหมาะสำหรับการใช้งานในอาคารพาณิชย์
  • ท่อ EMT (Electrical Metallic Tubing) : ท่อโลหะที่บางที่สุด มีความยืดหยุ่นมากกว่า เหมาะสำหรับงานติดตั้งภายในอาคาร

1.2) ท่ออโลหะ

ท่ออโลหะที่นำมาใช้ในงานติดตั้งเป็นท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน ทำหน้าที่ ช่วยป้องกันสายไฟจากสภาพแวดล้อมและอุบัติเหตุต่างๆได้ดีกว่าการติดตั้งสายไฟแบบฝังดินโดยตรง เป็นท่อที่แข็งแรง ป้องกันน้ำและความชื้นใต้ดิน ทนทานต่อสารเคมี ท่อฯ ช่วยป้องกันไม่ให้สายไฟถูกเจาะ ดึง กระแทก หรือกดทับโดยตรง ซึ่งอาจเกิดจากการทรุดตัวของชั้นดินได้ ท่ออโลหะที่พบได้ทั่วไป ได้แก่

  • ท่อ HDPE (High-Density Polyethylene) : ท่อที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนและสารเคมีสูง เหมาะสำหรับการใช้งานกลางแจ้งและในพื้นที่ที่มีสารเคมี
  • ท่อ PVC (Polyvinyl Chloride) : ท่อที่มีน้ำหนักเบาและติดตั้งง่าย มักใช้ในงานติดตั้งภายในบ้านหรืออาคาร
  • ท่อ RTRC (Reinforced Thermosetting Resin Conduit) : ท่อที่ผลิตจากเรซิ่นเสริมแรง ท่อที่มีความทนทานต่อการกัดกร่อนและสารเคมีสูง เหมาะสำหรับการใช้งานในพื้นที่ที่ต้องการทนทานต่อสารเคมีและความร้อนสูง มีความแข็งแรงและความทนทานสูง

ท่อร้อยสายไฟฟ้าเหล่านี้มีคุณสมบัติที่แตกต่างกัน ทำให้สามารถเลือกใช้ตามความต้องการของงานติดตั้งที่แตกต่างกัน

ทำไมท่ออโลหะจึงเป็นที่นิยมใช้เป็นท่อร้อยสายไฟใต้ดิน

  • ป้องกันการกัดกร่อน: ท่ออโลหะทำจากวัสดุที่ทนทานต่อการกัดกร่อน เช่น วัสดุ HDPE หรือ PVC หรือ RTRC ทำให้ท่อเหล่านี้ไม่เสียหายเมื่อสัมผัสกับสภาพแวดล้อมที่มีความกัดกร่อนทางเคมี หรือดินที่มีความชื้นสูง
  • ความแข็งแรงและทนทาน: ท่ออโลหะมีความแข็งแรงและทนทาน สามารถป้องกันสายไฟจากการถูกกระทบกระแทกหรือเสียหายในการรับน้ำหนักจากการขุดเจาะติดตั้งในพื้นที่ใต้ดิน
  • น้ำหนักเบาติดตั้งง่าย: ท่ออโลหะมีน้ำหนักเบาและสามารถติดตั้งได้ง่ายกว่า เช่น ท่อ RTRC ท่อ HDPE ซึ่งช่วยให้การทำงานสะดวกและรวดเร็ว 
  • มีความเป็นฉนวนไฟฟ้า: ท่ออโลหะชนิด RTRC ไม่เกิดการหลอมละลายของเคเบิ้ลขณะใช้งาน (No cable fusion)
  • มีค่าสัมประสิทธิ์ในการขยายตัวต่ำเมื่อได้รับความร้อน(Low coefficient of Thermal Expansion) ท่ออโลหะชนิด PVC และ RTRC มีการขยายตัวและหดตัวต่ำเมื่อได้รับความร้อน 

ท่ออโลหะเหมาะกับงานติดตั้งเป็นท่อร้อยสายไฟฟ้าอย่างไร

ตาม NEC Electrical Code 347 and Code 355 กำหนดให้ใช้ ท่ออโลหะชนิดหนา (Rigid Non Metallic conduit) ใช้เป็นท่อร้อยสายไฟติดตั้งแบบใต้ดินไว้ 3 ชนิด 

