หลักการทำงานของปั้มหอยโข่งหรือ Centrifugal pump

0

หลักการทำงานของปั้มหอยโข่งหรือ Centrifugal pump

โดยปั้มจะทำหน้าที่ส่งของเหลวจากจุดๆหนึ่งไปหาอีกจุดๆหนึ่ง โดยอาศัยหลักของการเหวี่ยง (Centrifugal force) กระทำต่อของเหลว

ของเหลวจะวิ่งตามท่อทางด้านขาดูด (Suction side) เข้ามาที่ suction eye หลังจากนั้นจะถูกแรงจากใบพัด ส่งไปออกไปที่ด้านขอออก (Discharge side)

ซึ่งของเหลวจะมีความดัน และอัตราการไหลที่เพิ่มขึ้นครับ แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Banner_SupremeServ_1532x329px_NEU

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ #centrifugalpump

[รถเฮี๊ยบ] จริงๆแล้วไม่ได้ชื่อ “รถเฮี๊ยบ” นะครับ

0
รถบรรทุกเฮี๊ยบ
รถบรรทุกเฮี๊ยบ

รู้หรือไม่..???

จริงๆแล้ว รถเฮี๊ยบ ไม่ได้ ชื่อรถเฮี๊ยบนะครับ

ชื่อจริงๆของเค้าคือ Boom truck, truck crane loader หรือคือ รถบรรทุกติดตั้งเครน นั้นเองครับ

ซึ่งที่มาที่ไปของชื่อนี้ คล้ายๆกับ มาม่า หรือแฟ้บ ครับ คือ Hiab เป็นชื่อรุ่นของเครนที่อยู่บนรถบรรทุกของบริษัท Hydraliska Industri AB และเป็นที่นิยมในบ้านเราเป็นช่วงแรกๆมากครับ

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ 

[ชอบเรียกผิดกันใช่ไหม]: “รถแบ็คโฮล” ไม่ใช่ “แม็คโคร นะครับ”

0
Backhoe ชื่อเรียกที่ถูกต้อง
Backhoe ชื่อเรียกที่ถูกต้อง

รถแบ็คโฮล ไม่ใช่ แมคโครนะครับ (แมคโคร น่าจะเป็นห้างนะครับ)

หลายๆครั้งแอดเจอเพื่อนๆนอกวงการ เวลาเค้าเรียกรถขุดมักจะชอบเรียกติดปากว่าแมคโคร จริงๆแล้วไม่ใช่นะครับ

“ แบ็คโฮล (Backhoe)” คำนี้มีต้นกำหนิดมาจาก ลักษณะ ของการขุดแบบถอยหลัง ของรถขุดนะครับ

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ 

หลักการทำงานของ GAS TURBINE ที่มีใช้ในโรงไฟฟ้า และเครื่องบิน

0

หากพูดถึงอุปกรณ์ทางเครื่องจักรกลที่มีขนาดใหญ่ที่สุด มีภาระการทำงานสูงที่สุด และหลักการทำงานที่ซับซ้อนที่สุด วิศวกรและช่างๆหลายๆคนจะยก Gas turbine ให้เป็นสุดยอดเครื่องจักรกลแห่งยุคสมัยเลยครับ

ว่าแต่ Gas turbine คืออะไร ????
Gas turbine ทำหน้าที่เป็นตัวขับหรือตัวส่งกำลังชนิดนึง ที่เปลี่ยนพลังงานในรูปแบบของก๊าซเชื้อเพลิง มาเป็นพลังงานกลที่เพลาขับ ซึ่งสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับงานต่างๆ เช่น นำไปขับ power generator ในโรงไฟฟ้า, เป็นเครื่องยนต์ในเครื่องบินเจ็ท (jet engine) ซึ่งขนาด และรถยนต์ซิ่งบางคัน, เรือเดินทะเล เป็นต้น

หลักการทำงานของ Gas Turbine หลักๆประกอบด้วย

1. ส่วนผลิตก๊าซร้อนและ 2. ส่วนเปลี่ยนก๊าซร้อนเป็นพลังงานโดยมาส่วนแรกก่อนนะครับ จะประกอบด้วยคอมเพรสเซอร์อัดอากาศ ( Air Compressor) ทำหน้าที่อัดอากาศเพิ่มความดันให้สูงเพื่อให้เกิดความดันสูง

และป้อนเข้าสู่ห้องเผาไหม้ (Combustion chamber) โดยภายในจะมีหัวฉีด และหัวเทียนเป็นตัวจุดระเบิดซึ่งทำหน้าที่เผาไหม้เชื้อเพลิง เพื่อเพิ่มความเร็ว อุณหภูมิและความดันของก๊าซ

หลังจากนั้นจะส่งเข้าสู่ส่วนที่สอง คือ กังหันเทอร์ไบน์(Turbine) โดยจะเปลี่ยนเปลี่ยนพลังงานของก๊าซที่ได้จากห้องเผาไหม้ไปเป็นการหมุน และส่งพลังงานกลออกมาที่เพลา โดยทฤษฏีการทำงานอาศัยหลักการทาง Thermodynamic cycle

ประเภทของ Gas turbine แบ่งออกเป็นหลายๆชนิด ตามลักษณะการประกอบ (configuration) เช่นแบบ turbojet, turboprop, turboshaft (electric generator), high-bypass turbofan, และ low-bypass afterburning turbofan เป็นต้น

ข้อดีของ gas turbine
power-to-weight ratio สูงมาก แปลว่ากำลังผลิตต่อน้ำหนักสูงมาก ดังนั้นพื้นที่ในการสร้างจะน้อยมากถ้าเทียบกับกระบวนการผลิตกำลังแบบอื่น โดย Gas turbine ยังมี reliabilty ที่สูง และสามารถเลือกใช้ก๊าซร้อนได้หลายประเภท และยังปลอดปล่อยมลพิษ หรือก๊าซเสียน้อยมาก

ข้อเสียของ gas turbine
การใช้งานที่เสียงหอนดังมาก ราคาการลงทุน และค่าดูแล รักษาซ่อม-บำรุงสูงมาก และใช้ความสามารถของผู้ใช้งาน และช่างซ่อมสูงมาก

