วิศวกรรมเพื่อความยั่งยืน: ทำความเข้าใจ Net Zero, Emissions และ ESG ในปี 2026 และการปรับตัวของวิศวกรไทย

เมื่อ “ความยั่งยืน” ไม่ใช่แค่เรื่องของสิ่งแวดล้อม แต่กลายเป็นโจทย์ทางวิศวกรรม

คำว่า Net Zero, ESG, Carbon Footprint และ Sustainability กลายเป็นคำที่พบมากขึ้นในโลกธุรกิจและอุตสาหกรรม

แต่สำหรับวิศวกร คำถามสำคัญอาจไม่ใช่เพียง “องค์กรของเราจะทำ Net Zero อย่างไร?”

แต่คือ “แล้ววิศวกรจะออกแบบระบบ เครื่องจักร อาคาร กระบวนการผลิต และโครงสร้างพื้นฐานอย่างไร ให้ใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพและปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลง?”

เพราะในโลกแห่งความเป็นจริง การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมากต้องอาศัย เทคโนโลยี ระบบพลังงาน การออกแบบ กระบวนการผลิต และนวัตกรรมทางวิศวกรรม

พูดได้ว่า

Net Zero เป็นเป้าหมายระดับองค์กรและประเทศ แต่ “วิศวกรรม” คือหนึ่งในกลไกสำคัญที่จะทำให้เป้าหมายนั้นเกิดขึ้นจริง

รู้จักทีมวิศวกรสีเขียว ผู้สมัครเลือกตั้งกรรมการสภาวิศวกร (สมัยที่ 9) กับวิสัยทัศน์ “วิศวกรยุคใหม่ ใส่ใจวิชาชีพ พัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน”

รู้จักทีมวิศวกรสีเขียว ผู้สมัครเลือกตั้งกรรมการสภาวิศวกร (สมัยที่ 9) กับวิสัยทัศน์ "วิศวกรยุคใหม่ ใส่ใจวิชาชีพ พัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน"

Net Zero, Carbon Neutrality และ Emissions ต่างกันอย่างไร?

Net,Zero,2050,Carbon,Neutral,And,Net,Zero,Concept,Natural

ก่อนจะพูดถึงบทบาทของวิศวกร ลองทำความเข้าใจคำศัพท์สำคัญก่อน

Greenhouse Gas Emissions คืออะไร?

Greenhouse Gas Emissions หรือการปล่อยก๊าซเรือนกระจก หมายถึงการปล่อยก๊าซที่มีส่วนทำให้เกิดภาวะเรือนกระจก เช่น CO₂, CH₄ และ N₂O จากกิจกรรมต่าง ๆ เช่น การใช้พลังงาน การขนส่ง กระบวนการผลิต และการจัดการของเสีย สำหรับภาคอุตสาหกรรม การทำความเข้าใจว่า “ปล่อยจากที่ไหน ปริมาณเท่าไร และลดตรงไหนได้บ้าง” จึงเป็นพื้นฐานสำคัญของการวางแผนลดการปล่อย

Carbon Neutrality คืออะไร?

โดยทั่วไป Carbon Neutrality หมายถึงการทำให้ปริมาณการปล่อยและการดูดกลับ/ชดเชย คาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂) มีความสมดุลกัน

ในกรอบเป้าหมายระยะยาวของประเทศไทยที่ใช้อยู่ ไทยกำหนดเป้าหมาย Carbon Neutrality ภายในปี 2050

แล้ว Net Zero คืออะไร?

Net Zero Emissions มีขอบเขตกว้างกว่า เพราะพิจารณา ก๊าซเรือนกระจกโดยรวม ไม่ใช่เพียง CO₂

แนวคิดหลักคือการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกให้มากที่สุด และจัดการกับส่วนที่เหลือด้วยการดูดกลับหรือวิธีการที่เหมาะสม เพื่อให้การปล่อยสุทธิเป็นศูนย์

กรอบเป้าหมายระยะยาวที่ประเทศไทยประกาศไว้ก่อนหน้านี้คือ Net Zero GHG Emissions ภายในปี 2065

อย่างไรก็ตาม ในปี 2026 ประเทศไทยกำลังเดินหน้าปรับปรุงยุทธศาสตร์ระยะยาวด้านการพัฒนาที่ปล่อยก๊าซเรือนกระจกต่ำ หรือ LT-LEDS โดยมีการหารือถึงทิศทางการมุ่งสู่ Net Zero ภายในปี 2050 ดังนั้นตัวเลขเป้าหมายจึงเป็นประเด็นที่ควรติดตามจากกรอบนโยบายฉบับปรับปรุงต่อไป

แล้ว ESG เกี่ยวข้องกับวิศวกรอย่างไร?

