Safety Fence รั้วป้องกันอันตรายจากเครื่องจักรกล 

0

การทำ Safety Fance หรือ รั้วป้องกันอันตรายจากเครื่องจักรกลถือเป็นการคิดออกแบบทางด้าน Engineering เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นจากเครื่องกลที่มีประสิทธิภาพมาก หากทำได้ตามมาตรฐาน จะทำให้การทำงานมีความปลอดภัย เพิ่มผลผลิตในการทำงาน  และลดรายค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจะระบบบริหารจัดการและการใช้ PPE ได้อย่างมาก โดยระบบ 

Safety Fance หรือ รั้วป้องกันอันตรายจากเครื่องจักรกล

รั้วป้องกันอันตรายจากเครื่องจักรกล ที่ดีต้อง สามารถป้องกันผู้ใช้เครื่องจักร หรือผู้อื่นที่เข้าใกล้ส่วนอันตรายขณะที่เครื่องจักรที่กำลังทำงานได้  ไม่สร้างความรำคาญ หรือก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการทำงานต่อผู้ใช้เครื่องจักร หรือกระบวนการผลิต  มีระบบอัตโนมัติ ใช้คนน้อยที่สุด  ไม่เป็นอุปสรรคในการซ่อมบำรุงรักษาเครื่องจักร มีอายุการใช้งานที่ยาวนาน คงทน และที่สำคัญต้องไม่เพิ่มอันตรายให้กับผู้ปฏิบัติงาน โดยองค์ประกอบที่ควรมีของ  Safety Fance หรือ รั้วป้องกันอันตรายจากเครื่องจักรกล คือ

1. แผงกัน (Panel Standard)

แผงกัน (Panel Standard) ต้องเป็นแผงกั้นที่ได้ขนาดตามมาตรฐานกำหนด ขนาดช่องต้องเหมาะสม และกรอบลวดแนวนอน และลวดแนวตั้งเชื่อมเข้ากับโครงสร้าง ซึ่งจะทำให้เกิดแผงที่มั่นคง แข็งแรง และทนต่อแรงกระแทก โดยขนาดในการเลือกใช้ต้องเหมาะสมกับลักษณะอันตรายและพื้นที่ปฏิบัติงาน ผู้ใช้สามารถสอบถามผู้ผลิตได้เพื่อให้สามารถออกแบบและกำหนดแผงกั้นที่ได้มาตรฐานได้ และที่สำคัญคือ สีต้องเด่น เห็นชัด โดยสีที่นิยมตามมาตรฐานคือ สี เหลือง-ดำ ทั้งนี้ผู้ใช้งานสามารถเลือกสีได้ตามความต้องการ  

2. เสา (Pole) 

เสา (Pole)  เสา ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่จะสร้างความมั่นคงแข็งแรง มีความสูงมาตรฐานให้เลือกได้หลายระดับ เช่น  1.50 เมตร 1.80 เมตร หรือ 2 เมตร หรือ สูงตามความเหมาะสมของพื้นที่ปฏิบัติงาน เสาจะมีขายึดพื้น ยึดเชื่อมส่วนต่อขยาย ฐานเชื่อมทำให้โครงสร้างมีความมั่นคงและแข็งแรงมากยิ่งขึ้น

3. ประตู (Door)

ประตู (Door)ประตูทางเข้าจะเป็นประตูแบบสวิงมาตรฐานหรือประตูแบบสไลด์ด้านข้างก็ได้โดยสามารถเลือกขาดได้ตามความเหมาะสมนอกจากนี้  ยั่งสามารถออกแบบให้ประตูมีระบบล็อคและสวิตช์นิรภัยได้ 

4. ระบบความปลอดภัยอัติโนมัติ (Automate safety system)

ระบบความปลอดภัยอัติโนมัติ (Automate safety system) สามารถออกแบบให้มีระบบ Safety interlock ในพื้นที่เขตอันตรายได้ เมื่อมีผู้ปฏิบัติงานผ่านเข้าไปในรั้ว ระบบการทำงานของเครื่องจักรจะหยุดลงทันที รวมถึงระบบล็อคหรือสวิตซ์นิรภัยอื่น ๆ ได้เช่นกัน

หลักการป้องกันและควบคุมอันตราย (Hazard Prevention and Control) มีประสิทธิภาพ

ที่มา The National Institute for Occupational Safety and Health (NIOSH): USA

การป้องกันและควบคุมอันตราย (Hazard Prevention and Control)  ที่เป็นที่นิยมและพิสูจน์มาแล้วว่าเป็นแนวทางที่ดีและมีประสิทธิภาพ คือ การควบคุมตามหลักการ Hierarchy of Control ซึ่งแบ่งกันตามลำดับชั้นของการควบคุมอันตราย โดยเรียงตามลำดับจากประสิทธิภาพการควบคุมที่ดีที่สุดมากจนถึงน้อยที่สุด  คือ 