สุดท้ายนี้ขอขอบคุณวีดีโอจากผู้ผลิต และผู้เชี่ยวชาญด้าน gasturbine อย่าง GE นะครับ แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ #Gasturbine

ความสำคัญของระบบ CMMS ในงานซ่อมบำรุง

3
CMMS-wallpaper-factorium
CMMS-wallpaper-factorium

ในการบริหารปริมาณงานซ่อมบำรุงที่มีอยู่อย่างมากมายในหนึ่งโรงงาน ถ้าเป็นโรงงานที่ใช้กลยุทธ์ที่มีประสิทธิ์ภาพแบบ Proactive maintenance จะมีระบบบริการจัดการการซ่อมบำรุงด้วยคอมพิวเตอร์ ที่เรียกว่าระบบ CMMS: Computerized Maintenance Management System

กลับไปอ่านบทความ “ชนิดงานซ่อมแต่ละประเภท” ได้ที่นี่ครับ

ซึ่งเจ้าระบบ CMMS เนี่ยครับ ถือว่ามีบทบาทสำคัญมากๆ ต่อต้นทุนในการผลิตของของโรงงานเลยแหละครับ

Factorium Banner CMMS

ระบบ CMMS คืออะไร?

ระบบ CMMS หรือ Computerized Maintenance Management System ซึ่งถ้าแปลตรงตัวเลยคือ ระบบบริหารและจัดการงานซ่อมบำรุงด้วยระบบคอมพิวเตอร์ เป็นระบบ Software ที่ออกแบบมาเพื่อเก็บฐานข้อมูลงานซ่อมทั้งหมดในองค์กร ตั้งแต่ขั้นตอนการออกงานแจ้งซ่อม (Maintenance Notification หรือ MN)

จากนั้นใบแจ้งซ่อม จะถูกนำเข้าสู่กระบวนการวางแผนงานซ่อม (Planning) ว่าใช้คนเท่าไหร่ เวลาเท่าไหร่ เข้าไปซ่อมได้เมื่อไหร่ ใช้ของอะไรบ้าง มีความสำคัญต่อโรงงานแค่ไหน จนออกเป็น ใบสั่งซ่อม (Maintenance Order หรือ MO)

จากนั้นทีมช่างซ่อมจึงเข้าไปซ่อมเครื่องจักรที่เสียหาย เมื่อเสร็จงานก็จะมีการวัดผลความพึงพอใจว่า เครื่องจักรหลังจากซ่อมแล้วใช้งานได้ดีมากน้อยแค่ไหน ก็อันเป็นการจบงานครับ

โดยข้อมูลที่กล่าวมาทั้งหมดข้างต้นนั้นจะนำเก็บไปรวบรวมเพื่อประเมินผล และจัดทำกลยุทธในงานซ่อมต่อไป รวมถึงตลอดจนประสิทธิภาพในการผลิตโรงงานทีเดียวเลยครับ

ดังนั้นโปรแกรมในงานซ่อมบำรุงรักษาที่ดี ถือว่าเป็นกุญแจสำคัญของ ต้นทุน และประสิทธิภาพในการผลิตของโรงงานอุตสาหกรรมเลยนะครับ

กระบวนการงานซ่อมบำรุงโดยรวม

ประวัติของระบบจัดการงานซ่อม

ยุคสมัย “สั่งงานด้วยกระดาษ”

ในยุคสมัยแรกๆ ที่ยุคที่โรงงานอุตสาหกรรมเพิ่งได้เริ่มต้นขึ้น ในการจัดการบริหารงานซ่อมบำรุงจะเป็นเพียงแค่ “กระดาษแผ่นเล็กๆ” ที่ทางทีมวางแผนยื่นให้ช่างเวลาจะซ่อมอะไรที รวมถึงใบเบิกของ ชิ้นส่วนต่างๆ ก็ยังคงเป็นกระดาษ แต่ถ้าหากว่าปริมาณเครื่องจักรในโรงงานเยอะๆระดับ พัน หรือสองพันตัว กระดาษก็จะเยอะมากๆเลยครับ เรียกว่ากองถ้วมหัวกันเลยทีเดียว และเวลาสรุปรายเดือนต้องนั่งรวบรวมกระดาษกองใหญ่มาสรุป ทำให้เสีย ทั้งกำลังคนและเวลามากๆ

ยุคสมัย “ใช้กระดาษ” แจ้งงาน

ยุคสมัย “จัดการงานด้วย EXCEL”

ในยุคถัดมา เริ่มจะมีโปรแกรมในคอมพิวเตอร์เข้ามา หลายๆโรงงานคงจะไม่พ้น Excel แต่ Excel ก็ถือว่าดีกว่าระบบกระดาษดั้งเดิมนะครับ แต่การที่จะบริหารจัดการข้อมูลมากๆ และจัดการงานระหว่างแผนก ก็ถือว่ามีช่องว่างเยอะพอสมควรเลยครับ ซึ่งสุดท้ายก็ต้องใช้พนักงานมาเข้ามานั่งป้อนข้อมูล ทำสูตร สรุปผลแต่ละเดือน ถ้ารีบๆหน่อย ก็รายวัน ซึี่งถ้างานเยอะๆก็อาจจะไม่เหมาะสมนักครับ

ยุคสมัย “จัดการงานด้วย EXCEL”

ยุคสมัย “Software” ราคาแพง

ในยุคถัดมา ก็จะมี Software สำหรับองค์กรขนาดใหญ่ (สำหรับโรงงาน และบริษัทขนาดใหญ่ ที่ทำหน้าที่บริหารจัดการงานซ่อมบำรุงได้ดี ตั้งแต่ขั้นตอนเริ่มต้น จนจบกระบวนการ และสามารถบริหารการจัดการงานรวมระหว่างแผนกได้ เช่น แผนกงานซ่อม, แผนกคลังสินค้า แผนกการผลิต เป็นต้น ซึ่งในหนึ่งงานต้องทำงานร่วมกัน ซึ่งสามารถทำงานสอดคล้องได้ดีครับ แต่ทว่าในการประเมินผลอาจจะทำได้ไม่รวดเร็วนัก และด้วยความเป็นระบบเก่าอาจจะดูช้าๆ ไปบ้าง ซึ่ง Software แบบนี้มีราคาข่อนค้างสูงมาก และแถมค่า service รายปีในทุกๆปี