ESG ประกอบด้วย

E — Environmental

สิ่งแวดล้อม เช่น

  • การลดก๊าซเรือนกระจก
  • การใช้พลังงาน
  • การจัดการน้ำ
  • การจัดการของเสีย
  • มลพิษ
  • การใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ

S — Social

ด้านสังคม เช่น

  • ความปลอดภัยในการทำงาน
  • สุขภาพของแรงงาน
  • ผลกระทบต่อชุมชน
  • สิทธิมนุษยชน

G — Governance

ด้านธรรมาภิบาล เช่น

  • การบริหารความเสี่ยง
  • ความโปร่งใส
  • การกำกับดูแล
  • การจัดการข้อมูล

เมื่อมองให้ดีจะพบว่า วิศวกรมีส่วนเกี่ยวข้องกับ ESG แทบทุกมิติ

เพราะวิศวกรเป็นผู้ที่เกี่ยวข้องกับการออกแบบและควบคุมระบบที่มีผลต่อ พลังงาน ความปลอดภัย การใช้ทรัพยากร และประสิทธิภาพขององค์กร

ทำไม Net Zero จึงเป็นเรื่องของวิศวกร?

ลองดูตัวอย่างง่าย ๆ

โรงงานแห่งหนึ่งต้องการลด Carbon Footprint

ฝ่ายบริหารอาจกำหนดเป้าหมายว่า

“ลดการใช้พลังงานลง 20%”

แต่คำถามต่อมาคือ

จะลดอย่างไร?

ตรงนี้เองที่ต้องใช้วิศวกรรม

เช่น

  • ปรับปรุงประสิทธิภาพมอเตอร์
  • ติดตั้ง Variable Frequency Drive (VFD)
  • ปรับปรุงระบบ Compressed Air
  • เพิ่มประสิทธิภาพ Boiler
  • Waste Heat Recovery
  • Energy Management System
  • Solar PV
  • ระบบกักเก็บพลังงาน
  • IoT Monitoring
  • Predictive Maintenance
  • ปรับปรุงกระบวนการผลิต

ดังนั้นเป้าหมาย Net Zero จึงไม่ได้หยุดอยู่ที่การจัดทำรายงาน แต่ต้องลงมาถึงระดับ เครื่องจักร กระบวนการ และระบบจริง

ESG กำลังเปลี่ยน “ข้อมูล” ให้กลายเป็นเรื่องสำคัญของวิศวกร

อีกหนึ่งการเปลี่ยนแปลงที่วิศวกรควรจับตามองคือการที่ข้อมูลด้านความยั่งยืนมีความสำคัญต่อธุรกิจและการเปิดเผยข้อมูลมากขึ้น

มาตรฐาน IFRS S1 และ IFRS S2 ของ ISSB ได้วางกรอบสำหรับการเปิดเผยข้อมูลด้านความยั่งยืนและสภาพภูมิอากาศที่มีประโยชน์ต่อผู้ลงทุน โดย IFRS S1 มีผลบังคับใช้ในระดับมาตรฐานตั้งแต่รอบรายงานที่เริ่ม 1 มกราคม 2024 ขณะที่การนำไปบังคับใช้จริงขึ้นอยู่กับแต่ละเขตอำนาจศาล

สำหรับประเทศไทย เอกสารภาพรวมของ IFRS Foundation ระบุว่า ก.ล.ต. ไทยอยู่ระหว่างการพิจารณาแนวทางการนำ ISSB Standards มาใช้ และมีแนวทางแบบทยอยสำหรับบริษัทจดทะเบียนบางกลุ่ม โดยข้อเสนอเดิมระบุ SET50 เริ่มเปิดเผยในปี 2027 สำหรับรอบปี 2026 และ SET100 ในปี 2028 สำหรับรอบปี 2027

นั่นหมายความว่าในอนาคตข้อมูลจาก โรงงาน อาคาร เครื่องจักร ระบบพลังงาน และกระบวนการผลิต อาจมีความสำคัญมากขึ้นต่อการจัดทำข้อมูลด้านความยั่งยืนขององค์กร

และคนที่เข้าใจข้อมูลเหล่านี้ในเชิงเทคนิคก็คือ

“วิศวกร”

แล้วทีม “วิศวกรสีเขียว” มองเรื่องนี้อย่างไร?

