Basic Flow measurement พื้นฐานการวัดการไหล

การวัดอัตราการไหล (Flow measurement) เป็นตัวแปรสำคัญอีกตัวหนึ่งในกระบวนการผลิตและชีวิตประจำวันของเราครับ ยกตัวอย่างง่ายๆที่เกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของเรา คือการวัดการใช้งานน้ำประปาครับ ซึ่งการวัดการไหลนั้นอาจเป็นได้ทั้งของแข็ง ของเหลว หรือก๊าซ ซึ่งแต่ประเภทของของไหลเราอาจต้องใช้เครื่องมือวัด และ วิธีการวัดที่แตกต่างกันครับ

สิ่งที่ต้องคำนึงในการวัดการไหลคงหนีไม่พ้นการวัดที่มีความถูกต้องและเที่ยงตรง โดยเฉพาะการวัดเพื่อการซื้อขายทุกๆค่าวัดที่ผิดพลาดย่อมส่งผลต่อต้นทุนหรือค่าใช้จ่ายของโรงงานได้ครับ.

ปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกเครื่องมือการวัดอัตราการไหล (Effect to Flow measurement)

ก่อนที่เราจะเลือกใช้เครื่องมือวัดการไหล หรือ Flow measurement เราจำเป็นที่ต้องทราบถึงคุณลักษณะของของไหลก่อนครับ ซึ่งปัจจัยที่ต้องพิจารณามีดังนี้

1.ความดัน (Pressure)

ความดันของของไหลจะมีความสำคัญอย่างยิ่งในการเลือกอุปกรณ์วัด ถ้าหากเราเลือกอุปกรณ์วัดที่มีการทนทานต่อความดันต่ำกว่าของไหล อาจทำให้อุปกรณ์เกิดความเสียหายได้ ซึ่งอย่างน้อยที่สุดเราจะออกแบบเครื่องมือวัดการไหลอย่างน้อยเท่ากับ pipe class นั้นๆ ครับ (อย่างคร่าวๆ) ลักษณะความเสียหายที่เกิดจากการเลือกใช้เครื่องมือวัดที่มีการทนต่อความดันของของไหลต่ำ จะมีอาการโค้ง บิดงอ เสียรูป หรือ หนักสุดเกิดรอยปริที่อุปกรณ์ได้ครับ

2.อุณหภูมิ (Temperature)

ในทำนองเดียวกันกับความดัน ถ้าหากของไหลมีลักษณะที่ร้อนหรือเย็นมากกว่าที่อุปกรณ์จะทนได้ ก็ย่อมมีผลซึ่งอาจทำให้อุปกรณ์วัดเกิดความเสียหายได้ครับ โดยข้อนี้อาจต้องออกแบบให้ครอบคลุมถึง Seal ด้วยนะครับว่ามีความเหมาะสมกับอุณหภูมินั้นๆหรือไม่

3. ความหนืด (Viscosity) 

เป็นหนึ่งในตัวแปรที่สำคัญซึ่งจะส่งผลต่อการวัดของเราได้ครับซึ่งเมื่อก่อนเราจะเลือกใช้อุปกรณ์เครื่องมือวัดเราอาจต้องคำนวณค่า Reynold number ให้ได้ก่อนครับ ตามประสบการณ์ของแอด มีคนเข้าใจผิดว่าเครื่องมือวัดการไหลชอบการไหลเชิงราบเรียบเท่านั้น(Laminar) ซึ่งจริงๆต้องพิจารณาชนิดของเครื่องมือวัดนั้นๆด้วย เป็น Case by case ไป เช่นตามมาตรฐานการวัดการไหลแบบความดันแตกต่าง ถ้าหากของไหลไหลแบบราบเรียบ (Laminar) เตรียมรับกับการวัดที่มีความผิดพลาดได้เลยครับ สามารถอ้างอิงจาก ISO-5167 ได้เลยครับ