  • การขจัดอันตราย (Elimination) ซึ่งการควบคุมอันตรายที่มีประสิทธิภาพที่สุดคือการกำจัดความเสี่ยงนั้นโดยสิ้นเชิง โดยการออกแบบ การวางแผนงานที่มีประสิทธิภาพโดยการมุ่งเน้นให้กำจัดอันตรายหรือความเสี่ยงได้มากที่สุด 
  • การแทนที่ (Substitution) เมื่อไม่สามารถกำจัดได้อย่างสมบูรณ์ ก็ทำการ แทนที่อันตรายด้วยสิ่งที่ปลอดภัยกว่า ด้วยวัสดุ กระบวนการ ปฏิบัติการ สารเคมี หรืออุปกรณ์ที่มีอันตรายน้อยกว่า   เช่น การเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงานและพื้นที่การทำงาน หรือการเปลี่ยนไปใช้เครื่องมือที่มีความเสี่ยงและอันตรายน้อยกว่าแทน
  • การควบคุมทางวิศวกรรม (Engineering Controls) ถือเป็นหลักการการควบคุมอันตรายที่มีประสิทธิภาพและทำได้ง่ายด้วยการออกแบบทางด้านวิศวกรรมเพื่อ การปิดคลุมอันตราย (Enclosure of Hazards)  เช่น การปิดคลุมอย่างสมบูรณ์ของชิ้นส่วนที่เคลื่อนไหวของเครื่องจักร  หรือการออกแบบเพื่อกั้นการสัมผัสกับอันตราย (Barriers of Hazards)  เช่นรั้วกั้น การใช้เครื่องมือมาช่วยในการทำงาน หรือการทำการระบายอากาศ  อุปกรณ์ป้องกันอันตรายจากเครื่องจักร ท่อดูดสารเคมีและเสียง เป็นต้น
  • การควบคุมทางการบริหารจัดการ (Administrative Controls) การควบคุมทางการบริหารจัดการ หรือการควบคุมการปฏิบัติงาน โดยเปลี่ยนวิธีการทำงาน มีแนวทางและขั้นตอนที่เหมาะสม เช่น การฝึกอบรม การวางแผนงาน การสับเปลี่ยนตารางเวลาทำงาน เปลี่ยนแปลงขั้นตอนการทำงาน หรือดำเนินการป้องกันอันตรายในเขตพื้นที่งาน 
  • การใช้อุปกรณ์ป้องกันอันตรายส่วนบุคคล (Personal Protective Equipment) เพื่อลดความรุนแรงในการสัมผัสกับปัจจัยเสี่ยง เช่น การใส่หมวกนิรภัย การใส่รองเท้านิรภัย ใส่ถุงมือ เพื่อลดการสัมผัสโดยตรงกับสารเคมี ความร้อน ความเย็น สิ่งมีคม แหลม

    จะเห็นได้ว่าการ หากจะป้องกันอันตรายจากเครื่องจักรให้มีประสิทธิภาพ ซึ่งรวมถึงเครื่องมือประเภทแขนกล หรือหุ่นยนต์ต่าง ๆ ควรเริ่มจากการออกแบบเพื่อกำจัดอันตรายหรือลดความรุนแรงของอันตรายที่เกิดขึ้น แต่ในความเป็นจริงแล้วการทำงานจากเครื่องจักรยังมีอันตรายอื่น ๆ ที่การออกแบบตั้งแต่ต้นไม่สามารถควบคุมได้เนื่องจากหากจะลดความเสี่ยงได้ทั้งหมดต้องมีการลงทุนที่สูงมาก ซึ่งไม่คุ้มค่า และไม่สามารถนำมาใช้ได้จริง  ดังนั้นการดำเนินการป้องกันทางด้าน Engineering  หรือการควบคุมทางด้านวิศวกรรม ถือว่าเป็นกระบวนการที่มีประสิทธิภาพมากเมือเทียบกับวิธีการอื่น ๆ 

============================================

TIE-IN SPONSOR

============================================

แล้วพบกับสาระดีๆแบบนี้ทางด้านงานช่าง งานวิศวกรรม และอุตสาหกรรมได้ที่ นายช่างมาแชร์ นะครับ

Website: www.naichangmashare.com
Facebook: https://www.facebook.com/naichangmashare/
Blockdit :  https://www.blockdit.com/naichangmashare
Instragram: https://www.instagram.com/naichangmashare/
Twitter: https://twitter.com/naichangmashare
Youtube: https://www.youtube.com/channel/UCmIPiSeg-uy4k8JYSmknp_g

#นายช่างมาแชร์ 

naichangmashare
Digital Media ที่นำเสนอความรู้ข่าวสารด้านงานวิศวกรรม เทคโนโลยีการผลิต ระบบออโตเมชัน โรบอต 3D การเพิ่มผลการผลิต สมาร์ทโลจิสติกส์ รีวิวสินค้าอุตสาหกรรม

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่