ยุคสมัย “Software” ราคาแพง

ยุคสมัย “4G,5G และ Digital disruption”

แต่ทว่าในยุคปัจจุบัน ในยุคที่ 4G และ 5G เฟื้องฟู ที่สำคัญที่สุด Software ฟรี

ซึ่งวิธีนี้อาจจะเป็นคำตอบของโรงงานยุคใหม่ หรือโรงงานยุคดังเดิมที่อยาก เข้ามาพัฒนาระบบบริหารจัดการงานซ่อมบำรุงครับ ซึ่งสามารถลดต้นทุนในการซ่อมบำรุง และเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตของโรงงานได้อย่างมากเลยครับ

ซึ่งยุคนี้จุดเด่นคือ ความง่าย และความสะดวกในการใช้งานครับ ไม่จำเป็นต้องโหลดโปรแกรม ใช้บนเว็ปไซด์ได้เลย แถมใช้งานในมือถือดูระบบบริหารจัดการงานซ่อมได้สะดวก สบาย ทุกที่ทุกเวลา ซึ่งถือว่าเป็นยุคระบบใหม่ที่หลายๆโรงงานอาจจะยังไม่ได้เห็นโอกาส หรืออาจจะยังไม่กล้าเปลี่ยนครับ

ยุคสมัย “4G,5G และ Digital disruption”

ความสำคัญ และประโยชน์ของระบบ CMMS

โดยระบบ CMMS เป็นระบบที่จัดเก็บข้อมูลการจัดการ และบริหารงานซ่อมทั้งหมดของโรงงานไว้ ดังนั้นระบบนี้จึงช่วยช่างซ่อมของเราให้ทำงานซ่อมอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น ยกตัวอย่างเช่น เครื่องจักรที่ช่างจะเข้าไปซ่อมมีระบบการเบิกจ่ายชิ้นส่วน spare parts ได้อย่างถูกต้องและแม่นยำจากระบบ BOM (Bill Of Material) ที่ผูกติดกับเครื่องจักรนั้นๆ และกำลังคนที่ใช้อย่างเหมาะสมในการเข้าไปซ่อมเครื่องจักรนั้นๆ

และยังช่วยระดับบริหารได้ข้อมูลในการนำไปคำนวน MTBF*, MTฺฺTR**, และ Cost ค่าซ่อมต่างๆ ซึ่งจะช่วยในการกำหนดกลยุทธ์ในการวางแผน PM PdM และ CM ครับ

* MTBF = Mean Time Between Failure คือ ระยะเวลาเฉลี่ยก่อนการเสียหายแต่ละครั้ง
**MTTR = Mean Time To Repair คือ ระยะเวลาเฉลี่ยตั้งแต่เสียหายจนใช้งานได้แต่ละครั้ง

ข้อมูล CMMS ยังช่วยเก็บข้อมูล Report ที่สำคัญที่เป็นข้อบังคับ หรือตามกฏหมายกำหนดด้วยครับ และยังช่วยติดตามงานซ่อมตัวนี้ว่าอยู่ขั้นตอนไหน เช่น อาจจะรอของอยู่เป็นต้น ครับ เพื่อให้งานซ่อมนั้นๆไม่หลุดออกจากระบบงานครับ หรือลืมเข้าไปทำครับ

นอกจากนั้นระบบผู้บริหารสามารถนำไปวาง Organization หรือองค์กร ของโรงงานว่าจำเป็นต้องใช้คนงานกี่คน วิศวกร กี่คนด้วยครับ

Factorium Banner CMMS

โปรแกรม CMMS สำหรับโรงงานยุค 4.0

โดยระบบ CMMS ไม่ได้จำกัดการใช้งานในแค่ที่โรงงานแค่นั้น แต่ยังสามารถใช้ประโยชน์ในงานอื่นๆได้มากมาย เช่น โรงพยาบาล ตึก อาคาร ห้างร้าน และศูนย์กีฬา เป็นต้น ที่ซึ่งมีระบบงานซ่อม และอุปกรณ์ หรือเครื่องจักรที่ต้องการดูแลรักษา (Asset)

หากเพื่อนๆกำลังมองหาระบบ CMMS ที่คุณภาพ มีมาตราฐานสากลระดับโลก ที่สำคัญใช้ฟรี ไม่ต้องโหลดโปรแกรม สามารถใช้ได้ในมือถือ ทั้งระบบ android และ iOS

นายช่างมาแชร์ขอแนะนำโปรแกรม Factorium ระบบ CMMS ยุคใหม่ โปรแกรมซ่อมบำรุงบนสมาร์ทโฟน สำหรับโรงงานยุค 4.0 ครับผม

โปรแกรม Factorium ระบบ CMMS บนคอมพิวเตอร์ และมือถือ สำหัรบโรงงานยุค 4.0

=======================================

หากเพื่อนๆกำลังมองหาระบบ CMMS ที่คุณภาพ มีมาตราฐานสากลระดับโลก ที่สำคัญใช้ฟรี ไม่ต้องโหลดโปรแกรม สามารถใช้ได้ในมือถือ ทั้งระบบ android และ iOS

นายช่างมาแชร์ขอแนะนำโปรแกรม Factorium ระบบ CMMS ยุคใหม่ โปรแกรมซ่อมบำรุงบนสมาร์ทโฟน สำหรับโรงงานยุค 4.0 ครับผม  (www.factorium.tech)

ติดต่อฝ่ายขายและปรึกษาโทร : 096-034-7506 (เนย) , 083-932-4654 (เกว)

=======================================

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ #Maintenance #CMMS #FACTORIUM

สีน้ำมันหล่อลื่นบ่งบอกอะไรบ้าง?