ภาพตัวอย่าง Flow Velocity Profiles
Credit:https://en.wikipedia.org/wiki/Capillary_electrophoresis

4.การกัดกร่อน (Corrosive)

จะเป็นการเลือกวัสดุให้ทนทานต่อการกัดกร่อนของของไหล ซึ่งเช่นเดียวกันกับ ความดัน และ อุณหภูมิ ปัจจัยนี้จะส่งผลต่อความเสียหายของเครื่องมือวัดได้ ลองนึกตัวอย่างที่เราจุ่มเหล็ก Carbon steel ลงในกรด HCl (Hydrochloric acid) จะพบว่ากรดมีการกัดกร่อนเนื้อเหล็กจนทำให้เหล็กเกิดความเสียหาย ซึ่งอุปมาอุปไมยได้กับการออกแบบวัสดุที่เหมาะสมกับเครื่องมือวัดการไหล ให้ทนทานต่อของไหลชนิดนั้นๆครับ

5.ความเป็นเนื้อเดียวกันของของไหล (Homogeneous)

บางครั้งหากของไหลมีความไม่เป็นเนื้อเดียวกันก็จะส่งผลต่อเครื่องมือวัด เช่น เราทำการวัดการไหลของน้ำ โดยใช้ ultrasonic ซึ่งใช้หลักการเหนือเสียงผ่านตัวกลางซึ่งความเร็วเสียงผ่านตัวกลางน้ำจะมีความเร็ว 1480 เมตรต่อวินาที และถ้าหากมีน้ำมันผสมเข้ามา ความเร็วเสียงผ่านตัวกลางน้ำมันจะมีความเร็ว 1700 เมตรต่อวินาทีซึ่งจะส่งผลต่อการวัดได้ ซึ่งแอดขอยกตัวอย่างความเร็วเสียงผ่านตัวกลางดังตารางด้านล่างครับ

ตารางความเร็วของเสียงในตัวกลางชนิดต่างๆ

6.ความหนาแน่นของสาร (Density)

ในตัวแปรนี้จะมีความสำคัญต่อการวัดการไหลบางชนิด โดยปกติแล้วความหนาแน่นของสารควรมีค่าที่คงที่ไม่ควรเปลี่ยนแปลงเยอะซึ่งจะมีผลต่อการออกแบบตัววัดบางประเภทเช่น การวัดการไหลโดยอาศัยหลักการความดันแตกต่างจะใช้ค่าความหนาแน่นเป็นค่าคำนวณร่วมด้วย ซึ่งถ้าหากค่าความหนาแน่นของสารไม่คงที่ หรือ มีการเปลี่ยนแปลงไปมา ก็จะส่งผลต่อการวัดอัตราการไหลได้เช่นกันครับ

ประเภทของเครื่องมือวัดอัตราการไหล (Type of Flow Measurement Tools)

แอดขอแบ่งเป็นประเภทตามหลักการทำงานของเครื่องมือวัดการไหลดังนี้

1.การวัดการไหลโดยอาศัยหลักการความดันแตกต่าง (Differential Pressure)

การวัดการไหลโดยอาศัยหลักการความดันแตกต่าง ซึ่งเครื่องมือวัดการไหลโดยใช้หลักการนี้ค่อนข้างเป็นที่นิยมมาก โดยหลักการในการวัดการไหล จะอาศัยตัวขวางการไหลที่มีขนาดของพื้นที่ต่างกับพื้นที่ของท่อ ซึ่งตามกลศาสตร์ของไหลของเบอร์นูลลี เมื่อความเร็วของของไหลต่างกัน จะส่งผลให้เกิดความดันที่ต่างกันด้วย ซึ่งอัตราการไหลจะแปรผันตรงกับรากที่สองของความดันแตกต่างตามสมการด้านล่างครับ