1. Rigid Nonmetallic Conduit (DITR)

Rigid Nonmetallic Schedule 40 and Schedule 80 PVC Conduit (DITR) Type A หรือ Type EB

  • PVC Schedule 40: เหมาะสำหรับการติดตั้งภายในอาคาร หรือในพื้นที่ที่ไม่ต้องการความแข็งแรงสูง
  • PVC Schedule 80: มีผนังหนากว่าทำให้มีความทนทานสูงหรือต้องการป้องกันจากการกระแทก เหมาะสำหรับการการติดตั้งภายนอกอาคารการติดตั้งท่อฝังในดินโดยตรง โดยไม่ต้องหุ้มในคอนกรีต

การเชื่อมต่อ:โดยใช้กาวประเภทตัวทำละลายที่ได้รับการรับรอง

2. Rigid Nonmetallic Underground Conduit, Plastic (EAZY)

Rigid Nonmetallic Underground Conduit, Plastic (EAZY) ท่อที่ผลิตจากวัสดุ โพลีเอทิลีนความหนาแน่นสูง (HDPE) Schedule 40: ใช้สำหรับการฝังในดินหรือการติดตั้งหุ้มคอนกรีต โดยท่อต้องมีความทนทานต่อความชื้นและสารกัดกร่อน และต้องมีความแข็งแรงพอที่จะทนต่อการใช้งานหนัก เช่น การกระแทกและการกดทับ

การเชื่อมต่อ: โดยใช้อุปกรณ์เชื่อมต่อท่อ หรือ แผ่นความร้อนหลอมปลายท่อที่อุณหภูมิคงที่

3. Rigid Nonmetallic Fiberglass Conduit (DZKT)

Rigid Nonmetallic Fiberglass Conduit (DZKT) คือ ท่อที่ทำจากวัสดุคอมโพสิท คือ ท่ออีพ็อกซี่เรซิ่นเสริมแรงด้วยใยแก้ว RTRC (Reinforced Thermosetting Resin Conduit) จัดเป็นวัสดุที่มีความทนทานต่อสารเคมีและอุณหภูมิสูง สามารถใช้ในการติดตั้งท่อได้ทั้งภายในและภายนอกอาคาร รวมถึงการฝังในดินโดยตรงหรือหุ้มคอนกรีต 

ปัจจุบัน ท่อประเภท RTRC ผลิตและทดสอบตาม NEMA TC 14 และได้รับ มอก. 2518-2557 (ท่ออีพ็อกซี่เรซิ่นเสริมใยแก้วสำหรับใช้ร้อยสายไฟฟ้าและสายโทรศัพท์) ได้เข้ามามีบทบาทและใช้ในงานติดตั้งท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินอย่างแพร่หลายด้วยคุณสมบัติเด่นหลายด้านที่เหมาะสมกับการใช้งานในโครงการสาธารณูปโภคทั้งภาครัฐและเอกชน โดยเฉพาะงานก่อสร้างบ่อพักและติดตั้งท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดินตาม มาตรฐานการไฟฟ้านครหลวง ด้วยคุณสมบัติเด่น ๆ ทั้งในด้าน Physical and Mechanical properties ที่นอกเหนือจากน้ำหนักเบากว่าท่อร้อยสายชนิดอื่น ในเรื่อง 