0
Lube oil degrade coloir
Lube oil degrade coloir

เชื่อว่าเพื่อนๆหลายคนน่าจะได้มีโอกาสเดินไปสัมผัสที่หน้างานจริง และมีโอกาสได้มองเข้าไปเพื่อดูสีน้ำมันหล่อลื่น (Lubrication oil) ในห้องน้ำมันของเครื่องจักร สีบางสีก็ใส สีบางสีจะเข้ม หรือบางทีก็เป็นสีน้ำนมเลย

เครื่องจักรที่ดี จะต้องการน้ำมันหล่อลื่นที่มีความหนืดเหมาะสม และสารเพิ่มคุณสมบัติพิเศษที่ดี เพื่อยิดอายุ และเพิ่มประสิทธิภาพให้อุปกรณ์ได้สูงสุด ดังนั้น “คุณภาพของน้ำมันหล่อลื่น” ถือว่าเปรียบเสมือนเป็นเส้นเลือดของเครื่องจักรเลยครับ

ซึ่งเวลาการใช้น้ำมันหล่อลื่นไปนานๆน้ำมันหล่อลื่นก็จะเกิดการเสื่อมสภาพ และไม่เหมาะที่จะนำไปใช้ในเครื่องจักรตัวเก่งของเราครับ

ซึ่งสีของน้ำมันหล่อลื่นพวกนี้แหละครับ ที่บ่งบอกถึงสภาพของน้ำมันหล่อลื่นเองว่า มีการเสื่อมสภาพ (Oil degradation) มากแค่ไหน

ธรรมชาติของสีน้ำมันหล่อลื่น

โดยสารโครโมฟอร์ (Chromophore) หรือสารโมเลกุลของสารอินทรีย์ที่ดูดซับแสงที่อยู่ในน้ำมัน หรือที่เรียกว่า สารแสดงสี (Color body) สำหรับน้ำมันที่ใหม่ ที่มีความหนืดสูง (Viscosity) ก็จะมีสารแสดงสีอยู่โดยตามธรรมชาติ

หลักการของสารมองเห็น และการดับซับแสง

*แต่ถ้าน้ำมัน base oil จำพวก Sulfer และ Aromatic สูงๆ อาจจะดูมีสีที่เข้มโดยธรรมชาติกว่าอยู่แล้วครับ

การเสื่อมสภาพของน้ำมันหล่อลื่น (Oil Degradation) และสีที่เปลี่ยนไป

การเสื่อมสภาพและการตกตะกอนของน้ำมันของ น้ำมันหล่อลื่นที่ถูกใช้ไปนานๆแล้ว จะส่งผลให้สีของน้ำมันเข้มขึ้น และความใสของน้ำมันลดลง เนื่องจากตะกอน Coke และ Carbon ที่ไม่ละลายในตัวน้ำมันเครื่องที่เกิดจากอุณหภูมิสูงที่ไม่ทั่วถึง (High localized temperature) ในการใช้งานในเครื่องจักรกล

นอกจากนั้นการผสมน้ำมันที่ไม่เหมาะสมเข้าด้วยกัน สาร additive ในน้ำมันเองจะลอยตัว และทำปฏิกิริยาเกิดเป็นสีที่เข้มขึ้นก็ได้ครับ รวมถึงคราบเขม่า การทำปฏิกิริยาเคมีต่างๆ (รวมถึงการเกิด Oxidation ในน้ำมัน) และการสัมผัสกับแสง UV โดยตรงก็ทำให้สีน้ำมันเข้มขึ้นเช่นกันครับ

ตัวอย่างภาพการใช้น้ำมันไป 18 สัปดาห์

นอกจากนั้นสีน้ำนม จะบ่งบอกว่ามีน้ำผสมปนอยู่ในน้ำมันครับ ซึ่งเกิดจากการที่น้ำผสมน้ำมันและเกิดการตีกันเป็นเนื้อเดียวกันให้ห้องน้ำมัน แต่หากว่าปล่อยทิ้งไว้โดยที่ไม่เดินเครื่องจักรน้ำจะแนกออกจากน้ำมันหล่อลื่นและแยกชั้นลงไปอยู่ด้านล่างให้เราเห็นครับ

สีน้ำมันในกระปุกบ่งบอกสภาพ

ดังนั้นการดูสีน้ำมันด้วยตา โดยอาจจะดูจากกระปุกน้ำมัน หรือ oil sight glass ก็ได้ครับ ซึ่งสามารถบ่งชี้ได้ว่าสภาพน้ำมันเสื่อมสภาพไปแล้ว แต่ข้อระวังคือ เริ่มแรกสีน้ำมันของแต่ละเครื่องจักร ความเข้มของสีไม่ได้เท่ากันนะครับ ดังนั้นวิธีการนี้อาจจะบ่งบอกเทียบได้คร่าวๆนะครับ โดยเทียบจากน้ำมันวันที่เติมวันแรก กับวันที่เราเข้าไปตรวจสอบนะครับ

Lube oil sight glass

Reference
https://www.machinerylubrication.com/Read/84/oil-color-test
https://en.wikipedia.org/wiki/Chromophore

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

ระบบงานซ่อม และการบำรุงรักษาโดยทั่วไป (Maintenance System)

5
Maintenance logo
Maintenance logo

ในโรงงานอุตสาหกรรม และโรงงานผลิตต่างๆ ในส่วนของงานซ่อมและการบำรุงรักษา ถือเป็นส่วนสำคัญมากๆต่อระบบ การผลิต (Production) เรียกได้ว่าไม่สามารถแยกหน่วยงานซ่อมออกจากหน่วยงานผลิตได้เลยครับ

ยกตัวอย่าง เช่น หากฝ่ายผลิตในโรงงาน ขาดการบำรุงรักษาที่มีประสิทธิภาพที่ดีแล้ว เครื่องจักรต่างๆในโรงงานอาจจะเสียบ่อยๆ หรืออาจจะพังขนาดที่ว่า ไม่สามารถเดินเครื่องจักรต่อได้

ถ้าเป็นแบบนั้นแล้ว การผลิตจะติดขัดเนื่องจาก เครื่องจักรเสีย และไม่สามรถใช้งานต่อได้ ส่งผลให้ไม่สามารถผลิต “ผลิตภัณฑ์” (Product) ให้กับโรงงานได้ ทำให้โรงงานสูญเสียผลประโยชน์มากมายมหาศาล ทั้งในเรื่องของต้นทุนในการซ่อม (Maintenance Cost) และการสูญเสียโอกาสในในการผลิต (Lost of Production Opportunity)

Factorium Banner CMMS

งานซ่อม และงานบำรุงรักษา คืออะไร?

