วว. จับมือ กยท. พัฒนา “ราวกันชนลูกกลิ้งยางพารา” นวัตกรรมไทย เพิ่มความปลอดภัยทางถนน พร้อมเพิ่มมูลค่ายางพารา

เมื่อ “ยางพาราไทย” ไม่ได้เป็นเพียงวัตถุดิบทางการเกษตร แต่สามารถต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์วิศวกรรมเพื่อความปลอดภัยได้ ล่าสุด วว. ร่วมกับ กยท. พัฒนา “ราวกันชนชนิดลูกกลิ้งยางพารา (Rolling Guard Barrier)” นวัตกรรมที่มุ่งลดความรุนแรงจากอุบัติเหตุบนท้องถนน พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจจากการแปรรูปยางพาราไทยให้เป็นผลิตภัณฑ์มูลค่าสูง

Rolling Guard Barrier คืออะไร? ทำไมจึงน่าสนใจ

อุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเฉพาะบริเวณทางโค้งหรือจุดเสี่ยง ยังคงเป็นโจทย์สำคัญด้านความปลอดภัยทางวิศวกรรม การพัฒนาอุปกรณ์กั้นและลดแรงกระแทกจึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่สามารถช่วยลดความรุนแรงของอุบัติเหตุได้ กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โดยสถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) ร่วมกับการยางแห่งประเทศไทย (กยท.) ได้พัฒนา “ราวกันชนชนิดลูกกลิ้งยางพาราต้นแบบ หรือ Rolling Guard Barrier” โดยนำยางพารามาต่อยอดเป็นส่วนประกอบของระบบป้องกันความปลอดภัยบนท้องถนน

ตามข้อมูลที่ วว. เผยแพร่เมื่อวันที่ 2 กรกฎาคม 2569 นวัตกรรมดังกล่าวผ่านการทดสอบตามแนวทางมาตรฐานระดับสากล โดยมีเป้าหมายเพื่อช่วยลดความสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สินจากอุบัติเหตุบริเวณทางโค้งและพื้นที่เสี่ยง

หลักการของราวกันชนลูกกลิ้งยางพารา ทำงานอย่างไร?

จุดเด่นของ Rolling Guard Barrier คือการนำลูกกลิ้งยางพารามาใช้ร่วมกับโครงสร้างราวกันชน โดยลูกกลิ้งถูกติดตั้งเรียงต่อกันตามแนวถนน เพื่อทำหน้าที่เป็นองค์ประกอบของระบบป้องกันเมื่อรถยนต์ชนหรือไถลเข้าหาราวกันชน แนวคิดการออกแบบมุ่งให้ลูกกลิ้งช่วยรับและกระจายแรงจากการชน พร้อมเปลี่ยนลักษณะการปะทะให้เกิดการกลิ้งไปตามแนวลูกกลิ้ง ซึ่งอาจช่วยลดความรุนแรงของการชนและช่วยนำทิศทางรถกลับเข้าสู่แนวที่ปลอดภัยได้ ขึ้นอยู่กับรูปแบบการชน ความเร็วรถ และสภาพการติดตั้ง

อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพในการลดแรงกระแทกและการควบคุมทิศทางรถต้องพิจารณาจากผลการทดสอบและเงื่อนไขการใช้งานของระบบ ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะป้องกันความสูญเสียได้ทุกกรณี

จากสวนยางสู่ผลิตภัณฑ์วิศวกรรม เพิ่มมูลค่าวัตถุดิบไทย

นอกจากประโยชน์ด้านความปลอดภัยแล้ว การพัฒนาราวกันชนลูกกลิ้งยางพารายังสะท้อนแนวทางการนำวัตถุดิบทางการเกษตรมาต่อยอดสู่ผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรมที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น ข้อมูลจาก วว. ระบุว่า การติดตั้งราวกันชนชนิดนี้ระยะทาง 1 กิโลเมตร สามารถเพิ่มปริมาณการใช้น้ำยางพาราไทยได้สูงถึง 21 ตัน ซึ่งเป็นโอกาสในการสร้างความต้องการใช้ยางพาราภายในประเทศ และสนับสนุนการสร้างรายได้ให้แก่เกษตรกรชาวสวนยาง

ขณะเดียวกัน หน่วยงานยังระบุถึงโอกาสในการขับเคลื่อนอุตสาหกรรมแปรรูปยางพาราเพื่อความปลอดภัย โดยกล่าวถึงมูลค่าตลาดรวมภายในประเทศที่อาจสูงถึง 456,025 ล้านบาท ทั้งนี้ ตัวเลขดังกล่าวเป็นข้อมูลตามที่หน่วยงานเผยแพร่ ไม่ใช่มูลค่ารายได้ที่เกิดขึ้นจากผลิตภัณฑ์ราวกันชนนี้โดยตรง

หากสามารถขยายผลการใช้งานได้อย่างเหมาะสม ราวกันชนลูกกลิ้งยางพาราอาจเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างของการพัฒนานวัตกรรมที่เชื่อมโยงงานวิจัย วิศวกรรม วัตถุดิบในประเทศ และการใช้งานจริงเข้าด้วยกัน

อย่างไรก็ตาม การนำไปใช้งานในวงกว้างยังต้องพิจารณาความเหมาะสมของพื้นที่ติดตั้ง ผลการทดสอบด้านความปลอดภัย มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง ความทนทานต่อสภาพอากาศ และต้นทุนตลอดอายุการใช้งาน เพื่อให้มั่นใจว่าระบบสามารถตอบโจทย์ทั้งด้านวิศวกรรมและความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจ

Rolling Guard Barrier จึงไม่ใช่เพียงการนำยางพารามาใช้กับงานถนน แต่เป็นตัวอย่างของการต่อยอดวัสดุไทยสู่ผลิตภัณฑ์วิศวกรรมที่มีเป้าหมายชัดเจน ทั้งการยกระดับความปลอดภัยและการสร้างมูลค่าเพิ่มให้ทรัพยากรในประเทศ

ที่มา: สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (วว.) เผยแพร่วันที่ 2 กรกฎาคม 2569


แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare

นายช่างมาแชร์
นายช่างมาแชร์
ขอมาแชร์ความรู้ "งานช่าง เครื่องจักรกล และงานวิศวกรรม"ให้เป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

Related

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

292ผู้ติดตามติดตาม
1,580ผู้ติดตามติดตาม
356ผู้ติดตามติดตาม

Thanks Sponsor


Latest Articles