  • การทนแรงกดแรงอัดได้สูง (High Specific Compressive and Impact strength)
  • ไม่เป็นสนิมทนการกัดกร่อนทนสารเคมีได้ดี
  • ไม่แผ่สารพิษ (Non-Toxic) เนื่องจากผลิตจากวัสดุที่ไม่ลามไฟและไม่แผ่สารพิษประเภทฮาโลเจน (Halogen) ออกมา
  • เป็นฉนวนไฟฟ้ากระจายความร้อนได้ดีในกรณีที่เกิดไฟฟ้าลัดวงจร จะไม่เกิดการหลอมละลายของวัสดุท่อติดกับวัสดุสายไฟฟ้า (No cable fusion) ทำให้สามารถดึงสายไฟฟ้ามาเปลี่ยนหรือซ่อมได้
  • ค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำ (Low coefficient of friction) เพราะผิวภายในเรียบมาก เท่ากับ 0.385 ทำให้ง่ายต่อการดึงสายเคเบิ้ลได้ยาวและง่าย และลดปัญหาเคเบิ้ลฉีกขาดระหว่างลากสาย 
  • ค่าสัมประสิทธิ์ในการขยายตัวต่ำเมื่อได้รับความร้อนจึงเหมาะกับการติดตั้งเหนือดิน หรือ เดินท่อเกาะตามราวสะพาน 
  • ทนอุณหภูมิใต้ดินได้สูงโดยไม่เสียรูป
  • ออกแบบให้ประกอบท่อง่าย (Easy assembling): 3 easy step โดยนำปลายด้านตรงสวม(Spigot end) อัดเข้ากับท่อด้านปากระฆัง (Bell end) ที่มี Gasket และ Retainer ring ช่วยยึดให้ท่อประกอบเข้าหากันแน่นและกันน้ำได้ดี

ท่อ RTRC เหมาะสมกับการติดตั้งแบบไหนบ้าง

RTRC เป็นท่อร้อยสายไฟฟ้าที่ติดตั้งตามมาตรฐานสากลและมาตรฐานการไฟฟ้านครหลวงซึ่งแบ่งการติดตั้งเป็น 2 แบบคือ 

  1. การติดตั้งใต้ดิน (Underground Installation) ตามมาตรฐานของการไฟฟ้านครหลวงแบ่งการติดตั้งใต้ดินเป็น 
  • การติดตั้งหุ้มคอนกรีตแบบ Open cut และ Pipe Jacking
  • การติดตั้งแบบฝังดินกลบทราย (Direct burial installation)
  1. การติดตั้งเหนือดิน (Above ground Installation)

ด้วยคุณสมบัติข้างต้น ท่อ RTRC จึงเข้ามามีบทบาทแทนท่ออโลหะชนิดอื่น ๆ โดยเฉพาะในการใช้งาน

ที่ต้องการความทนทานสูงและความปลอดภัยทางไฟฟ้าที่มากขึ้น

การติดตั้งหุ้มคอนกรีต

การติดตั้งแบบฝังดินกลบทราย

 การติดตั้งแบบเหนือดิน

===============================

สำหรับบทความนี้ก็ขอขอบคุณทาง “บริษัท จีอาร์อี คอมโพสิท จำกัด” เป็นผู้นำตลาดท่อร้อยสายไฟใต้ดิน (Underground) และ ท่อร้อยสายไฟบนดิน (Aboveground) ภายใต้ Brand GRE มายาวนานกว่า 20 ปี และได้รับการยอมรับให้ใช้เป็นท่อร้อยสายไฟฟ้าในโครงการก่อสร้างบ่อพักและติดตั้งท่อร้อยสายไฟฟ้าใต้ดิน ของการไฟฟ้านครหลวง รวมทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชนใหญ่ๆ หลายแห่ง อาทิ กฟภ. กฟผ. ปตท. กรมโยธา ฯลฯ

หากสนใจสามารถติดต่อรายละเอียดได้ตามลิ้งค์นี้เลยนะครับ : https://www.grecomposites.com/rtrc-conduit/

===============================

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

Texplore และ i-APC ประกาศความร่วมมือนำระบบการควบคุมกระบวนการผลิตขั้นสูง (Non-Linear Advance Process Control) มาใช้กับเทคโนโลยี EXCENE™ เพิ่มศักยภาพลูกค้า แข่งขันในตลาดโลก

0
Texplore และ i-APC ประกาศความร่วมมือนำระบบการควบคุมกระบวนการผลิตขั้นสูง (Non-Linear Advance Process Control) มาใช้กับเทคโนโลยี EXCENE™ เพิ่มศักยภาพลูกค้า แข่งขันในตลาดโลก
Texplore และ i-APC ประกาศความร่วมมือนำระบบการควบคุมกระบวนการผลิตขั้นสูง (Non-Linear Advance Process Control) มาใช้กับเทคโนโลยี EXCENE™ เพิ่มศักยภาพลูกค้า แข่งขันในตลาดโลก