คือ “การพยายามรักษาสภาพของเครื่องมือเครื่องจักรต่างๆ ให้มีสภาพที่พร้อมจะใช้งานอยู่ตลอดเวลา”

โดยปกติถ้าพูดถึงงานซ่อม หลักการคือ การถอด การรื้อ เปลี่ยนอะไหล่ด้านใน แล้วประกอบกลับมาใช้ให้เหมือนเดิม และการบำรุงรักษาก็คือการไปทำกิจกรรมต่างๆเกี่ยวกับเครื่องจักร ตามรอบ และแผนที่กำหนด เพื่อยืดอายุการใช้งาน ความมั่นใจ และประสิทธิภาพในเครื่องจักร เช่น การเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง การเปลี่ยนจาระบี เป็นต้น

โดยจุดมุ่งหมายของงานซ่อม และบำรุงรักษา คือ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นควรจะน้อยที่สุด เมื่อเทียบกับการให้เครื่องจักรสามารถใช้งานตลอดเวลาเมื่อฝ่ายผลิตต้องการ และใช้งานด้วยความมั่นใจที่สุด หรือถ้าพูดในเชิงทฤษฎีคือ Down time = 0 และ อีกเหตุผลหลักๆอีกข้อหนึ่งคือ ในแง่ความปลอดภัย เป็นหลักนะครับ ซึ่งขณะใช้งาน ผู้ใช้งานเครื่องจักรจะต้องไม่ได้รับอันตรายใดๆซึ่งเกิดจากการพังเสียหายของเครื่องจักร และอุปกรณ์ครับ

ประเภทต่างๆของงานบำรุงรักษา

ความจริงแล้ว งานบำรุงรักษาสามารถแบ่งได้มากมายหลายชนิดมากๆเลยครับ แต่เราขอมาพูดถึงประเภทหลักๆ เราสามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทหลักๆคือ

01. Reactive Maintenance

Reactive maintenance หรือ “การซ่อมบำรุงเชิงรับ” เป็นประเภทงานซ่อมในแบบเชิงรับซึ่งความหมายของงานซ่อมชนิดนี้จริงๆ ก็สมชื่อเลยนะครับ คือ การรอรับมือกับเครื่องจักรที่พังเข้ามาในทุกๆวัน

Reactive maintenance หรือ “การซ่อมบำรุงเชิงรับ” รับมือกับเครื่องจักรที่พังในทุกๆวัน

โดยหลักการของงานซ่อมบำรุงประเภทนี้คือใช้งานเครื่องจักรจนเครื่องจักรพัง (Run to fail) แล้วหลังจากนั้นค่อยซ่อมกลับมาให้ใช้ได้ใหม่

ดังนั้นช่างซ่อมในโรงงานก็คอยรับมือกับเครื่องจักรพังในทุกๆวัน ทางทีมซ่อมก็จะมีหน้าที่เข้าไปแก้ไขปัญหานั้นให้เสร็จสิ้นเพื่อที่จะทำให้การผลิตสามารถเดินไปต่อได้ครับ

โดยประเภทงานซ่อมที่เข้าไปแก้ไขเครื่องจักรที่พังอยู่ ให้กลับมาใช้งานได้ เราจะเรียกว่า CM หรือ Corrective Maintenance นะครับ หรือบางที่จะใช้คำว่า BM (ไม่เป็นที่นิยมเรียกแล้ว) หรือ Break down maintenance ครับ

ซึ่งส่วนใหญ่เครื่องจักรเสียหายอยู่แล้ว (ฺBreak down) ถ้าเป็นแบบนี้ทางทีมซ่อมต้องรีบหยิบประแจเข้าไปแก้ไขให้เร็วที่สุด ซึ่งในโรงงานหากงานประเภทนี้เยอะๆนะครับ วันหนึ่งวันแทบไม่ต้องทำอะไรเลยนั่งซ่อมเครื่องจักรกันอย่างเดียว

งานซ่อมแบบนี้ทุกโรงงานไม่ค่อยชอบแน่นอนครับ เพราะว่า จะได้รับผลกระทบโดยตรงทั้งค่าซ่อม และโอกาสที่เสียไปสำหรับการผลิตสินค้าต่างๆครับ

แต่ก็สามารถลดได้หากมีแผนงานซ่อมอีกสองแบบหลังที่ดี หรือการบริหารเชิงวิศวกรรมที่ดี

02. Preventive Maintenance

Preventive Maintenance หรือ การบำรุงรักษาเชิงป้อง โดยความหมายคือ เป็นการซ่อมบำรุงเชิงป้องกัน โดยจะเข้าไปทำกิจกรรมงานซ่อมต่างๆเพื่อป้องกันไม่ให้เครื่องจักรพัง โดยที่ไม่ได้วางแผนเอาไว้ครับ

โดยขอเล่าเป็นประวัติ timeline นะครับเพื่อความเข้าใจ ในยุคโรงงานแรกๆเนี่ย โรงงานก็จะเป็นแบบแรกคือ Reactive maintenance โดยจะเดินเครื่องจักรไปเรื่อยๆจนมันพัง พอเครื่องจักรพังเสร็จก็รีบไปซ่อม พอซ่อมเสร็จก็กลับไปใช้ และวนลูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ ครับ

แต่ว่า เพื่อนๆรู้มั้ยครับ “เวลาเราปล่อยเครื่องจักรพังเลยเนี่ย ค่าซ่อมมันจะแพงกว่าที่เรารีบซ่อมก่อนที่มันจะพัง” และเรื่องประสิทธิภาพเวลาเราซ่อมก่อนที่มันจะพังเนี่ยประสิทธิภาพก็จะดีกว่า เพราะว่า ชิ้นส่วนด้านในเครื่องจักรที่สำคัญยังไม่พังเสียหายมากครับเวลาเรารีบเข้าไปซ่อมก่อน

ดังนั้นโรงงานจึงวางแผนซ่อม และบำรุง ก่อนที่เครื่องจักรตัวนั้นจะพัง เพราะต้นทุนงานบำรุงรักษา ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพของตัวเครื่องจักรในโรงงานจะดีกว่า โดยจะกำหนดเวลาที่เหมาะสมเข้าไป บำรุงรักษา และซ่อม

ยกตัวอย่างเช่นมีปั้ม 1 ตัว เราอาจจะกำหนดแผน การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันทุก 6 เดือน และถอดออกมาซ่อม (Overhaul) ทุกๆ 4 ปีเป็นต้นครับ