7 นโยบายสำคัญของทีมวิศวกรสีเขียว เพื่อยกระดับวิชาชีพวิศวกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล
7 นโยบายสำคัญของทีมวิศวกรสีเขียว เพื่อยกระดับวิชาชีพวิศวกรรมไทยสู่มาตรฐานสากล

หนึ่งในแนวทางของ ทีมวิศวกรสีเขียว คือ

“วิศวกรรมเพื่อความยั่งยืน”

โดยมุ่งผลักดันงานวิศวกรรมให้สอดคล้องกับแนวทาง

Net Zero Emissions + ESG + SDGs

เพื่อให้การพัฒนาวิชาชีพวิศวกรรมไม่ได้มองเพียงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี แต่ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม สังคม และความยั่งยืนในระยะยาว

แนวคิดนี้สามารถมองออกเป็น 3 ระดับ

ระดับที่ 1 — วิศวกรต้อง “เข้าใจ”

สร้างความรู้เกี่ยวกับ

  • Climate Change
  • Carbon Footprint
  • Net Zero
  • ESG
  • Sustainable Engineering
  • Green Technology

ระดับที่ 2 — วิศวกรต้อง “นำไปใช้”

เชื่อมองค์ความรู้เข้ากับงานจริง เช่น

  • Energy Efficiency
  • Renewable Energy
  • Green Building
  • Sustainable Manufacturing
  • Low Carbon Technology
  • Circular Economy
  • Carbon Reduction

ระดับที่ 3 — วิศวกรต้อง “สร้างการเปลี่ยนแปลง”

นำความรู้และเทคโนโลยีไปพัฒนานวัตกรรมและโซลูชันที่ช่วยให้อุตสาหกรรมและสังคมไทยลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้จริง

“วิศวกรสีเขียว” ไม่ได้หมายถึงแค่วิศวกรสิ่งแวดล้อม

ประเด็นนี้สำคัญมาก คำว่า Green Engineer ไม่ได้หมายความว่าวิศวกรทุกคนต้องเปลี่ยนสายงานไปเป็นวิศวกรสิ่งแวดล้อม

แต่หมายถึง

วิศวกรทุกสาขาสามารถนำแนวคิดด้านความยั่งยืนเข้าไปอยู่ในงานของตัวเองได้

  • วิศวกรเครื่องกลอาจลด Energy Consumption
  • วิศวกรไฟฟ้าอาจออกแบบระบบ Renewable Energy
  • วิศวกรโยธาอาจเลือกวัสดุและออกแบบอาคารให้ลดผลกระทบตลอดอายุการใช้งาน
  • วิศวกรอุตสาหการอาจเพิ่มประสิทธิภาพกระบวนการผลิตและลด Waste
  • วิศวกรเคมีอาจพัฒนากระบวนการที่ใช้พลังงานและทรัพยากรลดลง
  • วิศวกรสิ่งแวดล้อมอาจพัฒนาระบบจัดการของเสียและทรัพยากร

ทุกสาขาวิศวกรรมมีส่วนร่วมกับความยั่งยืนได้

ทีมวิศวกรสีเขียว เลือกตั้ง สภาวิศวกร วิศวกรยุคใหม่ ใส่ใจวิชาชีพ พัฒนาสังคมยั่งยืน
ทุกคะแนนเสียงของคุณ คือพลังสร้างอนาคตของวิชาชีพวิศวกรรม โปรดเลือกทีมวิศวกรสีเขียว เบอร์ 3–12 (สายวิชาชีพ) เบอร์ 1–5 (สายอาจารย์)

“ทุกคะแนนเสียงของคุณ คือพลังสร้างอนาคตของวิชาชีพวิศวกรรม”

โปรดเลือกทีมวิศวกรสีเขียว
เบอร์ 3–12 (สายวิชาชีพ)
เบอร์ 1–5 (สายอาจารย์

นายช่างมาแชร์
นายช่างมาแชร์
ขอมาแชร์ความรู้ "งานช่าง เครื่องจักรกล และงานวิศวกรรม"ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

Related

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

292ผู้ติดตามติดตาม
1,580ผู้ติดตามติดตาม
356ผู้ติดตามติดตาม

Thanks Sponsor


Latest Articles