ภาคเอกชนไทยเดินหน้าขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) เตรียมเข้าร่วมเวทีธุรกิจระดับภูมิภาคที่กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม พร้อมผลักดันความร่วมมือด้านเกษตร พลังงาน เทคโนโลยี และการพัฒนานวัตกรรม หวังเพิ่มโอกาสทางการค้า เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทาน และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทยในตลาดภูมิภาค
เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2569 สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ร่วมกับคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประชุมคณะผู้แทนภาคเอกชนไทยในกรอบความร่วมมืออนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (Greater Mekong Subregion: GMS) วาระปี 2567–2569 ครั้งที่ 2/2569 ณ สำนักงาน ส.อ.ท. และผ่านระบบประชุมทางไกล เพื่อกำหนดทิศทางความร่วมมือและเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าร่วมเวทีธุรกิจระดับภูมิภาค
ที่ประชุมมีมติรับรองให้ นายเวทิต โชควัฒนา รองประธานอาวุโส ส.อ.ท. และประธานสายงานอาเซียนและโลจิสติกส์ ดำรงตำแหน่งประธาน GMS ประเทศไทย พร้อมเตรียมนำคณะผู้แทนภาคเอกชนไทยเข้าร่วมการประชุม GMS Business Forum 2026 และการประชุมระดับรัฐมนตรี ครั้งที่ 28 ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน–3 ธันวาคม 2569 ณ กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม การประชุมครั้งนี้เป็นอีกก้าวสำคัญในการผลักดันบทบาทของภาคเอกชนไทยให้มีส่วนร่วมกับการกำหนดทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจของภูมิภาค โดยเฉพาะการสร้างโอกาสทางธุรกิจและการเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยเข้ากับเครือข่ายการค้าและการลงทุนในประเทศสมาชิก GMS

ดันเกษตร–นวัตกรรม เชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานและแหล่งทุน
หนึ่งในประเด็นสำคัญของการประชุม คือการปรับโครงสร้างผู้แทนไทยในสาขาความร่วมมือเชิงยุทธศาสตร์ ได้แก่ เกษตร พลังงาน สิ่งแวดล้อม สุขภาพ และเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ICT) เพื่อให้การดำเนินงานสอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจและความต้องการของภาคธุรกิจในภูมิภาค นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้ประเทศไทยเสนอตัวเป็นผู้แทนในเครือข่าย GMS Agribusiness Network ในนาม กกร. เพื่อส่งเสริมความร่วมมือด้านธุรกิจเกษตร และสนับสนุนเสถียรภาพของห่วงโซ่อุปทานสินค้าเกษตรไทย ซึ่งมีความสำคัญต่อทั้งภาคการผลิต การแปรรูป และการค้าระหว่างประเทศ
ขณะเดียวกัน ภาคเอกชนไทยยังเตรียมผลักดันข้อเสนอเกี่ยวกับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจตามแนวระเบียงเศรษฐกิจ ตลอดจนการเข้าถึงแหล่งเงินทุนเพื่อสนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมร่วมกับธนาคารพัฒนาเอเชีย (Asian Development Bank: ADB) โดยมุ่งเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจสามารถต่อยอดเทคโนโลยีและสร้างมูลค่าเพิ่มได้มากขึ้น
เปิดทางนักธุรกิจรุ่นใหม่ สร้างเครือข่ายเศรษฐกิจ GMS
อีกหนึ่งแนวทางที่ได้รับการสนับสนุนจาก ส.อ.ท. คือข้อเสนอจัดตั้งเครือข่ายนักธุรกิจรุ่นใหม่ GMS Young Entrepreneurs Network (GMS YEN) เพื่อเปิดพื้นที่ให้ผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากเครือข่าย Young FTI ของ ส.อ.ท. และ Young Entrepreneurs Chamber (YEC) ของหอการค้าไทย เข้ามามีบทบาทในการสร้างความร่วมมือทางธุรกิจระดับภูมิภาค
การพัฒนาเครือข่ายดังกล่าวจะช่วยเพิ่มโอกาสในการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ สร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และเชื่อมโยงผู้ประกอบการรุ่นใหม่จากประเทศสมาชิก GMS เข้าด้วยกัน ซึ่งอาจต่อยอดไปสู่ความร่วมมือด้านการค้า การลงทุน และการพัฒนานวัตกรรมในอนาคต

GMS กับโอกาสของภาคอุตสาหกรรมไทย
กรอบความร่วมมือ GMS เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงเศรษฐกิจของประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง โดยครอบคลุมประเด็นการค้า การลงทุน โลจิสติกส์ พลังงาน เกษตร และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน ความร่วมมือเหล่านี้มีส่วนช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการเข้าถึงตลาดใหม่ พร้อมเสริมความเชื่อมโยงระหว่างห่วงโซ่อุปทานของแต่ละประเทศสำหรับภาคอุตสาหกรรมไทย การติดตามทิศทางความร่วมมือ GMS จึงมีความสำคัญต่อการวางแผนขยายตลาด การสร้างพันธมิตรทางธุรกิจ และการพัฒนาเทคโนโลยีให้ตอบโจทย์ความต้องการของภูมิภาค โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการผลิต การแปรรูปสินค้าเกษตร โลจิสติกส์ พลังงาน และนวัตกรรมอุตสาหกรรม
การเตรียมเข้าร่วม GMS Business Forum 2026 ที่กรุงฮานอย จึงเป็นอีกเวทีที่ภาคเอกชนไทยสามารถใช้ผลักดันความร่วมมือและสร้างโอกาสทางธุรกิจในระดับภูมิภาค โดยความสำเร็จในระยะยาวจะขึ้นอยู่กับการต่อยอดข้อเสนอจากเวทีประชุมไปสู่ความร่วมมือที่เกิดขึ้นจริง และการสร้างประโยชน์ให้แก่ผู้ประกอบการไทยอย่างเป็นรูปธรรม
ที่มา: สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)
แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ
Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit : https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/@naichangmashare