Factorium Banner CMMS

03. Proactive Maintenance

Proactive maintenance หรือ การบำรุงเชิงรุก เรียกได้ว่าเป็นที่สุดในการกำหนดกลยุทธ์ในการซ่อม และบำรุงรักษา (บนสุดของยอดพีระมิดงานซ่อม) ซึ่งจะเป็นการผสมผสานงานซ่อมทั้งในแบบ Reactive maintenance และ Preventive maintenance โดยใช้ศาสตร์ในการคาดการณ์ Predictive Maintenance และ Condition base monitoring มากำหนดช่วงเวลาเหมาะสมที่สุดในการเข้าไปซ่อม เพื่อลดต้นทุนงานซ่อมให้มากที่สุดครับ

ขอยกตัวอย่างอย่างง่ายจะหัวข้อเมื่อกี้นะครับ ที่เราจะตัดสินใจซ่อมปั้มทุก 4 ปี คำถามคือ เราจะรู้ได้อย่างไรว่าไวเกินไป หรือช้าเกินไป ซึ่งล้วนแล้วแต่กระทบต่อต้นทุนผลิตของโรงงานทั้งนั้น ดังนั้น Proactive maintenance จะเป็นคำตอบสำหรับโรงงานที่จะลดต้นทุนในงานซ่อม อย่างเหมาะสมที่สุด (Cost Optimization)

เมื่อเพิ่มแผนการดูแลเครื่องจักร อย่างเหมาะสมต้นทุนในงานซ่อมจะลดลงอย่างมีนัยยะสำคัญ

โดย Proactive maintenance จะเข้าไปจัดการถึงต้นตอของปัญหาเครื่องจักรจริงๆ (Root cause of machine failure) เพราะในหลายๆโรงงานจะมีเครื่องจักรบางตัวพังบ่อยๆ ปีนึงหลายๆครั้ง หรือที่เราเรียกว่า Bad actor ซึ่งการเสียหายบ่อยๆ อาจจะเกิดตั้งแต่การทำ engineering และการออกแบบไม่เหมาะสมตั้งแต่แรกทำให้ซ่อมเท่าไหร่ก็ไม่หาย เป็นต้นครับ

หรือการเข้าไปวัดคุณภาพของเครื่องจักร ณ เวลานั้นจริงๆ ว่าถึงเวลาสมควรแล้วรึยังที่ต้องซ้อม หรือที่เรียกว่า CBM หรือ Condition Base Monitoring เช่นงานวัด Vibration monitoring เป็นต้นครับ

ซึ่งรวมไปถึงการเก็บข้อมูลต่างๆ ในงานซ่อม ไม่ว่าจะเป็นอายุใช้งานเครื่องจักร เวลางานซ่อม ค่าซ่อม ต่างๆ เพื่อมาใช้วิเคราะห์เชิงสถิติ ในระบบคอมพิวเตอร์ หรือ ระบบ CMMS (Computerized Maintenance Management System) เพื่อนำมากำหนดกลยุทธ์ และวิเคราะห์ปัญหางานซ่อมโดยองค์รวมครับผม

ระบบจัดการ CMMS ที่คอยจัดการ บริหาร และวิเคราะห์งานซ่อมและการบำรุงรักษา

ดังนั้นเพื่อนๆจะเห็นได้ว่า การบริหาร และจัดการงานซ่อมจะส่งผลกระทบโดยตรงกับการผลิต และต้นทุนของโรงงานโดยตรงนะครับ

=======================================

หากเพื่อนๆกำลังมองหาระบบ CMMS ที่คุณภาพ มีมาตราฐานสากลระดับโลก ที่สำคัญใช้ฟรี ไม่ต้องโหลดโปรแกรม สามารถใช้ได้ในมือถือ ทั้งระบบ android และ iOS

นายช่างมาแชร์ขอแนะนำโปรแกรม Factorium ระบบ CMMS ยุคใหม่ โปรแกรมซ่อมบำรุงบนสมาร์ทโฟน สำหรับโรงงานยุค 4.0 ครับผม  (www.factorium.tech)

ติดต่อฝ่ายขายและปรึกษาโทร : 096-034-7506 (เนย) , 083-932-4654 (เกว)

=======================================

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ #Maintenance #CMMS #FACTORIUM

ประเภทของฟันเฟือง (Type of Gear)

0
Gear wallpaper หน้าปก
Gear wallpaper หน้าปก

เฟือง หรือฟันเฟือง (Gear) ทำหน้าที่เป็นตัวส่งกำลัง อยู่ในชุดของ Gear box โดยการส่งกำลังเป็นการส่งแรงบิดจากฟังเฟืองนึง ไปหาฟันเฟืองนึง และออกมาที่เพลาครับ ซึ่งข้อดีหลักๆคือ ความแข็งแรงสูงมาก แต่ก็แลกมาด้วยเสียงที่ค่อนข้างดัง และราคาครับ

ประเภทของฟันเฟืองทั้ง 7 ชนิด

1. เฟืองตรง (Spur Gears)

เป็นเฟืองที่ได้รับความนิยมที่สุด มีลักษณะเป็นฟันเฟืองตรงๆ นิยมใช้ในการส่งกำลัง (Power transmission) ที่สุด เช่น ชุด Gear box, เครื่องกลึง, ชุดเครื่องกลการการเกษตร เป็นต้น

2. เฟืองสะพาน (Rack Gears)

ทำหน้าที่ในการเปลี่ยนทิศทางการหมุน เป็นการเคลื่อนที่เชิงเส้น โดยเคลื่อนที่กลับไป กลับมา ยกตัวอย่างเช่น เฟืองสะพานของยันศูนย์เครื่องกลึง เครื่องเจาะ หรือ พวงมาลัยรถยนต์ เป็นต้น

3. เฟืองวงแหวน (Internal Gears)

เป็นเฟืองตรงรูปแบบนึง แต่ว่าจะประกอบด้วยฟันเฟืองวงใหญ่ (Ring) และฟันเฟืองวงเล็ก (Pinion) โดยฟังเฟืองวงเล็กจะหมุนอยู่ด้านในฟันเฟืองวงใหญ่

