ในทุกวิชาชีพย่อมมีองค์กรที่ทำหน้าที่กำกับดูแลมาตรฐานและพัฒนาวิชาชีพ สำหรับ วิศวกรไทย องค์กรดังกล่าวคือ สภาวิศวกร ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานการประกอบวิชาชีพ ออกใบอนุญาต และส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพของวิศวกรทั่วประเทศ
การเลือกตั้ง กรรมการสภาวิศวกร (สมัยที่ 9) จึงไม่ใช่เพียงการเลือกบุคคลเข้ามาบริหารองค์กร แต่เป็นการร่วมกำหนดทิศทางของวิชาชีพวิศวกรรมไทยในอนาคต ทั้งด้านมาตรฐานวิชาชีพ การพัฒนาสมาชิก การยกระดับเทคโนโลยี และการสร้างความสามารถในการแข่งขันในระดับสากล
สำหรับการเลือกตั้งสมัยที่ 9 สมาชิกสภาวิศวกรสามารถลงคะแนนเลือกตั้งได้ระหว่าง วันที่ 13 สิงหาคม – 18 กันยายน 2569 โดยเป็นการลงคะแนนผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ตามที่สภาวิศวกรกำหนด และมีกำหนดนับคะแนนในวันที่ 19 กันยายน 2569
ทำความรู้จักกับ “สภาวิศวกร – Council of Engineers Thailand”
สภาวิศวกรจัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. 2542 มีหน้าที่กำกับดูแลการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม เพื่อให้การปฏิบัติงานด้านวิศวกรรมของประเทศไทยมีมาตรฐาน ความปลอดภัย และเป็นไปตามจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ
ภารกิจสำคัญของสภาวิศวกร ได้แก่
- ออกและต่ออายุใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม
- พิจารณาการเลื่อนระดับใบอนุญาต
- กำหนดมาตรฐานและจรรยาบรรณวิชาชีพ
- ส่งเสริมการพัฒนาวิศวกรผ่านการอบรมและการสะสมหน่วย CPD
- สนับสนุนการพัฒนาวิชาชีพให้สอดคล้องกับเทคโนโลยีและมาตรฐานสากล
- เป็นตัวแทนวิศวกรไทยในการประสานงานกับองค์กรวิชาชีพระดับนานาชาติ

กรรมการสภาวิศวกรมีหน้าที่อะไร?
กรรมการสภาวิศวกรทำหน้าที่กำหนดนโยบายและทิศทางการบริหารองค์กร ซึ่งส่งผลต่อสมาชิกสภาวิศวกรทั่วประเทศ ไม่ว่าจะเป็นวิศวกรโยธา ไฟฟ้า เครื่องกล อุตสาหการ เคมี สิ่งแวดล้อม เหมืองแร่ หรือสาขาอื่น ๆ
ตัวอย่างภารกิจของกรรมการ ได้แก่
- กำหนดนโยบายการพัฒนาสภาวิศวกร
- พัฒนาระบบการออกใบอนุญาตและการให้บริการสมาชิก
- ส่งเสริมการเรียนรู้ตลอดชีวิต (Lifelong Learning)
- พัฒนาระบบการสะสมหน่วย CPD
- ผลักดันมาตรฐานวิศวกรรมไทยสู่ระดับสากล
- สนับสนุนการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ในการให้บริการสมาชิก
กล่าวได้ว่า กรรมการสภาวิศวกรมีบทบาทสำคัญต่อทั้งองค์กร สมาชิก และอนาคตของวิชาชีพวิศวกรรมไทย
รูปแบบการเลือกตั้งกรรมการสภาวิศวกร (สมัยที่ 9)
การเลือกตั้งแบ่งผู้สมัครออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. ผู้สมัครตามมาตรา 24 (1) สายวิชาชีพ
เป็นผู้สมัครที่มาจากผู้ประกอบวิชาชีพวิศวกรรมในสาขาต่าง ๆ สมาชิกสามารถเลือกผู้สมัครได้ 10 คน
2. ผู้สมัครตามมาตรา 24 (2) สายอาจารย์
เป็นผู้สมัครที่มาจากคณาจารย์ด้านวิศวกรรมของสถาบันการศึกษา สมาชิกสามารถเลือกผู้สมัครได้ 5 คน
รายชื่อผู้สมัครและหมายเลขประจำตัวได้รับการประกาศอย่างเป็นทางการโดยคณะกรรมการอำนวยการเลือกตั้งของสภาวิศวกร

ประเด็นสำคัญที่ผู้สมัครหลายทีมให้ความสำคัญ
แม้แต่ละทีมจะมีแนวคิดแตกต่างกัน แต่ประเด็นที่ได้รับความสนใจร่วมกัน ได้แก่
- การพัฒนาระบบดิจิทัลและ AI
- การยกระดับมาตรฐานวิศวกรรมไทย
- การพัฒนาศักยภาพวิศวกรอย่างต่อเนื่อง
- การสร้างเครือข่ายวิชาชีพ
- การสนับสนุนการทำงานในระดับนานาชาติ
- การขับเคลื่อนวิศวกรรมเพื่อความยั่งยืน
- การปรับปรุงกฎหมายให้ทันต่อเทคโนโลยีและบริบทของโลกยุคใหม่
สมาชิกจึงควรศึกษานโยบายของผู้สมัครแต่ละทีมอย่างรอบด้านก่อนตัดสินใจใช้สิทธิ
การเลือกตั้งครั้งนี้มีความหมายต่ออนาคตของวิศวกรไทยอย่างไร?
ปัจจุบัน วิชาชีพวิศวกรรมกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่จากเทคโนโลยี เช่น Artificial Intelligence (AI), Building Information Modeling (BIM), Digital Twin, Internet of Things (IoT), Smart Factory และแนวคิดด้าน ESG รวมถึงเป้าหมาย Net Zero Emissions
สภาวิศวกรจึงมีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนให้สมาชิกสามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ ผ่านการพัฒนามาตรฐานวิชาชีพ ระบบการเรียนรู้ และการสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับวิศวกรไทย
กรรมการสภาวิศวกรที่ได้รับเลือกในสมัยที่ 9 จะเป็นผู้ร่วมกำหนดทิศทางของการพัฒนาดังกล่าวในช่วงหลายปีข้างหน้า

สรุป
การเลือกตั้งกรรมการสภาวิศวกร (สมัยที่ 9) เป็นโอกาสสำคัญที่สมาชิกสภาวิศวกรจะได้ร่วมกำหนดอนาคตขององค์กรวิชาชีพ ผ่านการเลือกผู้แทนที่มีวิสัยทัศน์และนโยบายสอดคล้องกับความต้องการของวิศวกรในยุคปัจจุบัน
การศึกษาข้อมูลผู้สมัคร วิสัยทัศน์ และนโยบายของทุกทีมก่อนลงคะแนน จะช่วยให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างรอบคอบ และมีส่วนร่วมในการยกระดับวิชาชีพวิศวกรรมไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานสากลอย่างยั่งยืน