ตัวอย่างเครื่องมือวัดชนิดนี้คือ Orifice , Venturi , V-Cone , Nozzle

ภาพตัวอย่างเครื่องมือวัดชนิดนี้คือ Orifice , Venturi , V-Cone , Nozzle
Credit:https://high-accuracy.com/product/rosemount-1495-orifice-plate/

2.การวัดการไหลโดยอาศัยหลักการสนามแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic Flow Measurement)

การวัดการไหลโดยอาศัยหลักการสนามแม่เหล็กไฟฟ้า จะอาศัยหลักการของแรงเคลื่อนไฟฟ้าเป็นหลัก ซึ่งจะแปรผันตรงกับอัตราการไหลของของไหล ซึ่งมีข้อจำกัดคือของไหลจะต้องมีคุณลักษณะนำไฟฟ้าได้ ซึ่งอาจต้องเทียบ spec กับทางผู้ผลิต ซึ่งหลักการของสมการเป็นดังด้านล่างครับ

ตัวอย่างเครื่องมือวัดชนิดนี้คือ Magnatic flow meter

ภาพตัวอย่าง ตัวอย่างเครื่องมือวัดชนิดนี้คือ Magnatic flow meter
Credit: emerson.com

3. การวัดการไหลอุลตร้าโซนิค (Ultrasonic Measurement)

การวัดการไหลอุลตร้าโซนิค อาศัยหลักการ Time of flight ซึ่งจะอาศัยการปล่อยคลื่นเสียงผ่านตัวกลาง ซึ่งเวลาการเดินทางของคลื่นเสียงจะแปรผันตามอัตราการไหล

ตัวอย่างเครื่องมือวัดชนิดนี้คือ Ultrasonic flow meter

ภาพตัวอย่าง Ultrasonic flow meter
Credit: emerson.com

4.การวัดการไหลแบบแทนที่ปริมาตร (Positive Displacement Measurement)

การวัดการไหลแบบแทนที่ปริมาตร อาศัยหลักการของการแทนที่ของของไหลโดยของไหลจะเข้าแทนที่เข้าห้องตวงแล้วเราจะนับจำนวนห้องตวง ยกตัวอย่างง่ายๆ นึกถึงเวลาที่เราอาบน้ำโดยใช้ขันตัก ซึ่งการไหลคือความเร็วของจำนวนขันกับปริมาตรของขันที่ใช้ตักน้ำ ซึ่งหลักการวัดของของไหลโดยใช้หลักการนี้ค่อนข้างเรียบง่าย และถือเป็นหลักการในการวัดอัตราการไหลแบบดั้งเดิมเลยก็ว่าได้ครับ

ตัวอย่างเครื่องมือวัดชนิดนี้คือ Oval gear meter
Credit: zeroinstrument.com/features-of-oval-gear-flowmeter/

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

วิศวกรแมวเหมียว
วิศวกรแมวเหมียว
ผู้เชียวชาญด้านระบบไฟฟ้าและระบบวัดคุม ชอบเลี้ยงแมวเป็นชีวิตจิดใจ