ซึ่งในการต่อยอด จะมีการต่อเฟืองเล็กๆหลายๆตัว เป็น Planetary gear ที่ใช้ในชุดเกียร์ออโต้ในรถยนต์ครับ

4. เฟืองเฉียง (Helical Gears)

เป็นเฟืองส่งกำลังคล้ายๆ ฟันเฟืองตรง แต่ว่ามีลักษณะของฟันเฉียง โดยจุดเด่นหลักๆคือ เสียงจะเบากว่าแบบฟันเฟืองตรงครับ

เฟืองเฉียง (Helical Gears)
เฟืองเฉียง (Helical Gears)
เฟืองเฉียง (Helical Gears) ในชุด Gear box

5. เฟืองเฉียงก้างปลา (Herringbone Gears)

ลักษณะเหมือนฟันเฟืองเฉียง แต่เป็นฟังเฟืองเฉียงสลับกัน ลักษณะคล้ายๆก้างปลา มีข้อดีเรื่องการดุลแรง การสั่นสะเทือน และเสียงที่เบากว่าครับ มักเจอในชุดเกียร์ตัวใหญ่ๆ ครับ

การทำงานของเฟืองเฉียงก้างปลา (Herringbone Gears)

6. เฟืองดอกจอก (Bevel Gears)

เป็นฟันเฟืองที่มีการส่งกำลังระหว่างเพลา โดยเปลี่ยนทางของการส่งกำลังไปประมาณ 90 องศา หรืออาจะน้อยกว่าก็ได้นะครับ ขึ้นอยู่กับลักษณะของเฟืองขับ และเฟืองตาม
พบในระบบการส่งกำลังในรถยนต์ รถแทรกเตอร์ ยานพาหนะต่างๆ เป็นต้นครับ

การทำงานของเฟืองดอกจอก (Bevel Gears)

7. เฟืองตัวหนอน (Worm Gears)

เป็นชุดเฟืองที่ประกอบ ด้วยเฟืองเกลียวตัวหนอน (Worm gear) และ จานเฟืองตาม (Worm wheel) การส่งถ่ายกำลังจากเฟืองขับไปยังเฟืองตามนั้นการส่งถ่ายกำลังจะเป็นไปในด้วยการสไลด์ (Sliding movement) โดยตัวขับตัวตามจะทำมุมกัน 90 องศา
ซึ่งจุดเด่นของเฟืองชนิดคือจะเงียบ และอัตราทดจะค่อนข้างสูง

การทำงานของเฟืองตัวหนอน (Worm Gears)

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok : https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์ 

ข้อแตกต่างระหว่าง Stud bolt และ Machine Bolt

1
Stud and machine bolt wallpaper ข้อแตกต่าง 3
Stud and machine bolt wallpaper ข้อแตกต่าง 3

ในงานอุตสาหกรรมมักจะมี Bolt 2 รูปแบบที่พบเจอกันได้บ่อยๆ ซึ่งนั้นคือ Stud bolt และ Machine Bolt ซึ่งหน้าตาจะละม้ายคล้ายคลึงกันมากๆเลยครับ

ข้อแตกต่างของ Stud bolt (รูปซ้าย) และ Machine bolt (รูปขวา)

Stud bolt จะเป็นเกลียวปล่อยทั้งสองด้านมักใช้ในกรณีสามารถร้อยทะลุได้สองฝั่งครับ

แต่ Machine bolt ตามชื่อของเค้า คือมักจะใช้ฝั่งเข้าไปในตัวเครื่องจักรเลย และจะมีเกลียวด้านเดียวครับ

การบ่งบอกความยาว

โดยการบ่งบอกความยาวจะแตกต่างกันนะครับ ระวังจะสับสนในกรณีของ Stud bolt จะวัดจากโคนเกลียวจากอีกฝั่งถึงอีกฝั่ง

แต่สำหรับ machine bolt แล้ว จะวัดจากโคนเกลียวถึงโคนนัตอีกฝั่งครับ

ซึ่งการรับแรงตามหลักวิศวกรรมจะไม่ต่างกันครับ ขึ้นอยู่กับวัสดุ และพื้นที่หน้าตัดเป็นหลักครับ

แล้วพบกับสาระด้านงานช่าง ดีๆแบบนี้ได้ในโพสถัดๆไปนะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare

#นายช่างมาแชร์

Industry Belt [EP.1] – ประเภทของสายพานในอุตสาหกรรม

3
Belt [EP.1] Wallpaper
Belt [EP.1] Wallpaper

ในหลายๆอุปกรณ์ และหลายโรงงานอุตสาหกรรมแทบจะทุกโรงงาน จะมีการใช้สายพานในการใช้งาน โดยสายพานจะเป็นตัวคล้องระหว่างตัวขับและตัวตามซึ่งจะส่งกำลังแและหมุนไปพร้อมๆกันครับ

การใช้สายพานจะถือว่าเป็นวิธีการที่ราคาถูก และประหยัดที่สุดในแง่ของงานซ่อมทางอุตสาหกรรม เนื่องจากราคาถูก ขั้นตอนการซ่อมไม่ซับซ้อน และทำได้อย่างรวดเร็วกว่าแบบอื่นมากๆครับ.

ThaiLEO Banner Advertising gate

ประเภทของสายพาน

สายพานแบ่งออกเป็น 2 หลักๆเลยนะครับ ตามการใช้งาน โดยแบ่งเป็น

  1. สายพานส่งกำลัง (Transmission belt)
  2. สายพานลำเลียง (Conveyor belt)

สายพานส่งกำลัง (Transmission belt)

สายพานชนิดนี้จะนิยมใช้อยู่ในเครื่องจักรกล โดยทำหน้าที่หลักๆในการส่งกำลังระหว่างตัวขับ (Driver) และ ตัวตาม (Driven) โดยสายพานจะคล้องไปที่ล้อสายพาน หรือ pulley ของทั้งตัวขับ และตัวตาม โดยการส่งกำลังชนิดนี้จะมีการทดรอบ และทดกำลังเสมอนะครับ