กรุงเทพ – 22 สิงหาคม 2567 บริษัทเท็กซ์พลอร์ จำกัด (Texplore) ในกลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ หรือ เอสซีจีซี (SCGC) ร่วมกับ บริษัทไอ เอพีซี คอนซัลติ้ง จำกัด (i-APC) บริษัทชั้นนำที่ให้บริการด้านระบบการควบคุมกระบวนการผลิตให้กับลูกค้าอุตสาหกรรมทั่วโลก ประกาศความร่วมมือในการนำระบบ Non-Linear Advance Process Control (APC) มาใช้กับ “เทคโนโลยี EXCENE™ (เอกซ์ซีน)” โซลูชันกระบวนการผลิตพอลิเอทิลีนชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE) ของ Texplore เพื่อส่งมอบประโยชน์สูงสุดให้กับลูกค้าที่นำกระบวนการผลิตของ EXCENE™ ไปใช้ ให้สามารถดำเนินการผลิตได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ตอบสนองต่อความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในตลาดโลก

EXCENE™ เป็นกรรมสิทธิ์กระบวนการผลิต HDPE ที่พัฒนาขึ้นโดย Texplore ที่พร้อมส่งต่อโซลูชันการผลิตนี้ให้แก่ลูกค้าผู้ผลิต HDPE ทั่วโลก ด้วยกระบวนการผลิตที่ไม่ซับซ้อนและมีเสถียรภาพ สามารถตอบโจทย์ผลิตภัณฑ์ HDPE ที่หลากหลายประเภท โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์คุณภาพสูง อาทิ ฟิล์มที่มีความแข็งแรงสูง และท่อขนาดใหญ่

การนำระบบ Non-Linear Advance Process Control (APC) หรือ ระบบการควบคุมการผลิตขั้นสูงสำหรับกระบวนการผลิตพอลิเมอร์ เข้ามาใช้ในครั้งนี้ จะเป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มประสิทธิภาพ ให้กับกระบวนการผลิต HDPE และเป็นตัวเลือกให้ลูกค้าที่นำโซลูชันกระบวนการผลิตของ EXCENE™ ไปใช้ โดยเฉพาะในกลุ่มลูกค้าที่เริ่มสร้างโรงงานใหม่ซึ่งมีความต้องการระบบในการควบคุมดูแลกระบวนการผลิตเป็นพิเศษ

ความร่วมมือในครั้งนี้ เป็นการนำจุดเด่นของ i-APC ซึ่งมีความรู้ ความเข้าใจ ในกระบวนการผลิต HDPE ร่วมกับความเชี่ยวชาญในการให้บริการออกแบบทางวิศวกรรม เพื่อนำระบบ APC มาใช้งานเสริมการควบคุมกระบวนการผลิตของ EXCENE™ เพิ่มเสถียรภาพในกระบวนการผลิต นำไปสู่การดำเนินการผลิตได้อย่างต่อเนื่อง ลดการสูญเสีย ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันให้กับลูกค้า และตอบรับกับความท้าทายของอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องได้

นอกจากนี้ Texplore และ i-APC ยังได้ขยายความร่วมมือทางธุรกิจด้วยการนำความรู้และความเชี่ยวชาญของทั้ง 2 ฝ่าย ผนวกรวมกันเพื่อต่อยอดไปสู่การบริการนำระบบควบคุมการผลิตมาใช้ โดยไม่ได้จำกัดอยู่เพียง เทคโนโลยี EXCENE™ หรือเทคโนโลยีการผลิต HDPE อื่น เท่านั้น แต่ยังสามารถให้บริการแก่เทคโนโลยีการผลิตพอลิโอเลฟินอื่น ๆ อีกด้วย