Related

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่

292ผู้ติดตามติดตาม
1,580ผู้ติดตามติดตาม
356ผู้ติดตามติดตาม
.newsletter-container { text-align: center; background-color: #FBFCFC; border-radius: 10px; padding: 32px 24px 28px 24px; max-width: 350px; margin: 0 auto; box-shadow: 0 2px 8px rgba(0,0,0,0.07); } .newsletter-container h3 { margin-top: 0; margin-bottom: 10px; font-size: 1.4em; letter-spacing: 1px; } .newsletter-container p { margin-top: 0; margin-bottom: 18px; color: #333; font-size: 1em; } #sub_email { width: 90%; max-width: 230px; padding: 10px 12px; border-radius: 5px; border: 1px solid #ccc; margin-bottom: 18px; font-size: 1em; box-sizing: border-box; } #sub_button { background-color: #2e86c1; border-radius: 5px; color: white; padding: 12px 0; text-align: center; font-weight: 700; font-size: 1.05em; cursor: pointer; transition: background 0.2s; display: block; width: 100%; margin: 0 auto; box-shadow: 0 1px 4px rgba(171,0,0,0.08); } #sub_button:hover { background-color: #1abc9c; } #container_link { display: block; margin-top: 4px; text-decoration: none; } jQuery('#container_link').click(function(e) { e.preventDefault(); let email = jQuery('#sub_email').val(); if (email === '') { alert('Please enter a valid email address.'); return; } let data = { action: 'subscribe', email: email }; jQuery.ajax({ type: 'POST', url: 'https://n8n.naichangmashare.com/webhook/ncms-news-letter-subscribtion', // Replace with your endpoint data: data, success: function(response) { if (response.success) { alert('Thank you for subscribing!'); } else { alert('Thank you for subscribing!'); //alert('Subscription failed. Please try again.'); } }, error: function() { alert('Thank you for subscribing!'); //alert('An error occurred. Please try again.'); } }); });

Thanks Sponsor


.global-loader-wrapper { position: relative; min-height: 150px; } .loader { position: absolute; top: 50%; left: 50%; transform: translate(-50%, -50%); border: 4px solid #f3f3f3; border-top: 4px solid #3498db; border-radius: 50%; width: 30px; height: 30px; animation: spin 1s linear infinite; } @keyframes spin { 0% { transform: rotate(0deg); } 100% { transform: rotate(360deg); } } document.addEventListener('DOMContentLoaded', function() { const container = document.getElementById('post-banner-container'); // สร้าง global loader ขณะรอ fetch const globalLoaderWrapper = document.createElement('div'); globalLoaderWrapper.className = 'global-loader-wrapper'; const globalLoader = document.createElement('div'); globalLoader.className = 'loader'; globalLoaderWrapper.appendChild(globalLoader); container.appendChild(globalLoaderWrapper); fetch('https://naichangmashare.com/wp-content/ncms_banner/get_banner.php?position=postBanner') .then(response => response.json()) .then(data => { // ลบ global loader container.innerHTML = ''; // กรองเอาเฉพาะโฆษณาที่มีข้อมูลสมบูรณ์ const validAds = data.filter(ad => ad.Ads_BannerHyperLink && ad.Ads_BannerImageUrl); if (validAds.length === 0) return; // --- ส่วนการคำนวณการหมุนวนตามเวลา --- // สลับตำแหน่งตามช่วงเวลา (ตัวอย่าง: เปลี่ยนลำดับทุกๆ 10 นาที) const timeInterval = 10 * 60 * 1000; // 10 นาที (ปรับได้ตามต้องการ) const shiftOffset = Math.floor(Date.now() / timeInterval) % validAds.length; // หมุนวนอาร์เรย์ตาม shiftOffset const rotatedAds = validAds.slice(shiftOffset).concat(validAds.slice(0, shiftOffset)); // --- ตัดเอาแค่ 15 อันแรกมาแสดง (Mask 15) --- const displayAds = rotatedAds.slice(0, 25); // แสดงผลแบนเนอร์ displayAds.forEach(ad => { const img = new Image(); img.style.width = '100%'; img.alt = 'Advertisement Banner'; const link = document.createElement('a'); link.href = ad.Ads_BannerHyperLink; link.target = '_blank'; img.onload = () => { link.appendChild(img); container.appendChild(link); }; img.onerror = () => { const errorDiv = document.createElement('div'); errorDiv.style.color = 'red'; errorDiv.textContent = 'โหลดภาพไม่สำเร็จ'; link.appendChild(errorDiv); container.appendChild(link); }; img.src = ad.Ads_BannerImageUrl; }); }) .catch(error => { console.error('Error loading ads:', error); container.innerHTML = '

โหลดไม่สำเร็จ

'; }); });

Latest Articles