ซึ่งสายพานส่งกำลังเองก็มีหลากหลายชนิดครับ

ตัวอย่างภาพของสายพานส่งกำลัง (Transmission belt)
  • สายพานกลม (Round belt หรือ Rope belt) สายพานชนิดนี้ทำจากพลาสติกโพลียูริเทน จะต้านทานจาระบี น้ำมันเบนซิน น้ำมัน และน้ำ  สายพานกลมสามารถปรับตั้งทิศทางการหมุนได้หลายทิศทางตามความต้องการ มีหน้าตัดเป็นรูปวงกลม การส่งกำลังด้วยสายพานกลมจะให้ความยืดหยุ่นสูงมาก และขณะการทำงานของสายพานจะไม่เกิดเสียงดัง
สายพานกลม (Round belt หรือ Rope belt)
สายพานกลม (Round belt หรือ Rope belt)
  • สายพานแบน (Flat belt) เป็นสายพานอีกชนิดที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลาย ใช้ในการส่งถ่ายกำลังจากพูลเลย์ของเพลาขับไปยังพูลเลย์ของเพลาตาม (เป็นอุปกรณ์หรือเครื่องจักรที่เราต้องการให้เกิดการทำงาน เช่น ปั๊มน้ำ  หรือ พัดลม เป็นต้น) ซึ่งแบ่งเป็น 3 แบบย่อยๆ ตามกำลังการใช้งาน
  1. Light Drives (สายพานที่ใช้กับงานเบา)
  2. Medium Drives (สายพานที่ใช้กับงานหนักปานกลาง)
  3. Heavy Drives (เป็นสายพานที่ใช้กับงานหนัก)
 สายพานแบน (Flat belt)
สายพานแบน (Flat belt)
  • สายพานวี (V-belt) มีลักษณะหน้าตัดเป็นรูปตัว V เหมาะสมกับเครื่องจักรรอบที่ไม่สูงมากนัก ดังนั้นพื้นที่สัมผัสในการส่งถ่ายกำลังจะเยอะกว่า 2 แบบแรก ดังนั้นจึงเป็นที่นิยมใช้ในเครื่องจักรกลในโรงงานอุตสาหกรรม
สายพานวี (V-belt)
สายพานวี (V-belt)
สายพานวีแบบหลายเส้น (Multiple V-belts)
  • สายพานไทม์มิ่ง (Timing belt)  ตัวสายพานจะมีลักษณะพิเศษมากกว่า 3 แบบแรกคือ จะมีฟันเฟืองตลอดความยาวของสายพาน ลักษณะพื้นที่หน้าตัดเป็นรูปสี่เหลียมคางหมู สายพานชนิดนี้สามารถงอตัวได้ดี จะขับกับ Pulley ที่มีฟันเป็นไทม์มิ่งเหมือนกัน ทำให้เกิดการขบกันเหมือนฟันเฟือง จึงไม่เกิดการลื่นไถลขณะส่งกำลัง สามารถใช้เป็นตัวส่งกำลังงานในเครื่องยนต์, พัดลมอุตสาหกรรม ต่างๆ หรือในเครื่องจักรที่ต้องการการสูญเสียงในการส่งกำลังน้อยๆ
สายพานไทม์มิ่ง (Timing belt)
สายพานไทม์มิ่ง (Timing belt)  
ThaiLEO Banner Advertising gate

สายพานลำเลียง (Conveyor belt)

ทำหน้าที่ขนย้าย หรือลำเลียง สิ่งของ หรือวัสดุต่างๆ จากจุดๆหนึ่ง ไปยังอีกจุดหนึ่ง โดยอุตสาหกรรมแทบจะทุกประเภท ที่มีการลำเลียงของจำนวนมากครับ

ภาพตัวอย่างของสายพานลำเลียง (Conveyor belt)

โดยหากแบ่งประเภทย่อยๆจะแบ่งได้ 6 แบบตามวัสดุ ดังนี้คือ

  1. ระบบสายพานลำเลียงพียู (PU belt conveyor) 
  2. ระบบสายพานลำเลียงแบบ PVC (PVC Belt Conveyor System)
  3. ระบบสายพานลำเลียงยางดำ (Rubble belt conveyor)
  4. ระบบสายพานลำเลียงโวลต้า (Volta belt conveyor)
  5. ระบบสายพานลำเลียงไวเมท (Wire mesh belt conveyor)
  6. ระบบสายพานลำเลียงโมดูล่า (Modular belt conveyor)

โดย EP ต่อๆไปเราจะมาลงลึกสายพานในแต่ละประเภท รวมถึงหลักการคำนวน ทฤษฎีต่างๆด้วยนะครับ

************************************

สำหรับบทความนี้ขอขอบคุณสปอนเซอร์ใจดีจากทาง “บริษัท ไทยเลียว บราเดอร์ส จำกัด”

ผู้แทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ บริษัท เกทส์ ยูนิตะ จำกัด (ประเทศไทย) มายาวนานมากกว่า 50 ปี ด้วยเหตุนี้เราจึงเป็นผู้แทนจำหน่ายที่น่าเชื่อถือที่สุด ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์สายพานเพื่องานอุตสาหกรรมหรือสายพานสำหรับยานยนต์ 

เราเป็นผู้นำของตลาดอยู่ตลอดเวลา โดยสามารถสนับสนุนลูกค้าด้วยเทคโนโลยีชั้นสูงต่างๆที่ได้รับ การถ่ายทอดมาจากต่างประเทศไม่ว่าจะเป็นเทคโนโลยีในการทำ Drive Design หรือ การทำ Converter Design ล้วนแล้วแต่ช่วย เอื้อประโยชน์ให้ลูกค้าสามารถสร้างประสิทธิภาพสูงสุดในการใช้งานได้ตลอดจนการนำคอมพิวเตอร์ซอฟแวร์ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นใช้งาน กับสายพานของเกทส์โดยเฉพาะนั้นช่วยให้การปรับแต่งต่างๆมีความละเอียดสูงและมีความถูกต้องแม่นยำเป็นอย่างมาก

เรามีการเก็บสินค้าในทุกๆรายการให้อยู่ในปริมาณที่พอเพียงต่อความต้องการไว้บริการลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ที่สำคัญเราคำนึงถึงการบริการหลังการขาย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่จะทำให้ลูกค้าที่ใช้

Tel. 02-116-6000

email : [email protected]

website : www.thaileo.com

Line : thaileo1619

ThaiLEO Banner Advertising gate

************************************

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare
TikTok :  https://www.tiktok.com/@naichangmashare

#นายช่างมาแชร์