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

บริษัท SNC ขายที่ดิน-สิ่งปลูกสร้างให้กิจการมนตรีทรานสปอร์ต 1 พันล้าน

0
SNC Company
SNC Company

“เอส เอ็น ซีฟอร์เมอร์” ทำสัญญาเพื่อขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างมูลค่ารวม 1 พันล้านให้ “มนตรีทรานสปอร์ต คอร์ปอเรชั่น” และ/หรือ “ราชา รูท” เหตุไม่ได้ใช้ประโยชน์แล้ว โดยรับมัดจำ 100 ล้าน 23 ส.ค. 67 และกำหนดรับเงินอีก 900 ล้าน 30 ต.ค. 67

นายรัฐภูมิ นันทปถวี ผู้บริหารสูงสุดฝ่ายการบัญชีและการเงิน บริษัท เอส เอ็น ซีฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) (SNC) แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยว่า บริษัทได้มีการเข้าทำสัญญาจะขายคลังสินค้าและสำนักงานตามที่ประชุมคณะกรรมการครั้งที่ 6/2567 เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม 2567

มติที่ประชุมคณะกรรมการอนุมัติให้ บริษัท เอส เอ็น ซีครีเอติวิตี้แอนโทโลจี จำกัด (บริษัทย่อยที่ 1) และ บริษัท เอส เอ็น ซีเซเรนิตี้ จำกัด (บริษัทย่อยที่ 2) ซึ่ง SNC บริษัทถือหุ้นในบริษัทย่อยทั้ง 2 บริษัท ในอัตราร้อยละ 99.99 เข้าทำสัญญาจะขายคลังสินค้าและสำนักงานพร้อมที่ดิน (รวมเรียกว่าที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง) ให้กับ บริษัท มนตรีทรานสปอร์ต คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) และ/หรือ บริษัท ราชา รูท จำกัด

เป็นที่ดินขนาด 76.5 ไร่ และสิ่งปลูกสร้าง (คลังสินค้าและอาคารสำนักงาน) พื้นที่ 68,995 ตรม. ตั้งอยู่ที่ ต.มะขามคู่ อ.นิคมพัฒนา จ.ระยอง

วัตถุประสงค์ของรายการเนื่องจากในปี 2566 คลังสินค้าและอาคารสำนักงานแห่งนี้ไม่มีการใช้งาน และในปี 2567 บริษัทพิจารณาแล้วเห็นว่าบริษัทจะได้รับประโยชน์จากการขายในครั้งนี้ โดยเมื่อ 12 กรกฎาคม 2567 เข้าทำสัญญาจะขายที่ดินและสิ่งปลูกสร้างรวมมูลค่า 1,000 ล้านบาท ต่อมา 23 สิงหาคม 2567 ได้รับเงินมัดจำรวมร้อยละ 10 มูลค่า 100 ล้านบาท และ 30 ตุลาคม 2567 มีกำหนดรับเงินส่วนที่เหลือร้อยละ 90 มูลค่า 900 ล้านบาทและมีกำหนดโอนกรรมสิทธิ์ในวันเดียวกัน

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

G-Steel เตรียมลงทุน 3 พันล้านบาท เพื่อยกระดับขีดความสามารถด้านการผลิต

0
G steel investment 2024
G steel investment 2024

บริษัท จี สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ G Steel เปิดเผยแผนลงทุนจำนวน 3 พันล้านบาท ภายในระยะเวลา 3 ปี หลังจากนี้ เพื่อปรับปรุงเครื่องจักร เพิ่มขีดความสามารถด้านคุณภาพ และความสามารถในการควบคุมต้นทุน รวมถึงปรับปรุงเครื่องจักรที่เสื่อมสภาพ เพื่อการลงทุนในโครงการเหล่านี้ G Steel ได้ทำสัญญากู้ยืมระยะยาวจากบริษัท นิปปอน สตีล ประเทศไทย (NSTH) ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ บริษัท นิปปอน สตีล คอร์ปอเรชั่น (NSC) ประเทศญี่ปุ่น ในระยะแรกด้วยเงินทุนจำนวน 1.6 พันล้านบาท

ด้วยการลงทุนในครั้งนี้ G Steel มุ่งมั่นที่จะพลิกฟื้นการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่จะมีส่วนสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจและสังคมไทย ด้วยการส่งมอบเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนที่มีคุณภาพสูงให้แก่ลูกค้าที่มีความต้องการอย่างหลากหลายในประเทศไทย

อุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศไทยนับเป็นส่วนสำคัญเป็นอย่างยิ่งในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน และยังเป็นส่วนเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานที่แข็งแกร่งสำหรับอุตสาหกรรมการผลิต ทำให้ประเทศไทยคงความเป็นศูนย์กลางการผลิตอีกด้วย

ทั้งนี้ หลังจาก NSC ได้เข้าถือหุ้นหลักของ G Steel เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2565 ด้วยการสนับสนุนทางเทคนิคและการจัดการจาก NSC บริษัทฯ กำลังอยู่ในขั้นตอนของการปรับปรุงขีดความสามารถของบริษัทฯ อย่างต่อเนื่อง โดย NSC เป็นบริษัทเหล็กที่ใหญ่เป็นอันดับที่ 4 ของโลก ด้วยประสบการณ์การดำเนินงานมากกว่า 60 ปี ในประเทศไทย และได้ส่งมอบเหล็กคุณภาพสูงให้แก่อุตสาหกรรมการผลิต ตอบสนองความต้องการของสังคมไทย ปัจจุบันกลุ่ม NSC ได้ดำเนินงานโดย 30 บริษัท มีพนักงานรวมมากกว่า 8,000 คน ในประเทศไทย โดย NSC มุ่งมั่นที่จะส่งเสริมการเติบโตของธุรกิจในประเทศไทย รวมทั้ง G Steel

ภาคผลิตอุตสาหกรรมกลับมา -2.1% ทำการฟื้นตัวรายได้ไม่เท่าเทียม

G Steel ได้ดำเนินงานเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้แก่การผลิต และพัฒนาขีดความสามารถด้านคุณภาพ และความสามารถทางการแข่งขันด้านต้นทุน เพื่อเพิ่มความไว้วางใจให้แก่ลูกค้า เพื่อการเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว ทั้งนี้เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งและเพิ่มขีดความสามารถดังกล่าว G Steel ได้ตัดสินใจลงทุนประมาณ 3 พันล้านบาท ในช่วงเวลา 3 ปี หลังจากนี้ไป โดยการลงทุนครั้งนี้ ประกอบไปด้วย 1.) การลงทุนในเครื่องรีดปรับผิวเหล็ก (Skin Pass) เพื่อพัฒนาคุณภาพและขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ 2.) การพัฒนาระบบการจัดการวัตถุดิบเศษเหล็ก ซึ่งจะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและเสริมความเข้มแข็งของระบบรีไซเคิล และ 3.) การลงทุนในการปรับปรุงเครื่องจักรที่เสื่อมสภาพให้มีเสถียรภาพมากยิ่งขึ้น โดยการลงทุนนี้จะส่งเสริมให้ G Steel สามารถสร้างโครงสร้างผลกำไรที่แข็งแกร่ง

การเป็นผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนครบวงจรกลุ่มเดียวในประเทศไทย (รวมถึงบริษัท จี เจ สตีล จำกัด (มหาชน) หรือ (GJS)) G Steel จึงมุ่งมั่นให้ความสำคัญในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า ด้วยการส่งมอบวัสดุที่มีคุณภาพและต้นทุนที่แข่งขันได้ ในระยะเวลาส่งมอบที่รวดเร็ว นอกจากนี้ G Steel ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนด้วยเตาอาร์คไฟฟ้า (Electric Arc Furnace) จึงมีการปล่อยก๊าซคาร์บอนต่ำ และยังเป็นผู้รีไซเคิลเศษเหล็กรายใหญ่ในประเทศไทย (รวมถึง GJS) G Steel ได้รับใบรับรองคาร์บอนฟุตพริ้นท์จากองค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) การเป็นผู้ผลิตที่ปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ จะช่วยส่งเสริมการขายด้วยผลิตภัณฑ์เหล็กที่ปลดปล่อยคาร์บอนต่ำ สู่ตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ ทั้งหมดนี้มีส่วนสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจของประเทศ รวมถึงเป้าหมายของรัฐบาลในการบรรลุความเป็นกลางทางคาร์บอน และเศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) อีกด้วย

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์